โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

10 ประเภทหุ้นค้าปลีก

Finnomena

อัพเดต 09 ก.ค. 2561 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2560 เวลา 04.13 น. • ลงทุนศาสตร์
10 ประเภทหุ้นค้าปลีก

บริษัทค้าปลีกถือได้ว่าเป็นหุ้นยอดนิยมตลอดกาลของนักลงทุนในประเทศไทย ส่วนหนึ่งด้วยพื้นฐานธุรกิจที่ค่อนข้างแข็งแกร่งโดยธรรมชาติ และส่วนใหญ่สร้างผลตอบแทนที่ดีมาโดยตลอด ธุรกิจค้าปลีกนั้นได้ถูกจัดประเภทออกเป็น 10 ประเภทหลัก ซึ่งแต่ละประเภทก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันออกไป

1. Department Stores

กิจการค้าปลีกที่มีพื้นที่สำหรับขายสินค้าหลากหลายประเภท หลากหลายยี่ห้อ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีเพื่อขายสินค้าเท่านั้น แต่ละยี่ห้อมักขายรวมอยู่ในบริเวณเดียวกัน ไม่มีการแบ่งเขตอย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่เจ้าของสินค้าจะนำสินค้ามาลงเหมือนฝากขายและจะรับรู้รายได้เมื่อขายสินค้าได้แล้ว โดยต้องมีการจ่ายค่าใช้จ่ายในการวางขายให้กับร้านค้าปลีก รายได้ของการค้าปลีกจะมาจากยอดขายโดยตรง เนื่องจากรับรู้จากส่วนต่างกำไร ตัวอย่าง : ROBINS (ห้างโรบินสัน)

2. Shopping Malls

กิจการค้าปลีกที่ประกอบด้วยพื้นที่ในส่วนของ Department Stores และพื้นที่อื่น เช่น ร้านอาหาร โรงหนัง เป็นต้น ธุรกิจประเภทนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามากกว่า เนื่องจากโดยส่วนใหญ่ รายได้มาจากค่าเช่าจากผู้ค้าปลีกรายย่อยอีกที แต่ในแง่การวิเคราะห์กิจการ นักลงทุนต้องมองแง่มุมของธุรกิจค้าปลีกเข้าร่วมด้วยเสมอ เนื่องจากรายได้ของบริษัทขึ้นกับค่าเช่าจากผู้ประกอบกิจการค้าปลีกซึ่งผูกอยู่กับอุตสาหกรรมค้าปลีกโดยตรง นอกจากนี้ บริษัทส่วนใหญ่ยังมีรายได้จากส่วนแบ่งรายได้ของผู้เช่าอีกด้วย ตัวอย่าง : CPN (ห้างเซ็นทรัล), SF (ห้างเมกะบางนา), MBK (ห้างมาบุญครอง), PLAT (ห้างแพลทินัม)

3.Community Malls

กิจการค้าปลีกที่เน้นพื้นที่ให้เช่าเป็นหลัก ลักษณะคล้าย Shopping Malls ขนาดเล็กที่ไม่มี Department Stores ลักษณะโครงสร้างรายได้และการวิเคราะห์กิจการจะคล้ายกับ Shopping Malls เพียงแต่รูปลักษณ์ภายนอกจะต่างกัน และโดยส่วนใหญ่มักเป็นโครงการขนาดเล็กทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมรุนแรงกว่า ตัวอย่าง : SF (ลา วิลล่า), MBK (เดอะไนน์ เซ็นเตอร์), PF (เมโทร เวสท์ทาวน์), J (เดอะแจส), PPM (เดอะศาลายา)

4. Supermarkets

กิจการค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป โดยส่วนมากจะขายตามกลุ่มประเภทสินค้าและไม่มีการแยกบริเวณยี่ห้อสินค้าเท่า Department Stores โดยทั่วไป Supermarkets มีลักษณะคล้าย Hypermarkets แต่จะมีขนาดเล็กกว่า โดยทั่วไปลูกค้าใช้เพียงตะกร้าถือสำหรับซื้อสินค้า ในขณะที่ Hypermarkets จะมีขนาดใหญ่กว่า พื้นที่กว้างกว่า และอาจใช้รถเข็นเพื่อเลือกซื้อ ตัวอย่าง : BIGC (บิ๊กซีมาร์เก๊ต), TNP (ธนพิริยะ), AEONTS (แม็กซ์แวลู่)

5. Hypermarkets

กิจการค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป โดยส่วนมากจะขายตามกลุ่มประเภทสินค้าและไม่มีการแยกบริเวณยี่ห้อสินค้าเท่า Department Stores โดยทั่วไป Hypermarkets มีลักษณะคล้าย Supermarkets แต่จะมีขนาดใหญ่กว่า พื้นที่กว้างกว่า และอาจใช้รถเข็นเพื่อเลือกซื้อสินค้า สินค้าใน Hypermarkets มักมีราคาถูกเนื่องจากเน้นขายปริมาณมาก โดยมีกำไรต่อชิ้นน้อย Hypermarkets ที่เน้นขายสินค้าราคาถูกมาก เพื่อให้พ่อค้าคนกลางไปขายในร้านค้าปลีกจำพวก Convenience Stores อีกทอดอาจใช้ชื่อเรียกเฉพาะว่า Discount Stores ตัวอย่าง : BIGC (บิ๊กซี), MAKRO (แมคโคร)

