โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความเข้าใจรู้จัก บุหรี่ไฟฟ้า คืออะไร ทำไมในไทย ผิดกฎหมาย ?

อีจัน

อัพเดต 13 ก.ย 2565 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 13 ก.ย 2565 เวลา 10.59 น. • อีจัน

วัยรุ่นสายควันต่างมีคำถามคาใจมากมายในเรื่องของ “บุหรี่ไฟฟ้า” และยังคงเป็นข้อถกเถียงของหลายฝ่ายและเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง โดยบางฝ่ายมองว่าควรจะ ผลักดันให้บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ถูกกฎหมาย แต่ในทางตรงกันข้ามเมื่อมีฝ่ายสนับสนุนก็ย่อมมีฝ่ายคัดค้าน ที่มีความเห็นว่า “บุหรี่ไฟฟ้า” ยังคงเป็นของต้องห้าม เป็นสินค้าที่อันตรายและผิดกฎหมาย ซึ่งเรื่องราวของ “บุหรี่ไฟฟ้า” ยังคงต้องคอยติดตามกันต่อไปว่าตอนจบของเรื่องราว “บุหรี่ไฟฟ้า” ในประเทศไทยนั้นจะเป็นเช่นไร

สารแต่งกลิ่นและรส (Flavoring) – สารเคมีที่ใช้กับอาหารทั่วไปผลกระทบต่อร่างกาย *ปลอดภัยเมื่อรับประทานเข้าสู่ร่างกาย แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเมื่อเปลี่ยนรูปแบบเป็นไอที่สูบหรือสูดแล้วจะเกิดผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย

ถูกหรือผิดกฎหมายคงต้องเช็กตามกฎข้อควบคุม แต่ตอนนี้เป็น “สินค้าต้องห้าม”

โดยก่อนปี 2557 บุหรี่ไฟฟ้าถือว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ที่กฎหมายไทยยังตามไม่ทัน ดังนั้น มันจึงไม่มีกฎหมายตัวไหนระบุรับรองเอาไว้ ทำให้บุหรี่ไฟฟ้าไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย และอาจแปลได้ว่าบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้ามาก่อนปี 2557 ถือว่าไม่ผิดกฎหมายส่วนหลังการรัฐประหารปี 2557 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ.2557 ระบุให้บารากุ บารากุไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้ากลายเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้า ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้าหรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงให้ริบสินค้า และพาหนะที่ใช้ในการบรรทุกสินค้านั้นด้วย

กระทั้งต่อมาในปี 2558 ได้มีการออกคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ระบุห้ามขาย ห้ามให้บริการบารากุ บารากุไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาเติมของทั้งสองชนิด โดยระบุว่าพบสารเคมีที่เป็นอันตรายหลายชนิด รวมถึงการสูบร่วมกันอาจทำให้เกิดโรคติดต่อ จึงทำให้ผู้ขาย หรือให้บริการมีความผิดและต้องโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ประกอบธุรกิจในฐานะผู้ผลิต ผู้สั่ง หรือผู้ที่นำเข้ามาเพื่อขาย ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ก่อนที่ในปี 2560 ได้มีการประกาศใช้กฎหมายศุลกากรฉบับใหม่คือ พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ซึ่งมีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมบุหรี่ไฟฟ้า ดังนี้

มาตรา 242 มีใจความว่า ผู้ใดนําเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร มีโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ริบของนั้นทันที

มาตรา 244 มีใจความว่า ผู้ใดนําของที่ผ่านหรือกําลังผ่านพิธีการศุลกากรเข้ามาหรือส่งออกราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยง ข้อจํากัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของน้ัน ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของนั้นได้

มาตรา 246 ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจํานําหรือรับไว้ ซึ่งของที่รู้ว่าเป็นความผิดตามมาตรา 242 มีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาของ หรือทั้งจําท้ังปรับ

จากการรวบรวมข้อมูลของ Rocket Media Lab จากข้อมูลการเผยแพร ศูนย์ธรรมมาภิบาลนานาชชาติในการควบคุมยาสูบ (Global Center of Good Governance in Tabacco Contol or GGTC ) // GlobalStatus as of February 2020 ที่รวบรวมข้อมูลจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 และแหล่งข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติม พบว่า มี 35 ประเทศห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า มี 3 ประเทศที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้าที่มีสารนิโคติน ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ศรีลังกา ส่วนประเทศที่อนุญาตให้ขายบุหรี่ไฟฟ้าได้ภายใต้กฎหมายควบคุมมี 73 ประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้มี 34 ประเทศที่ควบคุมนิโคตินในบุหรี่ไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม อาจสรุปได้ว่ากรณีนำเข้า ผลิต และขายบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีความผิดตามกฎหมายไทยอย่างชัดเจน โดยกฏหมายบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย ก็ยังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมายอยู่ มีโทษทั้งผู้ฝ่าฝืนลักลอบนำเข้า และผู้ขายหรือให้บริการ รวมถึงผู้ที่ครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อเจ้าหน้าที่พบเห็นความผิดซึ่งหน้าสามารถเข้าจับกุมได้ กรณีเป็นผู้นำเข้ามีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้าที่นำเข้า หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีจำหน่ายจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกรณีผู้สูบหรือมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครอง ถือว่ามีความผิดในฐานครอบครองสิ่งที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับเป็นเงิน 4 เท่าราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือทั้งจำทั้งปรับและหากมีผู้สูบบุหรี่ไฟฟ้าในสถานที่สาธารณะ ที่กำหนดให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ เช่น ในโรงเรียน โรงพยาบาล ตลาด ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 42 พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2560 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

ทั้งนี้ ส่วนใหญ่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ว่ารวบรวมหลักฐานได้มากน้อยแค่ไหน ก่อนจะส่งฟ้องอัยการ

อ้างอิง : tic.customs.go.th / thomasthailand / landing.ggtc.world / tcijthai / bangkokhospital

สุดในรุ่น! 2 แสบ หลอยครูไปเล่นตมคลิปแนะนำอีจัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...