ดาราสาววัย 21 ปี ร้อง ทนายตั้ม ถูกหลานอดีต รมต. มอมยา รู้ตัวอีกทีพบคราบอสุจิ
The Bangkok Insight
อัพเดต 30 ส.ค. 2565 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2565 เวลา 05.00 น. • The Bangkok Insightทนายษิทรา พา นักแสดงสาววัย 21 ปี เข้าติดตามคดี สน.โชคชัย หลังแจ้งความถูก ‘หลานอดีต รมต.’ มอมยา ข่มขืน ในวิลล่าย่านนาคนิวาส แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม - นส.แนน (นามสมมุต) นักแสดงสาวอายุ 21 ปี เข้าพบนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความ หลังระบุว่าถูก ‘หลานของอดีตรัฐมนตรี’ ลวงไปล่วงละเมิดทางเพศ และได้แจ้งความกับตำรวจ สน.โชคชัยแล้ว แต่เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า เพราะอีกฝ่ายเป็นหลานอดีตรัฐมนตรี และรู้จักกับตำรวจหลายนาย
- แห่แชร์คลิป พิ้งกี้ เกือบร้องไห้ สีหน้าไม่ค่อยสู้ดี เมื่อครั้งให้ปากคำคดี Forex-3D
- หลายคนจับตา! ดาราสาวสะใภ้หมื่นล้าน ช่วงนี้ดูมีน้ำมีนวล หรือเบบี๋จะมาแล้ว?
- แอนนา ถูกปฏิเสธเข้าอเมริกา แต่ละเรื่องอย่างพีค ชาวเน็ตคาดอาจเป็นเพราะ…?
ดาราสาววัย 21 ปี ถูกหลานอดีต รมต. มอมยา รู้ตัวอีกทีพบคราบอสุจิ
นักแสดงสาว เล่าว่า ตนเองเป็นนักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดง ก่อนเกิดเหตุ คู่กรณี ซึ่งมีธุรกิจบันเทิงปั้นนักแสดงศิลปินและไอดอล รวมถึงนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากต่างประเทศ ได้ติดต่อมาจ้างงานผ่านทางไอจี และได้มีการขอให้ส่งโปรไฟล์งานผ่านทางไลน์ นอกจากนี้ ตนเองกำลังจะทำเพลง จึงได้ขอสปอนเซอร์จากผู้ก่อเหตุ จึงได้มีการมีการนัดพบพูดคุยเรื่องงานกันที่ล็อบบี้ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา
นักแสดงสาว กล่าวว่า เมื่อไปถึง คู่กรณีกลับพาไปคุยงานที่รีสอร์ทซึ่งเป็นพูลวิลล่า อยู่ในซอยนาคนิวาส 2 โดยผู้เสียหายไปพบคู่กรณีเพียงลำพัง และดื่มโชจูไป 2 ขวด จากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย
ระหว่างนั้น พี่สาวนักแสดงสาว เริ่มผิดสังเกตว่าน้องขาดการติดต่อไป จึงออกตามหาโดยดูจากจีพีเอสในมือถือ จนพบว่าน้องสาวถูกพาไปที่รีสอร์ท และรู้สึกว่าไม่ปลอดภัย จึงตามไป เมื่อไปถึง พบคนขับรถของคู่กรณี แต่อีกฝ่ายกลับบ่ายเบี่ยง อ้างว่าเป็นเพียงรปภ. และไม่ให้เข้าไปภายใน พี่สาวผู้เสียหายจึงได้แจ้งตำรวจให้ช่วยเข้าไปเคาะห้องพาตัวน้องสาวออกมา แต่ตำรวจไม่ทำให้ เนื่องจากรีสอร์ทดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นรีสอร์ทของนายตำรวจใหญ่ เกรงจะเป็นการบุกรุก
จนกระทั่งเวลาประมาณตี 2 ผู้เสียหายเริ่มได้สติ พี่สาวจึงรีบบอกให้ออกมาจากรีสอร์ทกลับบ้าน เมื่อถึงบ้าน ผู้เสียหายก็สลบหมดสติจนถึงเช้า และเมื่อตื่นไปอาบน้ำ ก็พบว่ามีสารคัดหลั่งลักษณะคล้ายอสุจิติดอยู่
เมื่อไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล แพทย์ระบุว่าพบอสุจิในช่องคลอดจริง และยังพบตัวยานอนหลับชนิดหนึ่ง แต่ปริมาณน้อยมาก คาดว่าอาจเป็นเพราะมาตรวจร่างกายหลังผ่านเหตุการณ์ไปเกิน 24 ชั่วโมงแล้ว แต่ในรายงานผลของแพทย์นิติเวช กลับไม่มีระบุว่าพบยานอนหลับดังกล่าว ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่มั่นใจการทำงานของเจ้าหน้าที่
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้โทรศัพท์ไปสอบถามคู่กรณี โดยคู่กรณียอมรับว่าชอบผู้เสียหาย และมีการแอบเอายาบางอย่างใส่ให้ผู้เสียหายกินจริง แต่จำไม่ได้ว่ายาอะไรบ้าง และห้ามไม่ให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกาย โดยไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ
ผู้เสียหายจึงนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.โชคชัย ในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราไว้แล้ว และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกคู่กรณีไปแล้ว ทำให้คู่กรณีพยายามติดต่อมา แต่ผู้เสียหายปฏิเสธที่จะพูดคุย และในวันนี้ได้มาติดต่อขอให้นายษิทราเป็นทนายเพื่อติดตามคดีให้ต่อไป
