โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เพ็ญสุภา สุขคตะ : "เจ้าหลวงคำแดง" - "ตำนาน" หรือ "เรื่องจริง"

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 ต.ค. 2563 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 06.55 น.

อารักษ์ล้านนา : เจ้าหลวงคำแดง ณ ดอยหลวงเชียงดาว ตำนานสวมความเชื่อ หรือความเชื่อสวมตำนาน? (2)

ฉบับก่อนได้นำเสนอตำนานที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมาของ “เจ้าหลวงคำแดง” อารักษ์เมืองเชียงใหม่ไว้ 2 เวอร์ชั่น

เวอร์ชั่นแรก คือป้ายหน้าวัดถ้ำเชียงดาว ระบุว่า เจ้าหลวงคำแดงเป็นโอรสกษัตริย์เมืองพะเยา ติดตามกวางทอง ซึ่งแท้จริงแล้วคือนางอินเหลา ผีเสื้อยักษ์ถ้ำผู้กลายร่าง ในที่สุดทั้งสองก็สิงสถิตเฝ้าดอยหลวงเชียงดาว

กับอีกเวอร์ชั่นหนึ่ง ไม่ระบุชื่อเมืองพะเยา แต่บอกว่าเจ้าสุวัณณะคำแดงเป็นโอรสกษัตริย์เมือง “โจรณี” หรือ “พระญาโจรณี” ทำให้เราต้องมาตีความกันว่า เมืองโจรณี คือเมืองอะไร อยู่ที่ไหน?

ทั้งยังบอกว่า เมื่อเจ้าสุวัณณะคำแดงติดตามกวางทองจนหลงไปยังถ้ำของนางอินเหลาแล้ว เจ้าสุวัณณะคำแดงได้ลาจากนางมา (ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่า นางอินเหลากับกวางทองเป็นคนละตนกัน)

กวางทองได้หลอกล่อเจ้าสุวัณณะคำแดงให้เดินทางไปจนถึงเชิงดอยสุเทพ จนพบฤๅษี พบรอยเท้าสัตว์ เห็นนิมิตต่างๆ จนในที่สุดเจ้าสุวัณณะคำแดงหยุดตามกวาง แต่ปักหลักสร้างเวียงเจ็ดลิน (เชษฐบุรี) อันเป็นต้นเค้าเวียงโบราณในลุ่มแม่ระมิงค์ก่อนที่จะมีการสร้างเมืองเชียงใหม่ในอีก 800 ปีถัดมา

ฉากสุดท้ายนี่เองที่ทำให้ชาวเชียงใหม่นับถือเจ้าสุวัณณะคำแดงหรือเจ้าหลวงคำแดงในฐานะประมุขแห่งอารักษ์เมืองของชาวล้านนา

ประเด็นน่าสนใจที่ดิฉันอยากชวนวิเคราะห์เจาะลึกมีอยู่ 2 ประเด็นหลักๆ คือ

1 การเชื่อมโยงตำนานให้เจ้าหลวงคำแดงเป็นปฐมวงศ์ผู้สร้าง “เวียงเจ็ดลิน” อันเป็นเมืองโบราณรุ่นเก่าที่ร่วมสมัยกับอาณาจักรหริภุญไชย โดยระบุว่าเวียงเจ็ดลินสร้างมาก่อนเชียงใหม่นั้น มีหลักฐานทางด้านโบราณคดีมารองรับมากน้อยแค่ไหนหรือไม่ ซึ่งประเด็นนี้ ดิฉันขอแยกนำไปวิเคราะห์ต่างหากในตอนที่จะเขียนถึงเรื่อง “เวียงเจ็ดลิน” เมื่อมีโอกาส

2 การพบคำว่า “เมืองพะเยา” ซึ่งเป็นชื่อเมืองสำคัญที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ล้านนา (ไม่เหมือนชื่อ “โจรณี”) แต่ถูกนำชื่อไปปะปนกับนิทานปรัมปรา จนทำให้สับสนงงงวย ว่าปรากฏชื่อเมืองพะเยาในตำนานอารักษ์ล้านนาขึ้นมาได้อย่างไร

หรือว่าเอาเข้าจริงแล้วชื่อของ “เจ้าหลวงคำแดง” เองก็อาจเป็นบุคคลจริงทางประวัติศาสตร์ของเมืองพะเยาด้วยเช่นกัน และไม่ได้เก่าคร่ำถึงยุคฤๅษีตามที่ตำนานระบุ?

