โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศึกวัคซีน! ‘โมเดอร์นา’ ฟ้อง ‘ไฟเซอร์’ ชี้ละเมิดสิทธิบัตรวัคซีนโควิด-19 mRNA

VoiceTV

อัพเดต 26 ส.ค. 2565 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2565 เวลา 13.25 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

โมเดอร์นากล่าวในการแถลงข่าววันนี้ (26 ส.ค.) ว่า ตนทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากทางไฟเซอร์และไบออนเทค ในศาลแขวงสหรัฐฯ มลแมสซาชูเซตส์ และศาลภูมิภาคเมืองดุสเซลดอร์ฟในเยอรมนี “เรากำลังยื่นฟ้องเพื่อปกป้องแพลตฟอร์มเทคโนโลยี mRNA ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งเราเป็นผู้บุกเบิก ลงทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในการสร้าง และจดสิทธิบัตรในช่วงทศวรรษก่อนการระบาดของโควิด-19” สเตฟาน บานเซล ผู้บริหารระดับสูงของโมเดอร์นาระบุ

โมเดอร์นาที่พัฒนาวัคซีนด้วยตัวเอง และสองบริษัทที่ร่วมมือกันอย่างไฟเซอร์ในสหรัฐฯ และไบออนเทคในเยอรมนี เป็นสองกลุ่มบริษัทแรกที่พัฒนาวัคซีนตอบรับกับโควิด-19 ที่อุบัติใหม่ ทั้งนี้ โมเดอร์นาก่อตั้งขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน ในเมืองเคมบริดจ์ มลรัฐแมสซาชูเซตส์ โดยบริษัทเป็นผู้ริเริ่มเทคโนโลยีวัคซีน mRNA ซึ่งช่วยให้มีการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็วอย่างไม่เคยมีมาก่อน

จากปกติที่กระบวนการอนุมัติวัคซีนจะใช้เวลาหลายปีก่อนหน้านี้ แต่การรับรองวัคซีน mRNA เสร็จสิ้นลงภายในหลักเดือน โดยการพัฒนาวัคซีน mRNA ช่วยสอนเซลล์ของมนุษย์ถึงวิธีสร้างโปรตีนที่จะกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันโควิด-19 ได้

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ อนุญาตให้ใช้วัคซีนโควิด-19 ในกรณีฉุกเฉินก่อนกับทาง ไฟเซอร์และไบออนเทค เมื่อเดือน ธ.ค. 2563 และหลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมาแก่โมเดอร์นา ทั้งนี้ วัคซีนโควิด-19 ของโมเดอร์นา เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว ที่ทำรายได้ให้บริษัทไป 1.04 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3.74 แสนล้านบาท) ในปีนี้ ในขณะที่วัคซีนของไฟเซอร์สร้างรายได้ไปประมาณ 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 7.9 แสนล้านบาท)

โมเดอร์นาอ้างว่า ไฟเซอร์และไบออนเทคลอกเลียนแบบเทคโนโลยี mRNA ที่ตนจดสิทธิบัตรเอาไว้ในปี 2553 ถึง 2559 โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนที่โควิด-19 จะเริ่มระบาดในปี 2562 และระบาดทั่วโลกในช่วงต้นปี 2563 อย่างไรก็ดี การดำเนินคดีสิทธิบัตรไม่ใช่เรื่องแปลกในช่วงแรกของเทคโนโลยีที่เพิ่งเกิดใหม่

ในช่วงต้นของการระบาดใหญ่ของโควิด-19 โมเดอร์นากล่าวว่าตนจะไม่บังคับใช้สิทธิบัตรวัคซีนของตน เพื่อช่วยให้ผู้อื่นพัฒนาวัคซีนของตนเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลาง แต่ในเดือน มี.ค. 2565 โมเดอร์ออกมาระบุว่าตนหวังว่าบริษัทต่างๆ อาทิ ไฟเซอร์และไบออนเทคจะเคารพสิทธิ์ในทางทรัพย์สินทางปัญญาของตน โมเดอร์นาบอกอีกว่าตนจะไม่เรียกค่าเสียหายสำหรับการกระทำใดๆ ก่อนวันที่ 8 มี.ค. 2565

ปัจจุบันนี้ ไฟเซอร์และไบออนเทคเผชิญหน้ากับการฟ้องร้องจากบริษัทอื่นๆ ในคดีการละเมิดสิทธิบัตรของตน โดยไฟเซอร์และไบออนเทคระบุว่า พวกตนจะปกป้องสิทธิบัตรของตนอย่างแน่วแน่ โดยการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นมีทั้งในเยอรมนีที่เคียวแวค ตัดสินใจฟ้องร้องในคดีลักษณะเดียวกันต่อไบออนเทคในประเทศตน

นอกจากนี้ โมเดอร์นายังถูกฟ้องในข้อหาละเมิดสิทธิบัตรในสหรัฐฯ และมีข้อพิพาทอย่างต่อเนื่องกับสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐฯ เกี่ยวกับสิทธิ์ในเทคโนโลยี mRNA

ในแถลงการณ์วันนี้ โมเดอร์นากล่าวว่า ไฟเซอร์และไบออนเทคได้จัดสรรทรัพย์สินทางปัญญาสองประเภท โดยประเภทแรกเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง mRNA ที่โมเดอร์นากล่าวว่านักวิทยาศาสตร์ของตนเริ่มพัฒนาในปี 2553 และตนเป็นเจ้าแรกที่ตรวจสอบความถูกต้องในการทดลองกับมนุษย์เมื่อปี 2558

“ไฟเซอร์และไบออนเทคได้นำวัคซีนสี่ชนิดที่แตกต่างกันไปทำการทดสอบทางคลินิก ซึ่งรวมถึงตัวเลือกต่างๆ ที่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางทางนวัตกรรมของโมเดอร์นา อย่างไรก็ตาม ไฟเซอร์และไบออนเทคได้ตัดสินใจดำเนินการกับวัคซีนที่มีการดัดแปลงทางเคมี mRNA เดียวกันกับวัคซีนของมันในท้ายที่สุด” โมเดอร์นากล่าวในแถลงการณ์

การละเมิดข้อกล่าวหาที่สอง ที่โมเดอร์นากล่าวหาต่อไฟเซอร์และไบออนเทค เกี่ยวข้องกับการเข้ารหัสโปรตีน ซึ่งโมเดอร์นากล่าวว่านักวิทยาศาสตร์ของตนได้พัฒนาขึ้นในขณะที่สร้างวัคซีนสำหรับเชื้อไวรัสโคโรนา ที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (MERS) ทั้งนี้ แม้ว่าวัคซีน MERS จะไม่เคยออกสู่ตลาด แต่การพัฒนาดังกล่าวช่วยให้โมเดอร์นาเปิดตัววัคซีนโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี ไฟเซอร์ระบุว่าบริษัทของตนไม่สามารถแสดงความคิดเห็นใดๆ ได้ในขณะนี้

ที่มา:

https://www.reuters.com/legal/moderna-sues-pfizerbiontech-patent-infringement-over-covid-vaccine-2022-08-26/?fbclid=IwAR1pXps8BgQixm6kVsfb3cY8zYbn7ad6v1SGFKw5tZB7f2DFChArFrf9VXk

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...