6. Category Killers

กิจการค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เน้นขายสินค้าจำพวกใดจำพวกหนึ่ง ลักษณะโดยทั่วไปคล้าย Department Stores แต่จะมีสินค้าแค่บางประเภท แต่ร้านค้าจะมีสินค้าจำพวกนั้นหลากหลายมาก ดึงดูดให้ลูกค้าที่สนใจสินค้าเฉพาะกลุ่มมาเลือกซื้อสินค้าแทนที่จะไปที่ร้านค้าปลีกประเภทอื่นที่ขายสินค้ารวมกันและมีสินค้าให้เลือกน้อยกว่า ตัวอย่าง : HMPRO (ห้างโฮมโปร), GLOBAL (ห้างโกลบอล)

7. Specialty Stores

กิจการค้าปลีกร้านขนาดเล็กที่ขายสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง มีลักษณะคล้ายกับ Category Killers ด้านความเฉพาะเจาะจง แต่จะมีขนาดร้านคล้าย Convenience Stores ซึ่งมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยส่วนมากร้านค้าปลีกประเภทนี้จะเป็นผู้เช่าสำคัญของ Shopping Malls และ Community Malls ตัวอย่าง : BEAUTY (ร้านขายเครื่องสำอางบิวตี้บุฟเฟ่), BIG (ร้านขายกล้องบิ๊กคาเมร่า), COM7 (ร้านขายโทรศัพท์ ไอสตูดิโอ), COL (ร้านขายอุปกรณ์ออฟฟิศ ออฟฟิศเมต), IT (ร้านขายคอมพิวเตอร์ ไอทีซิตี้), KAMART (ร้านขายเครื่องสำอางคาร์มาร์ท), MC (ร้านขายเสื้อผ้าแม็ค), SE-ED (ร้านขายหนังสือซีเอ็ดเซ็นเตอร์), JUBILE (ร้านขายเพชรยูบิลลี่), MPG (ร้านขายเครื่องสำอางสตาร์ดัส), JMART (ร้านขายโทรศัพท์ เจมาร์ท), BGT (ร้านขายเสื้อผ้า บอดี้โกลฟ), AMARIN (ร้านขายหนังสือนายอินทร์), CPN (ร้านขายอุปกรณ์กีฬา ซูเปอร์สปอร์ต)

8. Convenience Stores

กิจการร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่เน้นขายสินค้าหลากหลายประเภทตามความต้องการของผู้บริโภค โดยเน้นจุดเด่นในความสะดวกสบายในการเข้าถึงสินค้า จุดสำคัญของร้านสะดวกซื้อคือทำเลต้องเข้าถึงได้ง่าย เดินทางสะดวก โดยลักษณะสำคัญของร้านสะดวกซื้อคืออัตราการทำกำไรมักจะสูงกว่าร้านค้าปลีกที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า และราคาสินค้ามักแพงกว่าเมื่อเทียบชิ้นต่อชิ้น ตัวอย่าง : CPALL (ร้านเซเว่นอีเลเฟ่น), BIGC (ร้านบิ๊กซีมินิ)

9. Online Categories

กิจการร้านค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก โดยทั่วไปค้าปลีกประเภทนี้มักมีต้นทุนด้านสินทรัพย์ถาวรต่ำกว่าเนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านจำนวนมาก รวมไปถึงพนักงานขายประจำสาขา แต่อย่างไรก็ตาม ร้านค้าออนไลน์มักมีความจงรักภักดีต่อตราสินค้าต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการที่เป็นค้าปลีกที่ไม่ได้มีสินค้ายี่ห้อตนเองเป็นสินค้าหลัก เนื่องจากตลาดนี้มักแข่งขันที่ราคาเป็นสำคัญ ตัวอย่าง : COL (เซ็นทรัลออนไลน์)

10. Distributors

กิจการค้าปลีกที่เน้นการซื้อสินค้าและขายส่งให้พ่อค้าคนกลางมากกว่าลูกค้ารายย่อย โดยส่วนใหญ่กิจการมักทำหน้าที่เป็นผู้จัดการด้านการตลาดเอง แต่ไม่ได้มีโรงงานการผลิตของตนเองและไม่ได้มีหน้าร้านของตนเองเป็นช่องทางหลักในการจัดจำหน่าย ตัวอย่าง : MEGA, BJC, SPC

แน่นอนว่าถึงจะเป็นค้าปลีกเหมือนกัน แต่รายละเอียดปลีกย่อยของแต่ละธุรกิจก็แตกต่างกันไปได้มาก โดยเฉพาะการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินต่างๆ ก็ต่างออกไปแม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน เช่น ห้างขายของลดราคาจะมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าร้านสะดวกซื้อ แต่จะมีปริมาณการขายสูงกว่ามาก หรือร้านขายโทรศัพท์มือถือจะต้องเป็นห่วงเรื่องสินค้าคงคลังเสื่อมสภาพมากกว่าร้านขายอุปกรณ์ออฟฟิศเพราะสินค้าล้าสมัยได้เร็วกว่า เป็นต้น

นักลงทุนผู้วิเคราะห์กิจการค้าปลีกจึงต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้ เพราะกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของแต่ละกิจการนั้นก็แตกต่างกันออกไปตามลักษณะธุรกิจ

Retail is Detail !

ลงทุนศาสตร์ - Investerest

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...