โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปัญหารุมเร้า เศร้าจนหาทางออกไม่เจอ ทำยังไงดี เรามีวิธีช่วย! - ห้องแนะแนว

LINE TODAY

เผยแพร่ 16 ม.ค. 2563 เวลา 17.00 น. • nawa.

 ช่วงนี้มีโอกาสได้พบเห็นข้อความบนโซเชียลมีเดียจากคนใกล้ตัวบ่นในเรื่องประมาณว่า ‘ชีวิตมีแต่ปัญหาถาโถมมาก จนเหนื่อยใจ ไม่รู้จะแก้ไขอะไรก่อน’ จำนวนมากเป็นพิเศษ มากจนน่าแปลกใจ บ้างก็เรื่องงาน บ้างก็เรื่องคน บ้างก็เรื่องเงิน สารพัดเรื่องราวที่พรั่งพรูผ่านตัวอักษรบนสเตตัสเฟซบุ๊ก ทำให้เราฉุกคิดและได้แต่ย้อนถามตัวเองว่า ถ้าเป็นตัวเราเองตกอยู่ในสถานการณ์น่าหนักใจเช่นนั้น จะหาทางออกได้ยังไงบ้าง  

 หลังจากได้สำรวจและทบทวนความคิดก็พบว่า สิ่งที่ควรทำหลัก ๆ มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น จึงได้ลิสต์มาเป็นคำแนะนำให้กับผู้อ่านทุกคน นำไปปรับใช้กับ ‘ทุกทุกข์ปัญหา’ กันค่ะ รับรองว่า ทำได้แล้วสบายใจขึ้นแน่นอน! 

 ตั้งสติและยอมรับ 

ไม่ว่าเรื่องอะไรหากมีสติก็จะมีปัญญา ท่องเอาไว้เลยค่ะ เมื่อเกิดปัญหา แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือความกังวล ความเซ็ง ความเศร้าทั้งหลายแหล่ แต่ใช้อารมณ์ก็ไม่ช่วยอะไร หยุดคิดสักหน่อย รับรู้สิ่งที่กำลังเกิด ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะเลวร้ายสักแค่ไหนก็ย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว นี่คือสัจธรรมค่ะ สิ่งที่ต้องทำคือ 'ยอมรับความจริง' รับผิดชอบสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่หนีปัญหา ไม่โทษฟ้าดิน การทำผิดพลาดเป็นเรื่องสากลที่มนุษย์ทุกคนต้องเคยเจอ การหนีความจริงไม่ได้ทำให้ปัญหาจบลงไป เผลอ ๆ ยังทำให้ปวดใจไม่รู้จักจบจักสิ้นอีกด้วยนะคะ ยอมรับซะ แล้วก้าวไปข้างหน้าเพื่อแก้ไขมันดีกว่า 

 ชั่งน้ำหนัก 

แบปัญหาทั้งหมดออกมาแล้วจัดลำดับความเล็กใหญ่ของแต่ละเรื่อง (เหมือนเวลาที่งานเยอะ ๆ แล้วต้องทำ to-do list น่ะ) ไล่เรียงความสำคัญและความสัมพันธ์ของมัน ข้อนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลนิดหน่อย เพราะว่าเบื้องหลังและถึงปัญหาของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะจัดให้เรื่องที่มีผลกระทบมากที่สุดเป็นเรื่องที่ต้องแก้อันดับแรก หรือบางคนอาจจะต้องการแก้ไขจากปัญหาที่แก้ง่ายที่สุดก่อนเป็นอันดับหนึ่ง หรือขมวดรวมเรื่องที่เกี่ยวโยงและจำเป็นต้องแก้ไปพร้อมกันก็จับคู่ไว้ เพื่อที่จะหาทางออกทีเดียว ก็ย่อมทำได้ ไม่มีกฎตายตัวใด ๆ ค่ะ การจัดวางปัญหาเป็นข้อ ๆ แบบนี้จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายและแก้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนได้มากขึ้น

 แก้ไขทีละเรื่อง 

อย่าพยายามแก้ปมเชือกทีเดียวพร้อมกันทั้งหมด ไม่งั้นจะยุ่งเหยิงมากกว่าเดิม เชื่อสิคะ ค่อย ๆ คลายปมมันออกทีละเรื่องจะเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า มองหาสาเหตุต้นตอของเรื่องที่เกิดขึ้น คิดหาวิธีจัดการแต่ละเรื่อง จดบันทึกความเป็นไปได้ในแต่ละอย่างไว้ แล้วลองนำมาปรับใช้ทีละข้อ ๆ ไปค่ะ

