โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ใช้น้ำยาแค่ไหน จ่ายแค่นั้น ค่าขวดไม่ต้อง โมเดล ‘รีฟิล’ ที่กำลังทำให้คนอังกฤษรักษ์โลก

TODAY

อัพเดต 14 ต.ค. 2565 เวลา 02.57 น. • เผยแพร่ 14 ต.ค. 2565 เวลา 02.57 น. • workpointTODAY

เคยนับกันไหมว่าในบ้านเรามีขวดน้ำยากี่ใบ ทั้งในห้องน้ำ ห้องครัว ใต้อ่างล้างจาน หรือตามโรงรถ ขวดพลาสติกที่อายุยืนกว่าชีวิตมนุษย์แต่กลับถูกใช้เพียงไม่กี่เดือนแล้วทิ้งไป

ทำไมการใช้ขวดซ้ำถึงเป็นไปได้ยากในชีวิตจริง?

แม้การสนับสนุนขวดแบบเติม (Refill) เป็นวิธีการที่ดีที่สุดตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) แต่วิธีการนี้ก็เหมือนปัญหาโลกแตกของนักสิ่งแวดล้อม เพราะไม่สามารถเอาชนะความสะดวกสบายของมนุษย์ในเมืองได้ เมื่อการซื้อจากห้าง ใช้เสร็จ ทิ้งลงถัง ย่อมง่ายกว่าการฝ่ารถติดเอาขวดเปล่ากลับไปเติมเป็นไหน ๆ

คอนเซ็ปต์ของการรีฟิลจึงไม่สามารถใช้ราคามาแข่งขันกับความสะดวกได้ แต่การนำวิชา UX (User Experience) จูงใจให้คนนำขวดกลับมาเติมเพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์อื่นอาจเป็นทางออก

ด้วยการทำให้ขวดไม่ใช่สินค้าที่เอาไว้ขายขาดอีกต่อไป แต่เป็นโมเดลบริการในลักษณะ Packaging-as-a-service เสมือนเป็นพาหนะให้เช่าเพื่อขนน้ำยากลับไปที่บ้านเพียงเท่านั้น

ที่ผ่านมาเราเริ่มเห็นแบรนด์สินค้าบางแบรนด์ หรือร้านบางแห่งเริ่มให้บริการรีฟิลน้ำยาบ้างแล้ว รวมถึงผู้ประกอบการใหม่ๆ เองก็เริ่มให้ความสนใจโมเดลนี้มากขึ้นเช่นกัน

อย่างเช่น Re สตาร์ทอัพสิ่งแวดล้อมสัญชาติอังกฤษ ที่ลุกขึ้นมาเปลี่ยนประสบการณ์ผู้บริโภคให้สนุกกับการได้ใช้ขวดใบเดิม ยิ่งใช้ซ้ำยิ่งได้แต้ม

โดย Re เริ่มจากการจับมือกับ Unilever และผู้ผลิตสินค้า FMCG อื่นๆ ในอังกฤษ เพื่อป้อนน้ำยาเข้าสถานีเติมให้ผู้บริโภคยังคงได้ใช้น้ำยาที่คุ้นชิน

แรกเริ่มจะมีค่ามัดจำขวดสแตนเลสในราคา 2 ปอนด์ เมื่อน้ำยาในขวดหมดก็นำขวดเปล่ามาเติมโดยจ่ายแค่ค่าน้ำยาเท่านั้น หากไม่ต้องการขวดแล้วสามารถคืนลงตู้และได้เงินกลับมา 2 ปอนด์เช่นเดิม

ที่เจ๋งกว่านั้นคือเราไม่จำเป็นต้องใช้ขวดใบใดใบหนึ่งตลอดไป สามารถเอาไปหย่อนคืนที่ตู้ไหนก็ได้ แต่หากเราเริ่มใช้ขวดใหม่ ระบบสมาชิกจะยังคงอยู่ด้วยการเก็บข้อมูลผ่านแอปและ QR code จำนวนขวดที่ใช้ซ้ำจะถูกนับแต้มต่อเนื่อง เช่น สะสมการใช้ขวดซ้ำครบ 5 รอบ ทาง Re จะปลูกต้นไม้ให้หนึ่งต้น

