โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ "น้องทีน" กะเพราอ้วนตรึ้ม เด็กไร้บ้านสู้ชีวิต

WeR NEWS

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2566 เวลา 04.15 น.

ภายหลังจากเพจเฟซบุ๊ก “ตี๋อ้วนชวนหิว” ได้โพสต์ข่าวเศร้าถึง “น้องทีน” เจ้าของร้านอ้วนตรึ้ม กะเพราตะหลิวตัด เสียชีวิตลงแล้ว ท่ามกลางแฟน ๆ ร่วมไว้อาลัยกันเป็นจำนวนมาก

เพจตี๋อ้วนชวนหิว ระบุข้อความว่า “น้องทีน กะเพราอ้วนตรึ้มเสียละครับ น้องคนที่ผมและปลากระป๋องกัปตันเรือไปช่วยให้น้องได้มีชีวิตใหม่กับรายการช่วยด้วย ผมเพิ่งทราบข่าวในนาทีนี้ที่มีคนแจ้งมาทางเฟซบุ๊กว่าน้องเสียแล้วเอาตรง ๆ

ผมเสียใจและเสียดายกับเด็กน้อยคนนี้ที่เพิ่งจะได้มีความสุข มีร้านกะเพรา มีเงินซื้อของเล่น มีชีวิตที่กำลังจะดีขึ้น ผมไม่ทราบว่าน้องเป็นอะไรเสียชีวิต ? แต่ขอแสดงความเสียใจ หลับให้สบายไม่มีไรต้องห่วงละนะทีน ย่าคงมารับแกไปอยู่ด้วยในภพภูมิที่ดี”

สำหรับ น้องทีน หรือ นายสดายุ ศุภผลศิริ เจ้าของร้าน อ้วนตรึ้ม กะเพราตะหลิวตัด ทางโลกโซเชียลรู้จักผ่านเรื่องราวการสู้ชีวิตที่เปิดร้านขายกะเพรา หาเลี้ยงดูตัวเองมาตั้งแต่อายุ 16 ปี เนื่องจากทางบ้านมีปัญหาจนทำให้ต้องกลายเป็นเด็กไร้บ้าน

โดย น้องทีน เคยเปิดใจผ่านรายการ ช่วยด้วย ของ ตี๋อ้วน ว่า “ใช้ชีวิตคนเดียวตั้งแต่อายุ 16 จนตอนนี้อายุ 21 ปี มีอาชีพขายอาหารตามสั่ง ชักหน้าไม่ถึงหลังบางวันต้องกู้รายวัน และต้องทำคนเดียวขายคนเดียว จริง ๆ มีพี่อีกคนนึงทำด้วย แต่เค้าต้องทำงานหลักวิ่งส่งของ ซึ่งเป็นคนที่ช่วยอุปการะตน”

น้องทีน เผยด้วยว่า “มีญาติพี่น้องแต่ก็ไม่ได้มายุ่งอะไรกัน ตนอยู่กับย่ามาตลอด พอย่าล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิต แล้วน้องสาวของย่าก็มาขายบ้าน แล้วก็ทิ้งผมไว้ในซอย ไม่บอกด้วยว่าขายบ้าน ทำให้ตนเองต้องนอนในซอย ตามข้างถนน 2-3 วัน จนต่อมา มีพี่ต่อมาช่วย ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พี่เขาก็อุปการะผมตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็อยู่กับพี่เขามาตลอด”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...