 

การกระจายตัวของอารักษ์
“เจ้าหลวงคำแดง”
ในกลุ่มไทเผ่าต่างๆ

ดร.ประสิทธิ์ ลีปรีชา ผู้เชี่ยวชาญด้านมานุษยวิทยาชาติพันธุ์ กล่าวไว้ในหนังสือเรื่อง “เทพารักษ์ล้านนา : จากหอผีสู่รูปปั้นศาลเจ้าและอนุสาวรีย์” จัดพิมพ์โดย CRAS (ศูนย์วิจัยและบริการวิชาการ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่) เมื่อปี 2560 ว่า

“นามของ “เจ้าหลวงคำแดง” นี้ผู้คนในล้านนาและอาณาบริเวณใกล้เคียงมีการเรียกชื่อแตกต่างกันไป ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าทั้งหมดนี้จะเป็น “คำแดง” คนเดียวกันหรือไม่” อาจารย์ประสิทธิ์ได้จำแนกชื่อเรียก “เจ้าหลวงคำแดง” ของคนไทเผ่าต่างๆ ตามที่กระจายตัวออกไปดังนี้

๏ ชาวไทยวน และชาวลัวะ เรียก “สุวัณณะคำแดง (สุวรรณคำแดง) ปรากฏในตำนานเชียงใหม่ปางเดิม และตำนานสุวรรณคำแดง เขียนในยุคพระเจ้ากาวิละ

๏ ชาวไทยวน เรียก “เจ้าหลวงคำแดง” ปรากฏในตำนานพระเจ้าเลียบโลก ผูกที่ 9 กับตำนานแม่ระมิงค์ ประวัติศาสตร์ครองเมืองเชียงใหม่

๏ ชาวไทยวน (อพยพมาจากเมืองน่าน) แถบวัดพระเจ้านั่งดิน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เรียก “พระญาคำแดง” ปรากฏในตำนาน “เจ้าเมืองพุทธรสะ” และ “ประวัติพระเจ้านั่งดิน”

๏ ชาวไทยวน บ้านตับเต่า (อพยพมาจากเมืองน่าน) และบ้านเชียงเคี่ยน อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เรียก “เจ้าพ่อคำแดง”

๏ ชาวไทยวน (อพยพมาจากอำเภอแม่ทะ เกาะคา ห้างฉัตร จังหวัดลำปาง) ที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เรียก “เจ้าหม่อมคำแดง” และ “ขุนคำแดง”

๏ ชาวไทลื้อ บ้านแพด อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เรียก “เจ้า (พ่อ) พญาคำแดง”

๏ ชาวไทลื้อ บ้านดอนมูล และบ้านหนองบัว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เรียก “เทวดาคำแดง” หรือ “แม่พญาคำแดง”

๏ ชาวไทลื้อในสิบสองปันนา เรียก “เจ้าคำแดง” ในนิทาน 4 แสนหมอนม้า, เรียก “พญาคำแดง” และ “พันนาคำแดงเมืองแช่” ในเชื้อเครือเจ้าแสนหวีสิบสองปันนา, เรียก “เจ้าฟ้าหลวงคำแดง” ในพับหนังสือพื้นเมืองหลวง

