ลูลา ดา ซิลวา "คืนชีพ" สู่ผู้นำบราซิลได้อย่างไร แม้เคยติดคุกข้อหาทุจริต
ผู้นำประเทศที่พ้นตำแหน่งไปแล้ว เคยถูกดำเนินคดีและติดคุกในคดีทุจริต ลูอิส อีนาซียู ลูลา ดา ซิลวา หวนกลับมาชนะการเลือกตั้งและเป็นผู้นำได้อีกครั้งได้อย่างไร เป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่ง
จากโพสต์แสดงความยินดีของทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ของไทย เขียนถึง “ลูลาเพื่อนรัก” ว่า “คืนชีพกลับมาจากเถ้าธุลีแล้ว” โดย “ผ่านการเลือกตั้งอย่างสง่างาม”
วันที่ 31 ตุลาคม 2565 สำนักข่าว เอพี รายงานว่า ลูลา ดา ซิลวา วัย 77 ปี ได้รับชัยชนะที่ผู้นำชาติตะวันตกล้วนส่งสารแสดงความยินดี
ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา กล่าวชื่นชมว่า “เป็นการเลือกตั้งที่เสรี ยุติธรรม และน่าเชื่อถือของประเทศ” เช่นเดียวกับสหภาพยุโรปที่ระบุว่า การเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ และความโปร่งใสตลอดการรณรงค์
ลูลา ดา ซิลวา นักการเมืองจากพรรคฝ่ายซ้าย เอาชนะประธานาธิบดี ฌาอีร์ โบลโซนาโร ที่เป็นขวาตกขอบ ด้วยคะแนนเฉือนชัยอย่างฉิวเฉียด 50.9% ต่อ 49.1% ในการเลือกตั้งรอบตัดสิน
นี่เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใสที่สุดของประเทศนับตั้งแต่เดินหน้าสู่ระบอบประชาธิปไตยในปี 1985 (พ.ศ. 2538) และเป็นครั้งแรกที่ผู้ได้รับตำแหน่งเอาชนะคู่แข่งด้วยคะแนนโหวตที่ต่างกันเพียง 2 ล้านเสียง
ชัยชนะของประชาธิปไตย
ลูลากล่าวสุนทรพจน์รับชัยชนะที่เซาเปาโลว่า “วันนี้มีผู้ชนะเพียงรายเดียวคือชาวบราซิล ซึ่งเป็นชัยชนะของขบวนการประชาธิปไตยที่อยู่เหนือพรรคการเมือง ผลประโยชน์ส่วนตัว และอุดมการณ์ที่ให้ประชาธิปไตยได้รับชัยชนะ”
ด้วยสภาพการแตกขั้วในสังคม ลูลากล่าวเสริมว่า จะบริหารประเทศอย่างเป็นกลาง และฟื้นฟูความเจริญรุ่งเรืองที่ประเทศเหมือนเมื่อครั้งที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่างปี 2003-2010 (พ.ศ. 2546-2553)
ส่วนเรื่องที่ลูลาอายุครบ 77 ปีก่อนวันเลือกตั้งเพียงสามวัน ซึ่งดูเป็นผู้นำที่สูงวัยแล้ว ลูลามีข้อโต้แย้งว่า
“อายุที่นับตามจำนวนปีไม่ได้ทำให้บางคนแก่ตามไปได้ สิ่งที่ทำให้คุณแก่ก็คือการขาดเป้าหมายในชีวิต บราซิลคือเป้าหมายของผม ประชาชนคือเป้าหมายของผม”
สูงสุดสู่สามัญ สามัญหวนสูงสุด
เส้นทางชีวิตของลูลาไม่ธรรมดาและ ไม่เหมือนใคร เริ่มตั้งแต่ครอบครัวที่มาจากย่านคนยากจน ทางตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่รัฐเซาเปาโล หวังตามมาอยู่กับพ่อชองลูลาที่ออกจากบ้านมาหลายปี แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่าพ่อไปใช้ชีวิตอยู่กับหญิงอื่นแล้ว แม่จึงจากไปลำพังและเลี้ยงลูก ๆ เองทั้ง 8 คนโดยลูลาเป็นคนสุดท้อง
ด้วยฐานะยากจน ลูลาไปทำงานเป็นช่างโลหะตั้งแต่อายุ 14 ปีที่ชานเมือง งานเช่นนี้ทำให้ลูลานิ้วขาดหายไปนิ้วหนึ่ง
