โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ไมโครลิสซิ่ง สร้างระบบ CDP เชื่อมฐานข้อมูลลูกค้า 4 ธุรกิจ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 มี.ค. 2566 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. 2566 เวลา 04.09 น.

ไมโครลิสซิ่งเร่ง Digital Transformation ยกระดับบริการลูกค้า สร้างมาตรฐานการทำงานแกร่ง พัฒนาระบบ Customer Data Platform เชื่อมข้อมูลลูกค้าทุก BU พร้อมต่อยอด AI/ML

ปัจจุบันเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทอย่างมากต่อการใช้ชีวิตของผู้คน ส่งให้ธุรกิจต้องเร่งปรับตัว เพื่อส่งมอบประสบการณ์ให้ตรงกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป พร้อมเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอยู่ตลอด การทำ Digital Transformation จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นขององค์กรธุรกิจ เพื่อที่จะสามารถใช้โอกาสนี้ ช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างมาตรฐานการทำงานภายในองค์กรให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัล

การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ นายปรีดา ไอรมณีรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการด้านทรัพยากรและการลงทุน บริษัท ไมโคร ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ไมโครลิสซิ่ง ถึงที่มาของธุรกิจผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุก พร้อมเผยมุมมองการทำ Digital Transformation และการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพื่อเตรียมพร้อมรองรับการขยายตัวของลูกค้ายุคดิจิทัล รวมถึงการสร้างมาตรฐานการทำงานในองค์กร ตลอดจนทิศทางและแผนการพัฒนาระบบ Customer Data Platform เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลภายใน Ecosystem ของกลุ่มบริษัท

สร้างธุรกิจจากองค์ความรู้
สู่ตัวจริงสินเชื่อรถบรรทุกมือ 2

นายปรีดา กล่าวว่า ไมโครลิสซิ่ง เป็นผู้ให้บริการด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือ 2 ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 จากวิสัยทัศน์ของ นายธรรมศักดิ์ อัชญาวัฒน์ ซึ่งมีประสบการณ์จากการทำธุรกิจค้าขายอะไหล่รถบรรทุกมากว่า 47 ปี ทำให้ทราบข้อมูลเชิงลึกของตลาด พฤติกรรมของผู้ขับรถบรรทุก ตลอดจนปัญหาด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อซื้อหรือบำรุงรักษา จึงเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจและก่อตั้งบริษัท ไมโครลิสซิ่ง ขึ้น

ในช่วงแรก ไมโคร ลิสซิ่ง มีเป้าหมายให้บริการด้านสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทุกประเภทแต่เน้นไปที่กลุ่มรถบรรทุกมือ 2 ตั้งแต่ขนาด 6 ล้อขึ้นไป เพราะเป็นตลาดที่มีคู่แข่งน้อย และต้องอาศัยความรู้และประสบการณ์ด้านอะไหล่สูง อีกทั้งรถบรรทุกส่วนใหญ่เป็นรถที่ใช้ในการบริการขนส่ง สามารถสร้างรายได้ ทำให้ลูกค้ามีเงินมาชำระค่างวดได้อย่างสม่ำเสมอ

“สินเชื่อรถบรรทุกมือ 2 มีข้อดีต่างจากสินเชื่อรถทั่วไป เพราะไม่มีใครซื้อรถบรรทุกไปขับเล่น อีกทั้งผู้ให้บริการสินเชื่อรถบรรทุกต้องมีความรู้ ความชำนาญในเรื่องเครื่องยนต์ อะไหล่ เพื่อใช้พิจารณาในการอนุมัติสินเชื่อ สามารถแนะนำลูกค้ากลับไปได้ว่ารถที่ลูกค้าต้องการจะซื้อมีคุณภาพ มีความพร้อม สามารถใช้งานได้อีกในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถนำรถไปต่อยอดธุรกิจ วิ่งงานได้จริง ไม่ใช่ซื้อรถไป 2 เดือนต้องเวียนกลับมาจอดซ่อม”

ปัจจุบันไมโครลิสซิ่งได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และได้ขยายธุรกิจภายใต้ระบบ Ecosystem เน้นการควบคุมพอร์ตสินเชื่อที่มีคุณภาพ และการให้บริการสินเชื่อที่ครบวงจร โดยแบ่งออกเป็น 4 ธุรกิจย่อย ได้แก่ 1. ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกมือ 2 ที่เป็นธุรกิจหลัก ดูแลโดยไมโครลิสซิ่งโดยตรง 2. ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ ดูแลโดยบริษัท ไมโครพลัสลิสซิ่ง จำกัด 3. ธุรกิจนายหน้าขายประกัน ดูแลโดยบริษัท ไมโครอินชัวร์ โบรกเกอร์ จำกัด และ 4. ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล เน้นการให้สินเชื่อเพื่อวัตถุประสงค์ในการเพิ่มสภาพคล่องให้คนขับรถบรรทุก ดูแลโดยบริษัท ไมโคร ฟิน จำกัด