๏ ชาวไทใหญ่ในรัฐฉาน เรียก “เจ้าขุนคำแดง” ในประวัติศาสตร์ไทใหญ่ พื้นไทตอนกลาง, เรียก “คำแดงเสือไก่” ในพงศาวดารเมืองไท เครือเมืองกูเมือง

๏ ชาวไทใหญ่ในดินแดนอาหมเรียก “เจ้าฟ้าดอกคำแดง” ในพงศาวดารไทอาหมหรืออาหมบุราณจี

๏ ชาวไทใหญ่ที่พรมแดนล้านนา-พม่า เรียก “เจ้าหมอกคำแหลง (คำแดง)” บ้างเรียก “เจ้าหน่อเนื้อคำแดง” ปรากฏในคำไหว้ผีเจ้าเมืองผีเจ้าบ้าน บ้านใหม่หมอกจ๋าม อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่

๏ ชาวไทน้อยในลาวเรียก “พระญาล้านคำแดง” ในพงศาวดารลาว ประวัติศาสตร์ลาว

อาจารย์ประสิทธิ์เห็นว่า แม้ชื่อทั้งหมดมีการเรียกขานแตกต่างกันออกไปในแต่ละถิ่นหรือกลุ่มชาติพันธุ์ก็จริง แต่เนื้อความโดยรวมของตำนานในพื้นที่ต่างๆ ล้วนระบุว่า “คำแดง” เหล่านั้น ต่างเคยเป็นกษัตริย์และต่อมามีสถานะเป็น “เทพารักษ์ของชุมชน” และมักมีการเชื่อมโยงกับดอยหลวงเชียงดาวทั้งสิ้น

 

เจ้าหลวงคำแดง กษัตริย์เมืองพะเยา
มีตัวตนจริงหรือแค่อิงตำนาน

เชื่อว่าผู้อ่านยังไม่หายคาใจต่อกรณีเรื่องตัวตนของ “เจ้าหลวงคำแดง” ที่กลายมาเป็นเทพารักษ์ของกลุ่มคนไทเผ่าต่างๆ สรุปแล้ว ท่านเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ มีตัวมีตนจริงๆ หรือไม่ หรือเป็นแค่วีรบุรุษในตำนาน?

ก่อนวิเคราะห์ประเด็นดังกล่าว จะขอยกตัวอย่างเนื้อความอีกสัก 1-2 สำนวน เพื่อให้เห็นความเชื่อของกลุ่มชนไทเผ่าต่างๆ สำนวนแรกเป็นไทลื้อที่บ้านแพด อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา อพยพมาจากเมืองพงในสิบสองปันนา

“เจ้าพญาคำแดงเป็นโอรสของพญาโจระณี กษัตริย์เมืองพะเยา ได้ยกทัพมารบกับพวกจีนฮ่อ ได้รับชัยชนะกลับมา ระหว่างทางเจ้าพญาคำแดงได้พบกับกวางรูปงามก็เลยอยากได้ จึงให้ไพร่พลไล่ตาม จนกวางคำเข้าเขตเมืองเชียงดาว และที่นั่นมีภูเขาลูกหนึ่งสูงเทียมเมฆ เขาลูกนี้มีชื่อว่าดอยเพียงดาว เมื่อกวางวิ่งมาถึงหน้าถ้ำใหญ่ก็เผยโฉมกลายเป็นสตรีเพศ มีชื่อว่านางอินเหลา เป็นลูกสาวของนางยักษ์ซึ่งเฝ้าถ้ำเชียงดาวนั้น นางได้วิ่งเข้าไปในถ้ำ พญาคำแดงได้ติดตาม ทั้งคู่หายไปโดยไม่กลับมาอีกเลย ไพร่พลที่ติดตามไปถึงปากถ้ำก็พบแต่ม้าทรงสีขาวหมอก เฝ้ารออยู่หลายวัน ไม่เห็นพญาคำแดงกลับออกมา จึงยกไพร่พลกลับเมืองพะเยา”

