โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

[รีวิว] Chilling Adventures of Sabrina Part 2 – การกลับมาของสาวน้อยต้องสาป

BT Beartai

อัพเดต 14 เม.ย. 2562 เวลา 12.24 น. • เผยแพร่ 14 เม.ย. 2562 เวลา 12.14 น.
[รีวิว] Chilling Adventures of Sabrina Part 2 – การกลับมาของสาวน้อยต้องสาป

หลังเลือกเส้นทางแม่มดแบบเต็มตัว ซาบรีน่า (เคียร์แนน ชิปกา) ตีตัวห่างจากเพื่อนมนุษย์ของเธอทั้ง ฮาร์วีย์ (รอสส์ ลินช์) โรซาลิน (แจ๊ส ซินแคลร์) และ ซูซี่ (แลชแลน วัตสัน) เพื่อป้องกันพวกเขาจากอันตราย และที่สถาบันแห่งศาสตร์มืดเธอก็ได้พบรักกับ นิโคลัส (เกวิน เลเธอร์วูด) จอมเวทย์หนุ่มเสน่ห์แรง แต่สิ่งที่เธอไม่คาคคิดคือภัยมืดที่ดาร์กลอร์ดกำลังวางแผนนำโลกสู่วันโลกาวินาศ งานนี้ซาบรีนาจำต้องทำทุกทางเพื่อปกป้องครอบครัว เพื่อนและโลกใบนี้ไว้ให้จงได้แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม 

 สร้างสรรค์โดย โรเบอร์โต อาไกวร์ ซาคาซา  เหมาะสำหรับ คอซีรีส์แนวลึกลับสยองขวัญ สตรีมมิงทั้ง 9 ตอนทาง Netflix  

นับว่ารวดเร็วทันใจจริงๆสำหรับ ซาบรีนา สาวน้อยต้องสาป ที่เพิ่งปล่อยสตรีมภาคแรกไปเมื่อฮาโลวีนปีที่แล้ว และปล่อยตอนพิเศษต้อนรับวันคริสต์มาสเมื่อปลายเดือนธันวาคม ก็ได้เวลาที่ภาค 2 ปล่อยสตรีมมิง 9 ตอนไปเมื่อวันที่ 5 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสำหรับเรื่องราวในภาค 2 นี้ก็ทวีความน่าสนใจมากเลยทีเดียว โดยเราจะขอพูดถึงเป็นประเด็นต่างๆดังนี้

รักๆใคร่ๆในกรีนเดล

ในภาคแรกความรักระหว่าง ซาบรีนา กับ ฮาร์วีย์ อาจทำให้คนดูเกิดอาการรำคาญปนอิจฉาในความหวาน เดี่ยวกอดเดี๋ยวจูบ สำหรับภาคนี้ต้องยอมรับว่าทีมบทได้ปรับเนื้อหาเรื่องราวๆรักๆใคร่ๆได้มีมิติมากขึ้น เพราะหลังจากเหตุการณ์ที่ ซาบรีนาไปชุบชีวิตพี่ชายของฮาร์วีย์ก็ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นั่นทำให้ตัวละครเริ่มมีพัฒนาการในเรื่องความรู้สึกมากขึ้น ฮาร์วีย์ได้ใกล้ชิดกับโรซาลินที่มีพลังหยั่งรู้อนาคตจนเริ่มกลายเป็นความรัก ในขณะที่ซาบรีนาเองก็เริ่มใกล้ชิดกับ นิโคลัส จอมเวทย์หนุ่มเสน่ห์แรงจนทั้งคู่ได้มีช่วงเวลาสุดโรแมนติกร่วมกัน

และแน่นอนว่าความรักย่อมมาพร้อมกับเซ็กส์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หลังภาคแรกทำเอาผู้ปกครองช็อคกับฉาก เซ็กส์หมู่ระหว่างเยาวชนแม่มดและจอมเวทย์หนุ่มๆไป มาภาคนี้ก็มีเทศกาล ลูเปอร์คาเลีย หรือวาเลนไทน์สำหรับโลกมืดที่ให้โอกาสหนุ่มสาวแต่งตัวน้อยชิ้นอาบแสงจันทร์ด้วยกัน ซึ่งถือเป็นการหลีกเลี่ยงคำครหาจากภาคแรกได้ชาญฉลาดดี โดยคงเหลือไว้แค่การเอ่ยถึงเรื่องเซ็กส์อันเผ็ดร้อนเท่านั้น