ไมโครลิสซิ่งยุคใหม่
ทันสมัย ปลอดภัย ได้มาตรฐาน

นายปรีดา เปิดเผยว่า ก่อนที่บริษัทจะจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทจำเป็นต้องมีการวางรากฐานที่แข็งแรง ทั้งระบบบัญชีที่ดี และมาตรฐานการทำงานที่ชัดเจน ทำให้ในปี 2018 ไมโครลิสซิ่ง ลงทุนระบบ Multi Hybrid Cloud โดยเลือกใช้โซลูชั่นจากนูทานิคซ์ เพื่อปรับโครงสร้างพื้นฐานไอทีให้ทันสมัย ให้บริการลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และเสถียร ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า อีกทั้งยังช่วยเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบกระดาษมาเป็นไฟล์ดิจิทัลทั้งหมด ส่งผลให้สามารถลดระยะเวลาในการพิจารณาสินเชื่อลงได้อย่างมาก

“ธุรกิจของเราแตกต่างจากผู้ให้บริการสินเชื่อรายอื่น ลูกค้าอยู่ตรงไหนเราต้องไปพื้นที่นั้น เพื่อพบปะ พูดคุย ดูพฤติกรรมจริงของลูกค้า ดังนั้นเพื่อช่วยอำนวยความสะดวก พนักงานของไมโครลิสซิ่งจะมีแท็ปเล็ตประจำตัว ใช้เก็บข้อมูล หากลูกค้าต้องการยื่นเอกสาร สามารถใช้แท็ปเล็ตถ่ายรูปส่งให้สำนักงานใหญ่พิจารณาได้เลย ไม่ต้องเสียเวลานำเอกสารกลับมาสำนักงานใหญ่ ลูกค้าก็จะทราบผลได้เร็วขึ้น”

นอกจากนี้ ไมโครลิสซิ่งยังลงทุนระบบ Business Intelligence (BI) เพื่อสร้างกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลแบบอัตโนมัติ ทำให้ไมโครลิสซิ่งมีพื้นฐานของระบบไอทีที่แข็งแรง และช่วยประหยัดต้นทุนในการบริหารจัดการระบบในระยะยาวได้

นายปรีดากล่าวต่อว่า การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที ยังช่วยให้ระบบการทำงานเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร ซึ่งช่วยเสริมจุดแข็งให้สามารถคว้าโอกาส หรือบรรลุข้อตกลงทางธุรกิจได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาด้านความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลตามมาตรฐาน ISO 27001 ซึ่งสอดคล้องข้อบังคับของกฎหมาย PDPA และมาตรฐานระดับสากล ส่งผลให้ลูกค้าของไมโครลิสซิ่งสามารถวางใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลมีความปลอดภัยและไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางอื่นก่อนได้รับอนุญาติ

“ไมโครลิสซิ่งเป็นผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์ด้านการเงิน การดำเนินงานจึงต้องปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การบริการทั้งหมดมีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส และรัดกุมให้เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ดังนั้นการใช้โซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพสูง ยืดหยุ่น และปรับขนาดได้ จะช่วยให้สามารถรองรับข้อมูลจำนวนมหาศาล พนักงานจากทั่วประเทศสามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชั่นหลักของบริษัทฯ ได้พร้อมกัน อีกทั้งยังช่วยให้ฝ่ายพิจารณาสินเชื่อทำงานได้อย่างราบรื่นจากทุกที่ทุกเวลา เสริมภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพขององค์กร”

สร้าง Customer Data Platform
ช่วยรู้จักลูกค้า ส่งบริการโดนใจ

นายปรีดา กล่าวว่า ก้าวต่อไปของไมโครลิสซิ่งในการเดินหน้าทำ Digital Transformation จะเน้นไปที่การสร้างระบบ Customer Data Platform (CDP) โดยระบบนี้จะทำหน้าที่เชื่อมข้อมูลของลูกค้าจาก 4 ธุรกิจเข้าด้วยกัน ทำให้สามารถรู้จักลูกค้าได้ดีขึ้น และยังช่วยเตรียมข้อมูลให้พร้อมสำหรับการต่อยอดทางธุรกิจ ทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล และการนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการและพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละรายในอนาคต

ตัวอย่างเช่น ลูกค้าใช้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกแล้วต้องการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพิ่ม ทีมพิจารณาสินเชื่อจะสามารถดึงข้อมูลเดิมของลูกค้าที่เคยให้ไว้มาใช้ได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาเก็บข้อมูลหรือทำเอกสารใหม่ ลดการเก็บข้อมูลที่ซ้ำซ้อน หรือลูกค้าบางรายมีพฤติกรรมการผ่อนชำระที่ดี ก็สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นของบริษัทได้เช่นกัน

