โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

แม่ร้องลูก 7 ขวบ ถูกเพื่อนแทงตาบอด ร.ร.เมิน ไร้คนรับผิดชอบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 20 ก.ย 2565 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 20 ก.ย 2565 เวลา 13.54 น.

แม่ร้องลูก 7 ขวบ ถูกเพื่อนแทงตาบอด ร.ร.เมิน ไร้คนรับผิดชอบ

กรณีเกิดเหตุเด็กชายหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 7 ขวบ โรงเรียนประจำแห่งหนึ่ง ใน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ถูกเพื่อนนักเรียนด้วยกันใช้ปากกาทิ่มลูกตา จนกระจกตาเสีย และตาบอด โดยหลังจากเกิดเหตุครูไม่ได้แจ้งให้ผู้ปกครองทราบในทันที แต่ผู้ปกครองทราบหลังจากเกิดเรื่องได้ 5 วันแล้ว เนื่องจากลูกชาย ไปบอกกับพี่ชายที่เรียนอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนเดียวกันว่า เจ็บตาจนทนไม่ไหว พี่ชายจึงไปบอกครู และครูจึงพาไปหาหมอ จากนั้นจึงโทรศัพท์แจ้งผู้ปกครองทราบ อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาพบว่าเด็กชายหนึ่งสูญเสียกระจกตา และกลายเป็นเด็กตาบอดไปนั้น

เมื่อวันที่ 20 กันยายน นางธนัชพร รักการ อายุ 35 ปี มารดาของเด็กชายหนึ่ง ร้องเรียนมายังมติชนออนไลน์ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และถึงแม้จะผ่านไปถึง 3 เดือนแล้ว ทางโรงเรียนยังไม่ออกมาแสดงความรับผิดชอบใดๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นเลย

เด็กชายหนึ่ง(นามสมมุติ)

“วันนี้น้องได้ผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาใหม่และกลับมามองเห็นได้แล้ว แต่ตาข้างที่เคยได้รับบาดเจ็บก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป อีกทั้งน้องยังมีอาการหวาดผวาเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม่จึงไปทำเรื่องย้ายโรงเรียนให้ลูกทั้ง 2 คนแล้ว สิ่งหนึ่งที่เสียใจมากก็คือ โรงเรียนไม่มาแสดงความรับผิดชอบอะไรเลย แต่เคยมีผู้ใหญ่คนหนึ่งติดต่อมาที่แม่เสนอเงินให้ 30,000 บาท ขอให้จบเรื่อง ให้เรื่องนี้เงียบไป แต่แม่ไม่ตกลง และอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเยียวยาจิตใจ และรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นให้เหมาะสม ซึ่งทางโน้นบอก หากอยากได้มากกว่าสามหมื่นก็ให้ไปฟ้องร้องเอา จากนั้นเรื่องก็เงียบหายไปเลย เคยไปแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.ทุ่งสง แต่เรื่องก็เงียบไปเช่นเดียวกัน แม่ก็ไม่รู้จะพึ่งพาใครได้อีกแล้ว” นางธนัชพรกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...