โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เขาคือแพทย์หนุ่มหล่อนักวิจัยไฟแรง ที่อยากลดจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV ในเมืองไทย

Health Addict

อัพเดต 30 ม.ค. 2563 เวลา 04.01 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2563 เวลา 03.39 น. • Health Addict
ปัญหาเรื่องโรคเอดส์และการติดเชื้อ HIV ในไทยดูเหมือนจะไม่หายไปง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้นไทยก็ถูกยกเป็นประเทศต้นแบบของภูมิภาคในการจัดการกับปัญหานี้ และหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญคือ นพ.ธนัตถ์ ชินบัญชร หรือ หมอท๊อป แพทย์วิจัยไฟแรงวัย 27 ปี คนนี้นี่เอง

ปัญหาเรื่องโรคเอดส์และการติดเชื้อ HIV ในไทยดูเหมือนจะไม่หายไปง่ายๆ แต่ถึงอย่างนั้นไทยก็ถูกยกเป็นประเทศต้นแบบของภูมิภาคในการจัดการกับปัญหานี้ และหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญคือ นพ.ธนัตถ์ ชินบัญชร หรือ หมอท๊อป แพทย์วิจัยไฟแรงวัย 27 ปี ที่พอเราได้พูดคุยด้วยแล้ว บอกได้คำเดียวว่า…. ความสุขของเขาคือการบรรเทาทุกข์ให้ผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV และลดการตีตราจากสังคม  

แต่ละปี มีผู้ติดเชื้อ HIV มากกว่าหมื่นคน
ปีที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในโลกเกือบ 2 ล้านคน ส่วนในไทยเพิ่มขึ้นปีละนับหมื่นคน มีทั้งกลุ่มชายรักชาย สาวประเภทสอง เด็กและเยาวชน ที่น่าเป็นห่วงคือกลุ่มขายบริการทางเพศ “พนักงานขายบริการอยู่ในความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ HIV หลายคนไม่มีอำนาจการต่อรองที่จะใส่ถุงยางอนามัย เพราะคนที่มาใช้บริการบางคนไม่ใส่ บางคนถอดถุงเอง ยิ่งกว่านั้นคือเขาไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐหรือไม่มีสิทธิ์ในการรักษาเทียบเท่ากับคนอื่น จึงทำให้คนกลุ่มนี้มาตรวจ HIV ค่อนข้างน้อย ทำให้มีปัญหาติดเชื้อมากขึ้น”
เชื้อไวรัสนี้ทำให้เกิดความเจ็บป่วย 2 อย่างคือ “ป่วยกาย” ที่ทำให้ภูมิคุ้มกันค่อยๆ ลดลงและ “ป่วยใจ” ทำให้เขากลัว ไม่มาตรวจหรือไม่รักษา กลัวคนมองไม่ดี ซึ่งหมออยากให้มองว่าการตรวจนี้ก็เหมือนการตรวจร่างกายประจำปี เพื่อให้เขารู้ตัวและได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
ช่วงแรกที่ติดเชื้อ อาจมีอาการคล้ายไข้หวัด
“ช่วงแรกของการติดเชื้อเรียกว่าระยะเฉียบพลัน (Acute HIV Infectious) บางคนมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัว ต่อมน้ำเหลืองโตคล้ายกับคนเป็นไข้หวัด แต่ถ้ารู้ตัวว่ามีความเสี่ยงก็อยากให้ตรวจเลือด ถ้าเข้ามาทันใน 72 ชั่วโมงก็สามารถทานยาป้องกันได้ ยิ่งมาเร็วยิ่งดี”
การตีตราจากสังคม อุปสรรคสำคัญของการแก้ปัญหา
สิ่งที่ทำให้ปัญหายังคงเป็นปัญหาอยู่คือการตีตราจากสังคม “ทุกวันนี้สังคมยังตีตราผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ อาจเพราะไม่เข้าใจว่าในปัจจุบันมีตัวยาที่ช่วยให้ผู้ติดเชื้อมีสุขภาพแข็งแรง มีชีวิตยืนยาวได้เช่นเดียวกับคนที่ไม่มีเชื้อ ไม่มีอะไรต้องหวาดระแวง… การตีตราทำให้กลุ่มเสี่ยงไม่กล้าเข้ามาตรวจ และคนที่อยู่ร่วมกับเชื้อก็ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม”

