ลักพาตัวแม่ค้าปลาทู ชิงเงิน 4 หมื่น ทอง 1 บาท
แม่ค้าปลาทูถูกคนร้ายใช้ปืนจี้ลักพาตัว พาไปชิงทรัพย์เป็นเงินสด 4 หมื่นบาท แหวนทองคำหนัก 1 บาท ก่อนมัดมือมัดเท้าทิ้งไว้บนทางเปลี่ยว
.
วันที่ 25 ก.พ. 66 ศูนย์วิทยุพลาญชัย สภ.เมืองร้อยเอ็ด รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบหญิงสาวถูกมัดมือมัดเท้ามัดปากด้วยผ้าเช็ดตัว 3 ผืน หมดสติอยู่ข้างรถกระบะ บนถนนลูกรังที่เป็นทางเปลี่ยวในพื้นที่ ม.5 ต.หนองแวง อ.เมือง ร้อยเอ็ด จึงเข้าตรวจสอบเหตุ
.
ในที่เกิดเหตุพบนางศิริลักษณ์ อายุ 27 ปี อยู่ในสภาพสะลึมสะลือ ให้ปากคำวกวน เท่าที่จับใจความได้คือนางศิริลักษณ์บอกว่าตนเป็นแม่ค้าขายปลาทูที่ตลาดสดแห่งหนึ่ง มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อ.ศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด ช่วงสายของวันนี้ขณะขับรถมาเพียงลำพังกลับจากร้านถ่ายเอกสารในพื้นที่ ต.บ้านบาก อ.ศรีสมเด็จ เจอชาย 2 คนขี่รถจักรยานยนต์ตามหลังมา ก่อนที่จะแซงขึ้นมาปาดหน้าให้ตนหยุดรถ
.
จากนั้นชายคนหนึ่งขึ้นมาจับตนมัดมือมัดเท้า แล้วขับรถมาจนถึง ต.หนองแวง ก่อนจะชิงเงินสดประมาณ 40,000 บาท กับแหวนทอง 2 วง น้ำหนักรวม 1 บาทไป แล้วทิ้งตนไว้ที่รถ ก่อนที่คนร้ายจะขึ้นรถจักรยานยนต์ของเพื่อนที่ขับตามมาตลอดทางหนีไป
.
สอบถามนายทองดี อายุ 63 ปี เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านหนึ่งใน ต.ม่วงลาด อ.จังหาน จ.ร้อยเอ็ด เล่าว่าตนเป็นพ่อค้ารับซื้อของเก่า วันนี้ขับรถมากับภรรยาและลูกจะไปรับซื้อของเก่าในหมู่บ้าน พอมาถึงที่เกิดเหตุก็พบผู้เสียหายเปิดประตูรถแล้วล้มมาข้างรถ ตอนแรกตนตกใจไม่กล้าลงไปช่วย แต่พอสังเกตดูเห็นว่าหญิงคนดังกล่าวถูกมัดมือมัดเท้า จึงลงมาช่วยเหลือ และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ
.
หลังนำตัวนางศิริลักษณ์ส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าสอบปากคำอีกครั้ง โดยนางศิริลักษณ์บอกว่าตนขับรถผ่านกลุ่มคนร้ายยืนกันอยู่หลายคน คนร้ายทำทีโบกรถ พอตนจอดก็ใช้อาวุธปืนจี้สั่งให้เปิดประตู จากนั้นคนร้ายคนหนึ่งสวมหน้ากาก และใส่หมวกปิดบังอำพรางใบหน้า ได้ขึ้นมาไล่ตนไปนั่งที่เบาะข้างคนขับแล้วขึ้นมาขับรถแทน วนเวียนตามถนนหลายหมู่บ้านในเขต อำเภอศรีสมเด็จ แล้วทุบตีข่มขู่ ชิงเงินที่ติดตัวมา 40,000 บาท และแหวนทอง 2 วงหนักรวม 1 บาทไป ก่อนที่จะขับรถมายังจุดที่จอดรถทิ้งไว้ พร้อมกับใช้ผ้าขนหนูมัดมือ มัดเท้า และมัดปาก แล้วล๊อครถขังตนเองพร้อมกับทิ้งตนเองไว้ในรถ ก่อนที่จะทิ้งรถไว้ แล้วให้พรรคพวกมารับแล้วหลบหนีไป
.
งตนก็พยายามดิ้นรน จนกระทั่งสามารถเปิดประตูออกมาจากรถได้ ด้วยอาการอิดโรย และมีอาการสะลึมสะลือ คล้ายถูกมอมยา ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าโดนรมยาหรือไม่ เพราะในขณะที่อยู่ในรถ ตนเองไม่ได้ใส่หน้ากาก แต่คนร้ายใส่หน้ากากและปิดปาก ปิดจมูกมิดชิดมาก
.
หลังจากการสอบสวนปากคำเบื้องต้นแล้ว พนักงานสอบสวนก็ได้ประสานไปยังร้อยเวร สภ.ศรีสมเด็จ ซึ่งเป็นเข้าของคดี ที่สามีแจ้งคนหายไว้ มารับตัวผู้เสียหายไป เพื่อสอบสวนบันทึกปากคำ และติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี ซึ่งในเบื้องต้นน่าจะเข้าข่าย ในข้อหาลักพาตัว และข้อหาชิงทรัพย์ ที่จะต้องขายผลติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีต่อไป