โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ยูเครนชี้ทหารกองหนุนรัสเซีย มีอายุใช้งานแค่ 2 สัปดาห์ รัสเซียเผยส่งไปสู้รบแล้ว 82,000 นาย

TODAY

อัพเดต 29 ต.ค. 2565 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 29 ต.ค. 2565 เวลา 04.47 น. • workpointTODAY

รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซียบอก 'ปูติน' ส่งทหารกองหนุนเข้าไปสู้รบในยูเครนแล้ว 82,000 นาย ย้ำยังไม่ต้องเรียกทหารกองหนุนเพิ่ม ขณะที่ยูเครนอ้างทหารกองหนุนไร้ฝีมือ มีอายุใช้งานเฉลี่ยแค่ 2 สัปดาห์
.
นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมรัสเซีย รายงานต่อนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียล่าสุด โดยยืนยันว่า ในตอนนี้มีทหารกองหนุนแล้ว 218,000 นาย ที่กำลังถูกฝึกการสู้รบ พร้อมยืนยันว่า การเรียกพลเรือนรัสเซียเข้าเป็นทหารกองหนุน 300,000 นาย ซึ่งรัฐบาลรัสเซียประกาศเมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา เสร็จสิ้นแล้ว และยังไม่มีแผนเรียกทหารกองหนุนเพิ่มจากนี้
.
ขณะที่กระทรวงกลาโหมอังกฤษเผยแพร่การประเมินเมื่อวานนี้ (28 ต.ค.) โดยระบุว่า การส่งทหารกองหนุนเข้าร่วมรบในสงครามยูเครน สะท้อนถึงความพยายามเติมกำลังพลที่สูญเสียไปในสงครามยูเครนตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทหารรัสเซียอยู่ในสภาพที่ได้รับการฝึกอย่างดีพอ และมีประสิทธิภาพเพียงการป้องกันการโจมตี ไม่สามารถรุกคืบทางการทหารได้

รายงานของอังกฤษ สอดคล้องกับการเปิดเผยจากยูเครนที่ระบุว่า ในตอนนี้มีทหารกองหนุนรัสเซียเข้าไปประจำการในสมรภูมิรบสำคัญ ทั้งในเมืองเคอร์สัน ทางตอนใต้ของยูเครน และในเมืองบาห์มูด ซึ่งเป็นสมรภูมิที่ถูกจับตาอย่างมากทางภาคตะวันออกของประเทศ
.
นายเซอร์ฮีย์ ไฮได ผู้ว่าการแคว้นลูฮานสก์ที่แต่งตั้งโดยยูเครนเปิดเผยว่า บรรดาทหารกองหนุนรัสเซียที่เข้าไปสู้รบในเมืองบาห์มูดหลายพันคน กำลังถูกสังหารหรือบาดเจ็บจากการสู้รบอย่างรวดเร็ว พร้อมเปรียบเปรยว่าทหารกองหนุนรัสเซียมีอายุการใช้งานจริงแค่ประมาณ 2 สัปดาห์เท่านั้น
.
เช่นเดียวกับนายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครนที่ชี้ว่า ความอ่อนแอของทหารกองหนุนรัสเซีย รวมทั้งภาวะขาดแคลนอาวุธ น่าจะทำให้ในท้ายที่สุดรัสเซียอาจต้องเรียกทหารกองหนุนชุดใหม่ในเร็วๆ นี้
.
ที่มา The Guardian, Al Jazeera

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...