ที่บ้านป่าไคร้ อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ก็มีการกล่าวถึงประวัติเจ้าหลวงคำแดงในสำนวนที่มีใจความสำคัญไม่ได้แตกต่างจากสำนวนอื่นๆ มากนัก นั่นคือ

เจ้าหลวงคำแดงเป็นลูกกษัตริย์เมืองพะเยา ยกทัพไปถึงถ้ำเชียงดาว เจ้าหลวงคำแดงได้ตามกวางคือนางอินเหลาเข้าไปในถ้ำ จนไม่ได้ออกมา แต่ที่นี่มีความน่าสนใจมากกว่าที่อื่นก็คือ คนในพื้นที่สามารถเชื่อมโยงเรื่องราวของเจ้าหลวงคำแดงกับเหตุการณ์จริงที่เกิดในท้องถิ่นห้างฉัตรสืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น

ดร.ประสิทธิ์ ลีปรีชา ลงเก็บข้อมูลสัมภาษณ์นายเสมา ประมะวงศ์อิน ชาวบ้านป่าไคร้ เขาเป็นบุตรของพ่อหนานใจ๋ ผู้สืบทอดตำแหน่ง “ขุนแก้ว นายโฮง” นายเสมาเล่าว่า

“เจ้าหลวงคำแดงเป็นชาวพะเยา เป็นนักรบ ช่วงกำลังจะยกทัพไปเมืองเชียงดาว ได้เดินทางผ่านบ้านป่าไคร้ (บ้านห้วยไคร้) มาพักบ้านปู่ย่าของผม ขอให้คนในบ้านมาต้อนรับ ตระกูลที่ท่านมาพัก จึงได้เป็น “ขุนแก้วนายโฮง” และมีการสืบทอดมาถึงรุ่นยายของพ่อหนานใจ๋”

จากข้อความนี้ แสดงว่าเส้นทางที่เจ้าหลวงคำแดงลงมาจากพะเยานั้น ต้องใช้เส้นเมืองปานสู่ห้างฉัตรลัดเลาะจากน้ำแม่สันสู่น้ำแม่ทา ซึ่งบรรจบกับน้ำแม่ปิงที่สบทา เพื่อเกาะลำน้ำปิงไปจนถึงเชียงดาว

ความสำคัญของเจ้าหลวงคำแดงต่อชาวบ้านป่าไคร้ อำเภอห้างฉัตรนี้ เริ่มต้นจากการตั้ง “หอผีประจำตระกูล” ที่ไหว้กันเฉพาะคนในครอบครัวก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ กลายมาเป็น “เทพารักษ์” ประจำหมู่บ้าน โดยการยกบ้านหลังที่เจ้าหลวงคำแดงเคยมาพำนัก (บ้านของปู่ย่าตายายอ้ายเสมา) ขึ้นเป็นหอผี แล้วทำแท่นบูชา

พิธีเลี้ยงผีเจ้าหลวงคำแดงของหมู่บ้านป่าไคร้จัดขึ้น 2 ครั้งต่อปี คือเดือน 5 เหนือ ออก 13 ค่ำ (ประมาณกุมภาพันธ์) ครั้งแรกจะเลี้ยงด้วยไก่ ครั้งที่สองจัดในเดือน 9 ออก 13 ค่ำ เลี้ยงด้วยหมู โดยในวันขึ้น 12 ค่ำของแต่ละครั้ง จะมีการแจ้งข่าวให้ชาวบ้านทราบเพื่อเตรียมตัวมาร่วมพิธีในวันรุ่งขึ้น

ในเมื่อชาวห้างฉัตรมีการอ้างถึงการเดินทางของเจ้าหลวงคำแดงที่ลงมาจากเมืองพะเยาผ่านมาทางนี้ว่าเป็นเรื่องจริง หาใช่นิทานปรัมปราไม่ หากเป็นประวัติศาสตร์ที่มีเลือดเนื้อ มีชีวิตจริงสัมผัสได้ เราจึงควรศึกษาประเด็นนี้กันต่อไป

