โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รพ.พระนั่งเกล้า เปิดบริการห้องตรวจระบบแพทย์ทางไกล ‘Telehealth Together’

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 ต.ค. 2565 เวลา 04.37 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2565 เวลา 04.37 น. • The Bangkok Insight

รพ.พระนั่งเกล้า ร่วมมือโครงการ "Telehealth Together" เปิดห้องตรวจระบบแพทย์ทางไกล ยกระดับการรักษาผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ

โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ร่วมกับโครงการTelehealth Together เปิดบริการ ห้องตรวจ Telehealth Together คลินิกออนไลน์เพื่อสุขภาพดี โดยมีนายแพทย์พูลลาภ ฉันทวิจิตรวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขตสุขภาพที่ 4 เป็นประธานในพิธีเปิด

รพ.พระนั่งเกล้า

สำหรับโครงการ Telehealth Together เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) เครือข่ายคลินิกโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่าย (EACC) และบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสุขภาพ

นอกจากนี้ ยังช่วยให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ สามารถรับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง สะดวก รวดเร็ว และง่าย ผ่านระบบออนไลน์ ลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ยกระดับการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชน และตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership)

นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า สธ. ในฐานะผู้ขับเคลื่อนการสร้างเสริมสุขภาพและความแข็งแรงให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ พร้อมผลักดันนโยบายการเชื่อมต่อการรักษาโดยใช้การแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ให้เป็นรูปธรรม

สธ. มีความยินดีที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าร่วมมือกับเครือข่าย EACC และภาคเอกชนโดย GSK และทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ในการยกระดับบริการสาธารณสุขด้วยเทคโนโลยีแพทย์ทางไกล พัฒนาระบบบริการสุขภาพโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง

นายแพทย์ศักดา อัลภาชน์

การเปิดบริการห้องตรวจ Telehealth Together เพื่อดูแลผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบัน และส่งผลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าส่งผลให้ระบบสื่อสารในปัจจุบันมีความสะดวก รวดเร็ว

สปสช. จึงได้จัดบริการสาธารณสุขระบบทางไกล กรณีผู้ป่วยนอก(Telehealth/Telemedicine) ในผู้ป่วยรายเก่าในหน่วยบริการที่มีอาการคงที่และควบคุมโรคได้ดี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ลดความแออัดในโรงพยาบาล ลดระยะเวลาการรอคอยบริการ ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาโรงพยาบาล และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 สอดคล้องกับวิถีชีวิตใหม่ (New Normal)

ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ

พร้อมกันนี้ สปสช. ยังได้บรรจุ บริการแพทย์ทางไกล เป็นสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง 30 บาท เพื่อดูแลผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมลดความแออัดผู้ป่วยที่มารับบริการที่โรงพยาบาล

ในปีที่ผ่านมา มีผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง ได้ใช้บริการแพทย์ทางไกลแล้วประมาณ 2 แสนราย และในปีนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 3 แสนราย ทั้งจากผู้ที่เคยใช้บริการ และผู้ป่วยรายใหม่ที่จะเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น

แพทย์หญิงณิชาภา สวัสดิกานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กล่าวว่า ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นศูนย์การแพทย์ชั้นนำของกระทรวงสาธารณสุข รพ.พระนั่งเกล้า พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขานรับนโยบายกระทรวงสาธารณสุข โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการบริการสุขภาพรองรับการใช้วิถีชีวิตแบบใหม่ (New Normal)

ทั้งนี้ รพ. ได้ร่วมมือกับโครงการ Telehealth Together คลินิกออนไลน์เพื่อสุขภาพดี โดยเครือข่าย EACC GSK และทรู ดิจิทัล กรุ๊ป เปิดห้องตรวจ Telehealth Together ณ ชั้น 12 อาคารศูนย์การแพทย์พระนั่งเกล้า เพื่อให้การรักษาแก่ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ ครอบคลุม 3 โรค คือ โรคหืด โรคปอดอุดกั้น และโรคภูมิแพ้ทางจมูก

แพทย์หญิงณิชาภา สวัสดิกานนท์

การเลือกเริ่มให้บริการกับผู้ป่วย 3 โรคดังกล่าว เนื่องจากเป็นโรคที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจมีอาการรุนแรงขึ้น เพื่อให้สามารถรับการรักษาได้อย่างต่อเนื่อง สะดวก รวดเร็ว ทันท่วงที โดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญให้บริการเสมือนมารักษาที่โรงพยาบาล โดยไม่ต้องเดินทาง

นอกจากนี้ ยังลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และความเสี่ยงในการต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล เพิ่มประสิทธิภาพในการบริการสาธารณสุข ช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้านนางโสมรสา พงษ์เพิ่มพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท แกล็กโซสมิทไคล์น (ประเทศไทย) จำกัด (GSK) กล่าวว่า ความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดข้อจำกัดในการเดินทางและเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยในโรงพยาบาล

โสมรสา พงษ์เพิ่มพฤกษ์

GSK ในฐานะผู้ค้นคว้าวิจัยพัฒนายาและวัคซีนนวัตกรรม มีเจตนารมณ์ที่จะยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไทยให้ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นตามนโยบาย สุขภาพดีเข้าถึงได้

ดังนั้น GSK และทรู ดิจิทัล จึงได้ร่วมกับเครือข่าย EACC ริเริ่มโครงการ Telehealth Together คลินิกออนไลน์เพื่อสุขภาพดี เชื่อมต่อการรักษาผ่านด้วยระบบแพทย์ทางไกล เพื่อให้ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจ สามารถเข้าถึงการตรวจรักษาและปรึกษาด้านสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล

ความร่วมมือกับโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าในครั้งนี้ GSK พร้อมสนับสนุนข้อมูลทางการแพทย์และนวัตกรรมด้านสุขภาพ ยกระดับการเข้าถึงการรักษาผู้ป่วยระบบทางเดินหายใจให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ดร.อดิภัทร ชัยชนะสกุล กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจดิจิทัล เฮลท์ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือในการเปิดให้บริการ คลินิกออนไลน์เพื่อสุขภาพดี Telehealth Together ครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาร่วมยกระดับบริการสาธารณสุขของประเทศไทย ช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงการรักษาให้คนไทยทั่วประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถรักษาผู้ป่วยได้เพิ่มมากขึ้นด้วย โดยได้ร่วมกับ GSK และเครือข่าย EACC พัฒนาแพลตฟอร์มให้บริการสุขภาพออนไลน์ ให้ครอบคลุมหลากหลายโรคเฉพาะทางยิ่งขึ้น

พร้อมกันนี้ ยังรวมถึงการดูแลและช่วยเหลือผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เพื่อให้เข้าถึงการรักษาได้ สะดวก รวดเร็ว ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่ ตอบโจทย์การรักษาผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง ลดค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล ทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพของทีมแพทย์และพยาบาลในการดูแลคนไข้ สามารถให้คำปรึกษาตามเวลานัดหมาย ดูประวัติการรักษาและติดตามอาการได้อย่างใกล้ชิด

มั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยให้ ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างทั่วถึง เสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสุขภาพของคนไทยให้ดียิ่งขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...