จุดเปลี่ยนสำคัญคือการดึงยักษ์ใหญ่มาเล่นด้วย เนื่องจากบริษัท FMCG ระดับโลกอย่าง Unilever หรือ P&G มักมีภาพลักษณ์เป็นนายทุนใหญ่ทำลายสิ่งแวดล้อมมานานหลายสิบปี โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชียใต้ เช่น อินเดีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมทั้งไทย

บริษัทเหล่านี้ทำเงินมหาศาลจากการแบ่งขายน้ำยาแบบซอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรุง เครื่องสำอาง สบู่ แชมพู น้ำยาซักผ้า น้ำยาล้างจานที่ต้องใช้ทุกวัน โดยคิดเป็น 95%ของปริมาณขายทั้งหมดในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ประเทศฟิลิปปินส์ใช้กันมากกว่า 150 ล้านถุงต่อวัน

คนรายได้น้อยเคยชินกับการซื้อทีละซองสองซองตามกำลังทรัพย์ที่มี หมดก็ทิ้งแล้วซื้อใหม่ แต่หากลองคำนวณเทียบปริมาตรแล้ว ซื้อเป็นขวดใหญ่ย่อมถูกกว่า

แม้จะมีการออกผลิตภัณฑ์ถุงแบบเติมออกมาเพื่อลดการใช้ขวด แต่หารู้ไม่ว่า ถุงเหล่านั้นทำลายสิ่งแวดล้อมยิ่งกว่าขวดพลาสติก เพราะพลาสติกแบบอ่อนไม่สามารถนำไปรีไซเคิลต่อหรือใช้ซ้ำได้

ความท้าทายถัดมา คือการสร้างสถานีเติมให้กระจายอยู่ทั่วเมือง เหมือนคนอยากใช้รถ EV แต่ไม่มีสถานีชาร์จไฟทั่วถึง ระบบนิเวศพลังงานสะอาดย่อมไม่เกิด งานนี้จึงไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ระหว่าง Re และผู้ผลิตอย่าง Unilever แต่ต้องได้รับความร่วมมือทั่วทั้งเมือง

ในปัจจุบัน สถานีเติมถูกติดตั้งทั้งในร้านขายของชำ สถานีรถไฟ มหาวิทยาลัย ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต อาทิ ASDA, Co-op, Marks & Spencer, Tesco และ Sainsbury’s

ช่วงทดลองในซูเปอร์มาร์เก็ต 19 แห่งในอังกฤษ อัตราการนำขวดมาเติมซ้ำและคืนสูงถึง 80% ซึ่งคิดเป็นการลดขวดแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งได้มากถึง 4 ล้านใบ ช่วยให้ขวดเหล่านี้ไม่มีจุดจบที่หลุมฝังกลบขยะ

โดย Re ตั้งเป้าว่าจะลดขวดแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง 100 ล้านขวดภายใน 3 ปีข้างหน้า Re เพิ่งเอาชนะใจนักลงทุนและระดมทุนได้ 3 ล้านปอนด์ รวมทั้งยังได้เป็นเคสตัวอย่างใน World Economic Forum ด้วย

นอกจากนี้ คุณค่าที่ไม่อาจวัดได้เป็นตัวเงินแต่มีค่ามหาศาล คือความพึงพอใจของผู้บริโภค เพียงแค่การมีสถานีเติมอำนวยความสะดวกใกล้บ้านให้ได้หมุนเวียนขวดเปล่า ก็เหมือนเป็นการได้ช่วยสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มสักบาท

เป็นการเปลี่ยนความเชื่อในอดีตว่า การบริโภคของรักษ์โลกต้องจ่ายแพงกว่าของทั่วไป จุดนี้เองที่จะทำให้แม่บ้านใจฟู และติดใจการนำขวดกลับมาเติม ไม่ต้องมีขยะให้รกบ้าน แล้วแบบนี้ใครจะไม่อยากเป็นลูกค้าตลอดไป

อ้างอิง:

https://rereworld.com

https://packagingeurope.com/features/what-goes-into-scaling-one-of-europes-largest-refill-trials/8095.article

https://www.futuremarketinsights.com/reports/sachet-packaging-market

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...