อ่านข่าวฉากเซ็กส์หมู่อื้อฉาวของซีรีส์ภาคแรกคลิกเลย  

เนื้อหาซาตาน กับการหลีกเลี่ยงรูปปั้นเจ้าปัญหา

รูปปั้น บาโฟเมต

ในภาคแรก เน็ตฟลิกซ์ และ วอเนอร์ ผู้สร้างซีรีส์ต้องเจอกับการฟ้องร้องจาก โบสถ์อันเสื่อมเกียรติของซาตานของจริง เมื่อซีรีส์ดันมีฉากที่แสดงให้เห็นรูปปั้นบาโฟเมตซึ่งใกล้เคียงกับสัญลักษณ์ของโบสถ์ซาตานจริงๆจนโดนฟ้องร้อง พอมาภาคสองจะสังเกตได้ว่าตัวซีรีส์มีฉากในสถาบันน้อยลงและพยายามไม่ให้เห็นรูปปั้นบาโฟเมตแล้วจนกระทั่งตอนท้ายๆมีการเปลี่ยนแปลงรูปปั้นเป็นรูปของเจ้าคณะแทนเสียด้วยซ้ำ ซึ่งก็เป็นไปตามบทที่เขียนขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของตัวละครต่างๆในเรื่อง

ส่วนในเนื้อหาต้องยอมรับเลยว่า ตัวซีรีส์ในภาคนี้มีการปูเรื่องราวอันเกี่ยวพันกับไบเบิลมากขึ้น ตั้งแต่การแสดงละครเวทีกำเนิดลูซิเฟอร์ หรือมีฉากแรกพบของลิลิธและลูซิเฟอร์ในตอนท้าย ไล่ไปจนถึงปมของเรื่องอันเกี่ยวพันกับการกระทำของซาบรินาที่แทบจะคู่ขน่านกับภารกิจของพระเจ้าในการปลดปล่อยมนุษย์เรื่อยไปจนถึงการกล่าวถึงวันสิ้นโลก ซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าสำหรับครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์จะกล้าให้บุตรหลานชมหรือเปล่า เพราะต้องยอมรับว่าตัวซีรีส์มีการออกแบบคาแรกเตอร์ งานคอสตูมไปจนถึงไลฟ์สไตล์ แม่มดและจอมเวทย์ที่ดูน่าหลงไหลพอสมควร แถมเมืองไทยเองก็มีลัทธิซาตานจริงๆเสียด้วย ผู้ปกครองจึงต้องพิจารณาก่อนให้ลูกหลานชมพอสมควรนะครับ

อ่านข่าวโบสถ์ซาตานฟ้องซีรีส์คลิกเลย

ความโง่ของตัวละครที่ช่วยเพิ่มความสนุกให้เรื่องราว

แม้ภาคแรกหลายคนจะเกิดอาการลำไยยัยซาบรินาที่หมั่นหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองและคนรอบข้างเสมอ มาภาคสองนี้ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่แค่ซาบรินาคนเดียวแล้วล่ะที่มีพฤติกรรมชวนลำไย เพราะอย่างป้าเซลดา (รับบทโดย มิแรนดา ออตโต จาก The Lord of the Rings) เองก็ดูจะหลงปั๋วราชาคณะจนพาครอบครัวสเปลแมนเดือดร้อนเหมือนกัน ส่วนครูแมรี่ (รับบทโดย มิเชล โกเมซ) ที่ถูกวิญญาณปีศาจครอบงำก็ขยันเป่าหูอะไรยัยซาบรินาก็เชื่อจังเลย จนคนดูดูไปก็คอยด่ายัยซาบริน่าไป แต่ก็ต้องยอมรับนะครับว่าความโง่ของตัวละครก็ทำให้เราได้ปลดปล่อยอารมณ์โกรธเกรี้ยวได้ดีเหมือนกัน คงเหมือนเราดูละครไทยหลังข่าวนั่นแหละเนอะ 555

ความหลากหลายทางเพศในซีรีส์

ประเด็นที่น่าพูดถึงสำหรับซีรีส์เรื่องนี้คือการเปิดกว้างเรื่องเพศอย่างมาก ในภาคแรกเราอาจเห็นแค่กรณีของ แอมโบรส (แชนซ์ เพอร์โดโม) กับ ลุค (ดาเรน มานน์) คู่รักจอมเวทย์สุดร้อนแรงเท่านั้น แต่มาภาคนี้ตัวละครซูซี่ เริ่มค้นพบเพศสภาพของตัวเองและชัดเจนจนมีฉากเปิดตัวหรือ Coming Out ในซีรีส์ไปจนถึงการเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นธีโอ และคัดตัวเข้าทีมบาสเก็ตบอลชาย ซึ่งถือเป็นซีรีส์วัยรุ่นที่กล้าแตะประเด็นหมิ่นเหม่และนำเสนอได้อย่างจริงใจทีเดียว

 

แชร์โพสนี้

[รีวิว] Chilling Adventures of Sabrina Part 2 – การกลับมาของสาวน้อยต้องสาป
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...