ต่อมาลูลาเติบโตเป็นผู้นำสหภาพ และเข้าสู่การเมืองอย่างเต็มตัว ลงชิงประธานาธิบดีครั้งแรกในปี 1989 (พ.ศ. 2532) แต่ปราชัย กระทั่งมาประสบความสำเร็จในศึกเลือกตั้งปี 2002 (พ.ศ. 2545) เป็นคนงานคนแรกของประเทศที่ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารสูงสุด
อีก 4 ปีต่อมาลูลาชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยสอง เอาชนะเจอรัลโด อัลค์มิน ผู้สมัครแนวขวากลาง ซึ่งปีนี้มาลงชิงเป็นคู่รองประธานาธิบดีกับลูลา
ผู้ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก
ระหว่างลูลาบริหารประเทศ บราซิลส่งออกสินค้าให้จีนเพิ่มขึ้นอย่างอู้ฟู่ พร้อมกับที่รัฐบาลจัดทำนโยบายยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนขึ้นเป็นชนชั้นกลางได้หลายสิบล้านคน
ปี 2014 หรือ พ.ศ. 2557 ลูลาอำลาวาระการดำรงตำแหน่งด้วยคะแนนนิยมสูงเกิน 80% จนประธานาธิบดีสหรัฐในตอนนั้น บารัก โอบามา ถึงกับชื่นชมว่า “นักการเมืองที่ได้รับความนิยมสูงสุดในโลก”
ดิลมา รูสเซฟฟ์ ผู้ที่ลูลาสนับสนุน คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งในปีนั้น อย่างไรก็ตาม ในสมัยที่สองของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ดิลมา ถูกลากเข้าไปสู่การสอบสวนขยายผลข้อหาคอร์รัปชั่นและลามต่อมาถึงลูลา และสมาชิกในพรรคคนงาน Workers’ Party ที่ลูลาก่อตั้ง
จังหวะนั้นสถานการณ์เศรษฐกิจดิ่งลงนานกว่าสองปี ดิลมาถูกโจมตีหนักว่าใช้นโยบายเศรษฐกิจที่แก้ไขวิกฤตไม่ได้ สุดท้ายดิลมาถูกถอดออกจากตำแหน่ง ตามขั้นตอนอิมพีชเมนต์ในปี 2016 (พ.ศ. 2559) ฐานละเมิดกฎหมายการจัดทำงบประมาณแผ่นดิน
ถูกจองจำ-อดลงเลือกตั้ง
ตอนนั้นลูลาถูกสั่งจำคุกข้อหาคอร์รัปชั่นและฟอกเงิน ต้องอยู่ในห้องกักกันขนาด 15 ตารางเมตรบนชั้น 4 ของอาคารสำนักงานตำรวจ เมืองคูริติบา ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นเวลา 580 วัน
การถูกจองจำครั้งนั้นเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติไม่สามารถลงชิงตำแหน่งผู้นำ เมื่อปี 2018 (พ.ศ. 2561) และเปิดทางให้โบลโซนาโร นักการเมืองฝ่ายขวาตกขอบคว้าชัยชนะขึ้นเป็นประธานาธิบดีไปโดยปริยาย ส่วนลูลาเข้าสู่ภาวะตีบตันทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม 4 ปีในการดำรงตำแหน่งของโบลโซนาโรกลับกัดกร่อนตัวเอง โบลโซนาโรถูกนักสิทธิมนุษยชนและนักสิ่งแวดล้อมวิจารณ์อย่างกว้างขวาง ไม่ว่าวิธีการจัดการกับการระบาดใหญ่ของโควิด-19 หรือการตัดไม้ทำลายป่าอะแมซอนสูงสุดในรอบ 15 ปี
โบลโซนาโรหาเสียงโจมตีลูลาว่า ถ้ากลับมาได้จะนำบราซิลไปสู่ลัทธิคอมมิวนิสต์ ยาเสพติดถูกกฎหมาย การทำแท้ง และทำลายศาสนา จะก่อให้เกิดความวุ่นวายทางเศรษฐกิจและความเสื่อมทรามทางสังคม
แต่ดูเหมือนการโจมตีนี้ไม่ได้ผล
ชีวิตส่วนตัวก็สุดต๊าซ
สำหรับชีวิตส่วนตัวของลูลาก็ดราม่าไม่แพ้ชีวิตทางการเมือง
