“NAV” กี่บาทก็ลงทุนได้... ช่วยให้ไม่พลาด “โอกาสลงทุน” แค่ “เข้าใจ” เท่านั้นเอง !!!
Wealthy Way: “มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน” (NAV) เป็นหนึ่งใน “กับดักตัวเลข” ที่นักลงทุนมักเข้าใจผิดกันบ่อยๆ
เข้าใจผิดในเรื่องของ “ถูก-แพง” ตลอดจนเข้าใจผิดไปผูกโยงเข้ากับเรื่อง “ผลตอบแทน” ของกองทุนนั้นๆ
กองทุนที่มี NAV สูงๆ นักลงทุนก็ไม่ค่อยชอบ เพราะคิดว่ามัน “แพง” แต่ถ้า NAV ต่ำไป (ต่ำกว่า 10 บาท) ก็ไม่ชอบอีก เพราะคิดว่า “ไม่ดี” สรุปชอบสุดๆ คือ IPO ที่ 10 บาทนั่นเอง
เพื่อให้ลงทุนใน “กองทุนรวม” ได้อย่างสบายใจ ก็มาทำความรู้จักกับ “NAV” กันให้เคลียร์ก่อน วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“NAV” คือ อะไร?
สำหรับ “มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ” (Net Asset Value: NAV) เป็นมูลค่า “สินทรัพย์” ที่กองทุนไปลงทุนทั้งหมด ไม่ว่าจะหุ้น ,ตราสารหนี้ หรือเงินฝาก รวมถึงผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นหักด้วย ‘ค่าใช้จ่าย’ และ ‘หนี้สิน’ ก็จะเหลือเป็น “NAV”ของกองทุนนั่นเอง
“เมื่อนำเอา NAV ของกองทุนนั้นๆ มาหารด้วย ‘จำนวนหน่วยลงทุน’ ที่ออกขายทั้งหมด ก็จะได้เป็น ‘มูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย’ซึ่งเราก็ย่อว่า NAV เช่นเดียวกัน (แต่ละไว้ในฐานที่เข้าใจตรงกันว่าเป็น NAV ต่อหน่วย)”
“NAV ก็เสมือนหนึ่ง ‘ราคาหน่วยลงทุน’นั่นเอง จะกี่บาทก็ว่ากันไป นั่นเป็นราคาที่คุณจ่ายเพื่อลงทุน ณ วันที่เข้าลงทุน เช่น 5 บาท 10 บาท หรือ 15 บาท เป็นต้น มันจะบอกได้ว่า ‘เงินลงทุน’ ที่มีจะซื้อหน่วยลงทุนนั้นๆ ได้จำนวนมากน้อยแค่ไหน แน่นอนว่า…สิ่งที่นักลงทุนคาดหวัง คือ ลงทุนแล้วของให้ NAV ในอนาคตมีมูลค่าที่สูงขึ้นจากตอนที่ซื้อเท่านั้นเอง (แสดงว่ามีกำไร สำหรับกองทุนที่ไม่จ่ายปันผล) แต่ถ้าเป็น ‘กองทุนที่จ่ายปันผล’ ในระหว่างทางที่กองทุนจ่ายปันผลออกมา ก็จะทำให้ NAV ของกองทุนลดลงทุกครั้งเช่นกัน”
“NAV” กับ “ผลตอบแทน”…เป็นคนละเรื่อง “ไม่เกี่ยวกัน” !!!
ถ้ากองทุนไปลงทุนในสินทรัพย์แล้วมีกำไร ก็จะสะสมเข้ามาในกองทุน ทำให้ NAV เติบโตขึ้นในระยะยาว ในทางตรงข้าม ถ้าไปลงทุนแล้วขาดทุนก็จะทำให้ NAV ลดน้อยถอยลงเช่นเดียวกัน ฉะนั้น “ผลตอบแทน” เป็นสิ่งที่ขึ้นกับผลการดำเนินงานของกองทุนเป็นสำคัญ ณ วันที่เราลงทุนก็คาดหวังว่าจะมีกำไรในอนาคต แต่ “ผลตอบแทนในอดีต ไม่ได้ยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคตแต่ประการใด” ต้องย้ำกันอีกครั้ง
“ผลตอบแทน” ของกองทุนทั้งที่เป็น “กองทุนไม่จ่ายปันผล” และ “กองทุนที่จ่ายปันผล” ที่แสดงในหนังสือชี้ชวนนั้น เป็น “ผลตอบแทนรวม” แล้ว ถ้าอยากดูเบื้องต้น ดูในหนังสือชี้ชวนเบื้องต้นได้เลย ดังนั้น “กองทุนที่มีนโยบายเหมือนกัน” เป็นกองเดียวกันแต่ชนิดหน่วยลงทุนต่างกัน ผลตอบแทนที่ทำได้จะใกล้เคียงกันโดยปริยาย ส่วนจะเลือก “ชนิดหน่วยลงทุน” ประเภทไหน ขึ้นกับตัวนักลงทุนเองแล้วล่ะ
“ลงทุนในกองทุนรวมให้ดูที่มูลค่าเงินลงทุนเป็นหลักก็ได้ เพราะแม้ NAV ของกองทุนจะแตกต่างกัน แต่ถ้ากองทุนทั้ง 2กอง ทำผลตอบแทนได้เท่ากัน เงินลงทุนของคุณก็จะได้รับผลตอบแทนเท่ากันไม่ว่าจะเลือกลงทุนไหนก็ตาม ดังนั้น NAV ไม่ใช่ประเด็น”
ตัวอย่าง: กองทุน A มี NAV 10 บาท กับกองทุน Z มี NAV 100 บาท ลงทุนใน “หุ้นไทย” เหมือนกัน เป็นระยะเวลา 1 ปี ได้ผลตอบแทน 10% เท่ากัน
คุณลงทุนด้วยเงิน 10,000 บาท กองทุนไหนก็ได้ก็ได้ผลตอบแทน 10% เท่ากัน (กำไร 1,000 บาท เท่ากัน) !!!
ซื้อกองทุน A ได้ 1,000 หน่วย NAV จะเพิ่มเป็น 11 บาท
>>> ได้กำไร = 1,000 บาท (1*1,000)
ซื้อกองทุน Z ได้ 100 หน่วย NAV เพิ่มเป็น 110 บาท
>>> ได้กำไร = 1,000 บาท (10*100)
ครั้งต่อไปที่จะเลือกลงทุนใน “กองทุนรวม” คุณควรสนใจใน “นโยบายการลงทุน” ที่จะตอบโจทย์การลงทุนให้กับตัวคุณเองได้เป็นสำคัญ อย่าไปหลงผิด “ติดกับดัก” เรื่องตัวเลข “NAV” อีกเลย นั่นอาจจะทำให้คุณพลาดโอกาสที่ดีในการลงทุนได้เช่นกัน