นอกจากนี้ระบบ CDP ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดหนี้เสีย (NPL) จากการนำระบบ BI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าเพื่อบ่งบอกข้อมูลเชิงลึก (Insight) ก่อนการตัดสินใจ หากเห็นว่าลูกค้ามีพฤติกรรมการผ่อนชำระที่ผิดปกติ ก็สามารถนำข้อมูลนั้นมาประกอบการพิจารณาการให้สินเชื่อในผลิตภัณฑ์ต่อ ๆ ไปของบริษัทได้

“ถ้าเราไม่ทำระบบ CDP ข้อมูลที่เก็บไว้ในบริษัทก็ไม่ต่างจากขยะ เพราะเราไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ต่อได้ อีกทั้งยังสิ้นเปลืองต้นทุนในการสร้าง Storage Network เพื่อเก็บข้อมูล ดังนั้นการเชื่อมข้อมูลเข้าด้วยกันจะทำให้บริษัทสามารถสร้างมูลค่าให้กับข้อมูลได้มากกว่าการเก็บไว้โดยไม่ทำอะไร และสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับบริษัทและลูกค้าได้ในอนาคต”

นายปรีดา อธิบายต่อว่า วิธีการทำงานของระบบ CDP จะเริ่มจากการแบ่งชุดข้อมูลออกเป็นกลุ่มย่อย เพื่อทำ Data Mart เช่น ข้อมูลพฤติกรรมการชำระค่างวด ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ข้อมูลพนักงาน ข้อมูลด้านการเงินและบัญชี เพื่อให้ระบบ BI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งไมโครลิสซิ่งได้เริ่มทำขั้นตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

ในขั้นต่อไป จะเป็นการนำข้อมูลในแต่ละ Mart จากคลังข้อมูลทั้งหมดใน Data Lake มาวางผังเชื่อมโยงกันในลักษณะของ Data Integration เพื่อให้ข้อมูลทั้งหมดเชื่อมต่อถึงกันและใช้งานร่วมกันได้ เช่นถ้าลูกค้าต้องการจะขอสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มเติม ระบบก็จะไปดึงข้อมูลเดิมจาก Data Mart ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมการผ่อนชำระหนี้ ข้อมูลส่วนบุคคล รายได้ของลูกค้า เพื่อให้ระบบ BI วิเคราะห์และนำเสนอต่อฝ่ายพิจารณาสินเชื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในขั้นต่อไป

ปัจจุบัน ไมโครลิสซิ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา Data Integration ร่วมกับนูทานิคซ์ โดยมีการตั้งเป้าหมายว่าระบบทั้งหมดจะพัฒนาเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี 2023 นี้ เพื่อให้รองรับการเติบโตของไมโครลิสซิ่ง กรุ๊ปที่ระดับ 20% รวมถึงสามารถรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Open API กับพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคต

“ในอดีตถ้าเราอยากทราบยอดการปล่อยสินเชื่อย้อนหลังต้องใช้เวลาหลายวันเพื่อรวบรวมและประมวลผลข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ หากระบบ CDP ถูกพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว เราจะสามารถเรียกดูข้อมูลทุกอย่างได้ทันที โดยมี BI สรุปข้อมูลให้อัตโนมัติ”

นายปรีดา กล่าวต่อว่า หลังจากมีการพัฒนาระบบ CDP แม้ปัจจุบันจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% แต่ในด้านผลตอบรับจากลูกค้านั้น เป็นไปในทางบวกค่อนข้างมาก จากเดิมที่ใช้เวลาในการอนุมัติสินเชื่อ 7-10 วัน ก็สามารถลดระยะเวลาการพิจารณาเหลือเพียง 3 วัน และในอนาคตจะเร็วขึ้นอีกเมื่อระบบ CDP เสร็จสมบูรณ์

นอกจากการพัฒนาระบบ CDP แล้ว ไมโครลิสซิ่งยังศึกษาเทคโนโลยีและช่องทางการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ เพื่อค้นหา S-Curve ใหม่ให้แก่บริษัท เช่น Virtual Banking, Digital Asset, logistic และ Factoring รวมถึงมีการวางแผนจะใช้ AI/ML เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในอนาคตอีกด้วย

“โพสิชั่นของไมโครลิสซิ่งคือผู้ให้บริการทางการเงินในรูปแบบนอนแบงก์ ดังนั้นในอนาคตหากมีช่องทางที่ทำให้บริษัทสามารถก้าวไปสู่การให้บริการทางการเงินที่ครบวงจรได้ เราก็พร้อมจะศึกษาช่องทางเหล่านั้นเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ ค้นหาผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์กับลูกค้ามากขึ้น ควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านเทคโนโลยีให้ทันสมัย ปลอดภัย น่าเชื่อถือ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...