โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัดระเบียบใช้พื้นที่ป่า พบมี 10,730 คำขอ ยื่นสร้างวัดและสำนักสงฆ์

เชียงใหม่นิวส์

เผยแพร่ 15 ก.ย 2565 เวลา 07.19 น. • Chiang Mai News

นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า มติ ครม. 23 มิ.ย. 2563 และมติ ครม. 11 พ.ค. 2564 มีแนวทางในการผ่อนผันให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต กรณีของวัดหรือสำนักสงฆ์ที่อยู่ในเขตป่าสงวนฯ ให้ยื่นขออนุญาตเข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนฯ ตามระเบียบคณะกรรมการพิจารณาการใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวนฯ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การขออนุญาตและการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนฯ พ.ศ. 2565 หมวด 1 การขออนุญาต ข้อ 6(2) และหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตต้องเป็นไปตามหมวด 2 หลักเกณฑ์วิธีการ เงื่อนไขข้อ 12

กรณีวัดหรือสำนักสงฆ์ที่อยู่ในเขตป่า ตามมาตรา 4(1) แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ให้ดำเนินการขออนุญาต
ตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตทำประโยชน์ในเขตป่า พ.ศ.2558 ทั้งนี้ วัดหรือสำนักสงฆ์จะต้องอยู่ในบัญชีรายชื่อที่ได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ระดับจังหวัดที่มีมติให้ขออนุญาตสร้างวัดให้ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณา อย่างไรก็ตามสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ระบุว่า ปัจจุบันวัดทั่วไทยมี 42,626 แห่ง แบ่งเป็นวัดราษฎร์ 42,316 แห่ง มีพระภิกษุจำวัดกว่า 205,513 รูป เป็นสามเณรราวๆ 33,510 รูป วัดและสำนักสงฆ์ที่มีการยื่นขออนุญาตใช้พื้นที่
ป่าไม้ เพื่อการสร้างวัดตาม มติ ครม.ทั้ง2 นั้นมี ทั้งหมด 10,730 คำขอ ซึ่งวัดและสำนักสงฆ์ยังไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าระดับจังหวัดที่มีมติให้ขออนุญาตสร้างวัดให้ถูกต้องตามกฎหมาย

ล่าสุด กรมป่าไม้ได้ประชุมกับกรมอุทยานฯ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ที่ประชุมมีมติยึดแนวทางตามมติ ครม. 18 เม.ย. 2538 และให้คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ระดับจังหวัดตามคำสั่งคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ที่ 1/2552 พิจารณาจำแนกที่พักสงฆ์ในเขตพื้นที่ป่าไม้ตามหลักการในการจำแนกที่พักสงฆ์ในเขตพื้นที่ป่าไม้และแนวทางแก้ไขปัญหาตามมติคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ ครั้งที่ 2/2540 เมื่อ 3 พ.ย. 2540 เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อสร้างวัดและเร่งหารือสำนักงานพระพุทธศาสนาฯ ก่อนแจ้งจังหวัดทุกจังหวัด สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ท้องที่ 1-13 และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้สาขาทุกสาขาต่อไปให้ถือปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวเพื่อป้องกันปัญหาในทุกกรณ๊ในอนาคต

ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า ทส.ได้ดำเนินการแก้ปัญหาพระสงฆ์และสำนักสงฆ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าไม้ โดยคณะรัฐมนตรี(ครม.) เมื่อ 9 ส.ค.2565 มีมติ ครม.ตามที่ ทส.เสนอกรณีดำเนินโครงการใดๆ ของหน่วยงานรัฐมีความจำเป็นต้องใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าและจะต้องมีการปลูกป่าทดแทนเพื่อการอนุรักษ์หรือรักษาสภาพแวดล้อมในพื้นที่ด้วย ให้สำนักงบประมาณพิจารณาจัดสรร/อนุมัติงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการปลูกป่าทดแทนให้หน่วยงานของรัฐเจ้าของโครงการหรือหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดำเนินการปลูกป่าตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติกำหนดโดยถือเป็นค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งของโครงการนั้นๆ ด้วย โดย ยกเว้นหน่วยงานรัฐหรือโครงการบางประเภทที่ไม่ต้องจัดสรรงบประมาณค่าปลูกป่าทดแทน

ประกอบด้วย โครงการเพื่อสร้างศาสนสถานและสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนา โครงการที่มีวัตถุประสงค์เป็นไปเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการเพื่อการจัดที่ดินที่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.และโครงการที่เข้าใช้พื้นที่ป่าก่อนได้รับอนุญาตตามมติ ครม.เมื่อ23 มิ.ย.2563 เรื่องการเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ และขอผ่อนผันตามมติ ครม.เมื่อ 8 ก.ค.2523 กรณีที่ปรากฏว่ายังมีส่วนราชการใดเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาตและมติ ครม.เมื่อ 11 พ.ย.2564 เรื่องขอขยายเวลาในการยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ตาม มติ ครม.เมื่อ 23 มิ.ย.2563

นายจงคล้าย วรพงศธร รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง ปกท.ทส.) กล่าวว่า พื้นที่ป่าในปัจจุบันของไทยมีประมาณร้อยละ 21 หรือ 102 ล้านไร่ อยู่ในพื้นที่ของหน่วยงานราชการต่างๆ ทั่วประเทศ ได้แก่ พื้นที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ผ่านมามีการขอความร่วมมือทุกหน่วยงานร่วมกันทำงานอย่างบูรณาการตรวจสอบผืนป่าในพื้นที่หน่วยงาน ในสังกัด โดยจะต้องทราบข้อมูลตัวเลขที่แน่นอนของป่าอนุรักษ์ มีฐานข้อมูลที่เป็นระบบและน่าเชื่อถือเครือข่ายอนุกรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาคเหนือ ระบุว่า การใช้ประโยชน์ในกิจกรรม โครงการด้านศาสนานั้น บางสถานที่
มีมีการพัฒนา ปกป้องดูแลผืนป่า แต่บางแหล่ง พัฒนาจนเสียสภาพสมดุลย์ ทางธรรมชาติ มีการปลูกสร้าง รุกล้ำทำลายผืนป่า ทั้งโดยเจตนาและความไม่เข้าใจภูมิทัศน์ ระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...