 

เจ้าหลวงคำแดงแท้คือโอรสของ
พระญางำเมือง (พระญาโจรณี)

ในที่สุดเมื่อค้นคว้าประวัติราชวงศ์ของภูกามยาวหรือพะเยา นครรัฐสำคัญของล้านนา ก็ได้พบชื่อของ “ท้าวคำแดง” หรือ “พระญาคำแดง” ปรากฏว่ามีตัวตนอยู่จริงทั้งในหนังสือ “ตำนานเมืองพะเยา” ที่ปริวรรตโดยเฉลิมวุฒิ ต๊ะคำมี เมื่อ พ.ศ.2554 และในพงศาวดารโยนกที่พระยาประชากิจกรจักร์ (แช่ม บุนนาค) เป็นผู้ประมวลเรียบเรียง

ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญยิ่งของเมืองพะเยาอีกด้วย เพราะท้าวคำแดงเป็นถึงโอรสของพระญางำเมือง ผู้เป็นมหาราชแห่งเมืองพะเยา

เฉลิมวุฒิ ต๊ะคำมี วิเคราะห์ว่า “อาจเป็นไปได้ว่า เหตุการณ์ช่วงปลายรัชสมัยของพระญางำเมือง เมืองพะเยาคงตกอยู่ในอันตราย มีความวุ่นวายพอสมควร ถึงขนาดที่ว่าพระญางำเมืองต้องเสด็จไปประทับที่เมืองงาว พร้อมกับส่งราชธิดาไปเป็นชายาของเจ้านายราชวงศ์สุโขทัย

และตัวท้าวคำแดงเองผู้เป็นโอรสก็ไม่สามารถประทับที่เมืองพะเยาได้ด้วยเช่นกัน แต่กลับต้องระหกระเหินไปตีเมืองทางตอนเหนือของเชียงใหม่ (ซึ่งในตำนานเจ้าหลวงคำแดงเขียนว่าปราบฮ่อ) สันนิษฐานว่าคงหมายถึงเมืองเชียงดาวนั่นเอง ซึ่งไปสอดคล้องกับที่ระบุไว้ในตำนานเจ้าหลวงคำแดงทุกเวอร์ชั่น

ส่วนชายาของท้าวคำแดงที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ จะมีชื่อว่านางอินเหลา เหมือนกับที่ปรากฏในตำนานทุกสำนวนหรือไม่นั้นยังไม่สามารถระบุได้ จนกว่าจะพบหลักฐานด้านลายลักษณ์มายืนยัน”

เรื่องราวของ “พระญาคำแดง” ในมิติทางประวัติศาสตร์ ยังปรากฏพระนามอีกครั้งในประวัติเมืองแจ้ห่ม (ชื่อเดิมคือวิเชตนคร) ปัจจุบันเป็นอำเภอทางตอนเหนือของลำปางเขตเชื่อมต่อพะเยา กล่าวถึง “พระญาคำลือ” (เจ้าคำลือ/ท้าวคำลือ) ว่าเป็นโอรสของเจ้าหลวงคำแดงกษัตริย์แห่งเมืองพะเยา โดยได้ส่งเจ้าคำลือให้มาปกครองเมืองวิเชตนคร

กล่าวโดยสรุป หากเจ้าหลวงคำแดงเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ล้านนาแล้วไซร้ เป็นถึงพระราชโอรสของมหาราชงำเมือง ไฉนจึงมากลายเป็นอารักษ์สำคัญลำดับต้นสุดของล้านนา แถมยังมีอิทธิพลต่อความเชื่อของคนไทกลุ่มต่างๆ ทั้งในล้านนา ตลอดจนรัฐฉาน อาหม สิบสองปันนา และล้านช้าง?

ฉบับหน้าตอนสุดท้ายจักได้เฉลย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...