 ไม่สร้างปัญหาเพิ่ม 

หยุดสร้างเรื่องราวยุ่ง ๆ มากไปกว่านี้ ช่วงเวลาที่ยากลำบากแบบนี้ มีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดเพิ่มขึ้นได้เพราะจิตใจอ่อนแอเหลือเกิน มืดแปดด้านไปหมด ไม่เป็นไรค่ะ แม้ว่าปัญหาที่มีอยู่จะยังไม่ถูกแก้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ตัวเองสร้างปัญหาเพิ่ม ไม่หาเหาใส่หัว ไม่แก้ปัญหาด้วยปัญหา อย่างเช่นกรณีที่เห็นกันบ่อย ๆ คือมีหนี้สินก้อนหนึ่งอยากปิดหนี้ เลยไปกู้หนี้อีกก้อนมาโปะ เหมือนจะดี แต่นี่คือการสร้างปัญหาไม่รู้จบวนไปเรื่อย ๆ มากกว่า

 ให้เวลาทำหน้าที่ของมัน

ใจเย็น ๆ ไม่ต้องเร่งรีบไปเสียทุกเรื่อง บางสถานการณ์ต้องใช้เวลาบรรเทาปัญหาสักระยะ อย่าเคร่งเครียดเกินไปค่ะ ใช้เวลาที่มีอยู่ให้มีคุณภาพ ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า 

 เชื่อมั่นในตนเอง 

เวลาล้มเหลวหรือผิดพลาด ไม่แปลกที่เราจะสูญเสียความมั่นใจ เสียใจได้ ร้องไห้ได้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คลี่คลายปัญหาได้แล้ว อย่ากลัวที่จะทำสิ่งใหม่ ต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของเราเอง หมั่นให้อภัยและให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ พลังงานบวกต้องเกิดจากใจเราเองเช่นกันนะคะ เรียนรู้จากความทุกข์ที่เกิดขึ้นเพื่อจะไม่ทุกข์ซ้ำแบบเดิมอีก เพราะไม่ว่าจะเจอเรื่องราวดีหรือร้ายในชีวิต สุดท้ายตัวเราเองนี่แหละที่จะต้องเผชิญหน้ากับมัน ฉะนั้นจงมั่นใจในตัวเองเข้าไว้นะคะ

อีกมุมมองที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหาอย่างมีหลักการ ทางจิตวิทยาบอกไว้ว่า คนเรามีวิธีจัดการปัญหา 2 แบบใหญ่ ๆ ได้แก่

 1.จัดการที่ปัญหาโดยตรง 

แปลง่าย ๆ คือเราจะมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่สาเหตุ ตัวปัญหา และสถานการณ์แวดล้อมตรงนั้นให้คลี่คลายลง รวมไปถึงอาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราเองหรือผู้อื่นที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งมักใช้กับปัญหาที่เราสามารถแก้ไขให้จบสิ้นลงไปได้ด้วยความสามารถที่มีอยู่นั่นเอง

 2.จัดการที่อารมณ์ 

ในเมื่อแก้ไม่ได้ก็ต้องเลิกคิด! เป็นอีกด้านที่คนเราจำเป็นต้องจัดการคือ 'ความรู้สึก' ที่เกิดขึ้น ความเครียด ทุกข์ เศร้าซึมต่าง ๆ ก็ต้องปราบให้สงบเช่นกัน ซึ่งเรามักจะใช้เวลาที่รู้สึกว่าปัญหาแก้ไขไม่ได้ หรือไม่มีทางแก้ไขอะไรเลย จึงต้องหันไปจัดการความรู้สึกนึกคิดแทนซะเลย  ทางที่ดีควรจะใช้ทั้งสองประเภทให้สมดุลกัน เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุดนะคะ 

I do not fix problems. I fix my thinking. Then the problems fix themselves. — Louise L. Hay 

“ฉันไม่ได้แก้ไขที่ปัญหา ฉันแก้ไขที่ความคิด เท่านี้ปัญหาก็จะถูกแก้ไขด้วยตัวมันเอง” 

เป็นคำกล่าวที่เห็นภาพเลยค่ะ แค่เพียงสติมา ปัญญาก็เกิดอย่างแท้จริง ห้องแนะแนวเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามนะคะ ขอให้แก้ไขผ่านไปได้ด้วยดีทุกเรื่องค่ะ

.

อ้างอิง 

1,2

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...