คลินิกนิรนาม…คลินิกที่มากกว่าการตรวจ HIV
คลินิกนิรนามคือการรักษาสุขภาวะทางเพศแบบองค์รวม “คลินิกนิรนามก่อตั้งเมื่อปี 2532 ไม่ใช่แค่การตรวจ HIV เท่านั้น แต่เป็นการให้บริการในด้านสุขภาวะทางเพศแบบองค์รวม มีทั้งการตรวจคัดกรอง การฉีดวัคซีนป้องกัน และรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ”
อย่างการตรวจคัดกรองเชื้อ HIV จากที่เคยรอนานเป็นวัน ปัจจุบันเหลือแค่ 30 นาที “เริ่มจากลงทะเบียนว่าจะเปิดเผยชื่อหรือไม่ ถ้าเปิดเผยจะได้สิทธิ์ตรวจฟรีปีละ 2 ครั้ง ก่อนการตรวจเลือดจะได้พูดคุยกับ counselor เรื่องการตรวจและการป้องกัน จากนั้นไปตรวจเลือดซึ่งรอผลประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันมีบริการ Xpress เป็นการฟังผลออนไลน์ทาง E-mail SMS หรือ Line ซึ่งร่นระยะเวลาเหลือแค่ 30 นาที เจาะเลือดเสร็จแล้วกลับบ้านได้เลย โดยข้อมูลทั้งหมดจะเป็นความลับ”
เพิ่มจุดบริการ… ลดการติดเชื้อเพิ่ม
“คลินิกเราเป็นคลินิกเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ แต่ปัญหาไม่ว่าเรื่องของ HIV หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นปัญหาระดับประเทศ ฉะนั้นอยากให้มีจุดบริการหลายๆ ที่ ที่สามารถให้บริการแบบนี้ โดยที่กลุ่มประชากรเป้าหมายไม่รู้สึกว่าถูกตีตรา อยากให้เขารู้สึกสบายใจที่เข้ารับการรักษาหรือตรวจเลือด… ถ้าเราทำให้ Sex worker ถูกกฎหมายไม่ได้ อย่างน้อยก็ควรให้เข้ามาอยู่ในระบบ เพื่อลดการติดเชื้อเพิ่ม”
ติดเชื้อแล้วก็แข็งแรง ถ้ากินยาต่อเนื่อง  
เราได้ถามคุณหมอถึงโอกาสในการรักษาให้หายขาดคุณหมอบอกว่า “ตอนนี้ยังไม่มีการรักษาให้หายขาดได้ แต่ยาในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงมากที่จะกดเชื้อ เพราะฉะนั้นถ้ากินยาต้านไวรัสอย่างต่อเนื่องผลการตรวจวัดระดับเลือดก็จะอยู่ในอยู่ในสถานะ U=U จนไม่สามารถวัดระดับไวรัสในเลือดได้ และเชื้อจะมีปริมาณน้อยเกินไปที่จะทำร้ายเราหรือทำร้ายคนอื่น ฉะนั้นจึงต้องลบภาพเก่าๆ ว่าผู้อยู่ร่วมกับเชื้อสามารถแพร่เชื้อสู่คนอื่นได้”
“นอกจากนี้ยังมียา PrEP ที่กินก่อนการมีเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันได้เกือบ 100% และยา PEP กินหลังการมีเพศสัมพันธ์สามารถป้องกันได้ 80-90% หากกินทั้ง 2 ตัวอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยป้องกันได้เกือบ 100%”
สุดท้ายหมอท๊อปบอกว่า “ถ้ารู้ตัวว่ามีความเสี่ยงควรรีบมาตรวจเลือด ถ้ามาก่อน 72 ชั่วโมงสามารถทานยาป้องกันได้ หรือเมื่อรู้ตัวว่ามีเชื้อก็ควรรีบมารักษาให้เร็วที่สุด ถ้าได้รับการรักษาตั้งแต่ตอนที่ยังแข็งแรงเราก็จะแข็งแรงต่อไปเรื่อยๆ”
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...