ภรรยาเสียชีวิตไปตอนที่ลูลาถูกสอบสวนคดีทุจริต ซึ่งลูลากล่าวว่าความเครียดจากคดีนี้เป็นสาเหตุให้ภรรยาต้องจากไป
ต่อมาลูลาพบรักใหม่กับสาวชื่อโรซานเดลา ดา ซิลวา ชื่อเล่นว่าแจเนีย โดยมีทนายของลูลา ชื่อคาร์ลอส โรชา รับบทเป็นกามเทพ คอยส่งจดหมายรักให้ระหว่างเข้าเยี่ยมลูลาในคุกทุกสัปดาห์
ทนายคนนี้ต้องซ่อนจดหมายของฝ่ายหญิงไว้ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเกต เพื่อผู้คุมจะได้ไม่ตรวจสอบ โรชาเผยว่าตอนที่ลูลาได้รับจดหมาย เห็นได้ชัดถึงสีหน้าปลาบปลื้มเบิกบานใจ
“ด้วยพระประสงค์ของพระเจ้า หวังว่าวันหนึ่งเราจะได้ตีพิมพ์จดหมายเหล่านี้ แต่ต้องให้คนอายุเกิน 18 ปีถึงอ่านได้นะครับ” ทนายกล่าวติดตลก
ต่อมาเมื่อศาลฎีกาตัดสินยกฟ้องข้อกล่าวหาที่มีต่อลูลา ด้วยเหตุผลว่าผู้พิพากษาก่อนหน้านี้มีอคติและร่วมสมคบกับอัยการ ทำให้ลูลาติดคุกรวม 580 วัน
เมื่อได้รับอิสรภาพ ลูลาจึงแต่งงานกับแจเนีย และลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง ในจังหวะที่โบลโซนาโร พยายามจะสานต่อการเป็นประธานาธิบดีสมัยสอง แต่พ่ายลูลาในที่สุด
ระหว่างที่ลูลาฉลองชัยชนะในการเลือกตั้ง แจเนียยืนเคียงข้างอยู่ตลอด พร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความตื้นตันใจ เช่นเดียวกับผู้สนับสนุนอีกหลายคน
“ดิฉันเคยร้องไห้ตอนที่เขาติดคุกอยู่ ตอนนี้ฉันก็ร้องอีก เพราะเขานำบราซิลกลับมาสู่ภาวะปกติ เขาทำได้ เขามีพลังที่จะทำได้” คลอเดีย มาร์กอส นักประวัติศาสตร์อายุ 56 ปีกล่าว และว่า “เขาคือนกฟีนิกซ์สำหรับเรา เป็นประธานาธิบดีที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์บราซิล”
สังคมแตกขั้ว โจทย์ใหญ่ที่รออยู่
นโยบายที่ลูลาให้คำมั่นในการหาเสียงครั้งล่าสุดนี้ ได้แก่ จัดตั้งกระทรวงเพื่อชนพื้นเมืองของบราซิล เพื่อที่จะเพิ่มรายได้กับคนยากจน สร้างความสัมพันธ์กับรัฐบาลต่างประเทศ
ที่สำคัญคือต่อสู้เพื่อตรวจสอบและเฝ้าระวังทุกกิจกรรมที่ผิดกฎหมายในป่าอะแมซอน ในขณะเดียวกัน จะส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในป่าอะแมซอน
ส่วนโจทย์ใหญ่สำหรับลูลาที่รออยู่ คาร์ลอส เมโล อาจารย์วิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอินสเปอร์ในเซาเปาโล ชี้ว่า คือการเชื่อมต่อหล่อหลอมคนในประเทศที่มีความหลากหลายและแตกแยก สิ่งนี้จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ถ้าลูลาพูดคุยกับผู้ที่ไม่ได้เลือกตนเองได้ หลังจากโบลโซนาโรไม่เคยลองทำ
ด้าน โธมัส เทรามันน์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระกล่าวว่า ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่ลูลามีคือ การทำให้ประเทศสงบ โดยคนในประเทศไม่เพียงแต่แบ่งขั้วในเรื่องการเมืองเท่านั้น แต่ยังมีค่านิยม อัตลักษณ์ และความคิดเห็นที่แตกต่างกันด้วย
“ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขาไม่สนใจว่าค่านิยม อัตลักษณ์ และความคิดเห็นของอีกฝ่ายเป็นอย่างไร”
…..