นายษิทรา ซึ่งได้พา น.ส.แนน ผู้เสียหาย มาติดตามความคืบหน้าทางคดี ที่สน.โชคชัยในวันนี้ กล่าวว่าผู้เสียหายเคยแจ้งความไว้เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยในวันเกิดเหตุ ผู้เสียหายไม่รับรู้ว่าถูกกระทำ แต่ผู้ก่อเหตุอ้างว่าผู้เสียหายสมยอม โดยผู้ก่อเหตุถือเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ และเป็นหลานของอดีตรัฐมนตรี และทราบว่าจะลงเล่นการเมือง มีเป้าหมายถึงนายกรัฐมนตรี ซึ่งผู้ก่อเหตุอ้างว่าจะมีการจัดงานเพลง จึงชักชวนผู้เสียหายไปคุยเรื่องงานที่วิลล่าแห่งหนึ่ง แต่กลับวางยาให้ผู้เสียหายไม่รู้สึกตัว
นายษิทรา ระบุว่า หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้พยายามติดต่อสอบถามคู่กรณีว่าในวันเกิดเหตุฝ่ายชายได้ล่วงละเมิดตนเองหรือไม่ ซึ่งฝ่ายชายก็ยอมรับล่วงละเมิดจริง แต่ฝ่ายหญิงยินยอม ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะขณะเกิดเหตุ ผู้เสียหายไม่รู้สึกตัว แม้แต่หลังเกิดเหตุยังไม่มั่นใจว่าตนเองถูกกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดหรือไม่ จึงได้โทรศัพท์ไปสอบถาม รวมทั้งไปตรวจร่างกาย พบยานอนหลับชนิดหนึ่ง ซึ่งเชื่อว่าถูกมอมยา
นายษิทรา กล่าวว่า ฝั่งคู่กรณีพยายามติดต่อข่มขู่ อีกทั้งเมื่อมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กลับถูกตำรวจนายหนึ่ง พูดจาไม่ดีและสั่งห้ามเป็นข่าวหรือปรึกษาทนาย อ้างจะทำให้เรื่องยุ่งยาก ซึ่งการกระทำดังกล่าว ทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ว่าคดีนี้มีพิรุธ ผู้เสียหายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนจึงตัดสินใจพาผู้เสียหายมาติดตามความคืบหน้าด้วยตนเอง และยืนยันว่าผู้เสียหาย จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้คู่กรณีไปกระทำการในลักษณะเช่นนี้กับผู้หญิงรายอื่น ๆ อีก
นอกจากนี้ ระหว่างอยู่ที่สำนักงานของตน ญาติของผู้ก่อเหตุได้โทรมาหาผู้เสียหาย พูดโอ้อวดทำนองว่า จะมีงานใหญ่กับทางการ ไม่อยากให้ดำเนินคดี เพราะจะเสื่อมเสียชื่อเสียงทั้ง 2 ฝ่าย
ด้านผู้กำกับการสน.โชคชัยระบุว่า ตั้งแต่ได้รับการแจ้งความจากผู้เสียหาย พนักงานสอบสวนได้ปฏิบัติตามขั้นตอน มีการสอบปากคำผู้เสียหายไว้แล้ว แต่ทางผู้เสียหายยังต้องการให้พนักงานสอบสวน สอบปากคำเพิ่มเติมใน 2-3 ประเด็น จึงสั่งการให้ดำเนินการทันที พร้อมยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่กับทั้งสองฝ่าย ส่วนขั้นตอนการออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาหรือคู่กรณีนักธุรกิจคนดังกล่าวมาสอบปากคำ ยังไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากขณะนี้ยังสอบผู้เสียหายไม่เสร็จสิ้น
ขณะที่ น.ส.แนน ผู้เสียหายกล่าวว่า ขณะนี้ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ผ่านมาพยายามทำทุกวิธีทาง แต่กลับไม่ได้รับความยุติธรรม จึงตัดสินใจลุกขึ้นมาต่อสู้ ล่าสุดทางฝ่ายผู้ก่อเหตุได้มีการโทรศัพท์มาข่มขู่ โดยอ้างหน้าที่ทางการเมือง อีกทั้งตนเองรู้สึกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าจะมีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน แต่ตนไม่ใช่ผู้กระทำความผิด จึงอยากทำสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งหากเรื่องแล้วเสร็จ ก็ขอผู้ใหญ่ในวงการให้ความเมตตา แต่ขณะนี้อยากทำสิ่งที่ถูกต้องก่อน
ขณะที่ น.ส.เฟิร์น (นามสมมติ) อายุ 25 ปี พี่สาวของผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุตนพยายามจะนำน้องสาวออกมาจากที่เกิดเหตุ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ มาทราบภายหลังว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นของนายตำรวจคนหนึ่ง หากเข้าไปได้ทันที เหตุการณ์ดังกล่าวคงไม่เกิดขึ้นกับน้องสาว
นอกจากนี้ ยังพบว่าขณะที่มาแจ้งความ ตำรวจได้มีการพูดจาไม่ดีต่อน้องสาวตน โดยล่าสุดทางญาติผู้ก่อเหตุได้ติดต่อมา อ้างว่าเป็นหุ้นส่วนของสถานีโทรทัศน์ และต้องการวางอนาคตให้ผู้ก่อเหตุเป็นนายกรัฐมนตรี จึงยื่นข้อเสนอเรื่องงานในวงการบันเทิงแลกกับการที่จะไม่ดำเนินคดี รวมถึงจะให้เงิน แต่ยืนยันว่าจะเอาผิดให้ถึงที่สุด
ที่มา สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
อ่านข่าวเพิ่มเติม