แฮร์รี่ เคน ตำนานคนใหม่ของ สเปอร์ส
แฮร์รี่ เคน กองหน้ากัปตันทีม ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ จารึกชื่อของตัวเองลงในประวัติศาสตร์ของสโมสรในฐานะนักฟุตบอลที่ทำประตูได้สูงสุดตลาดกาล และทำลายสถิติเดิมที่มีมายาวนานกว่า 53 ปี ของ จิมมี่ กรีฟส์ ตำนานดาวยิง “ไก่เดือยทอง” ได้เรียบร้อยแล้ว
เกมที่ สเปอร์ส เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เคน สวมบทฮีโร่ซัดประตูชัยให้กับทีม ซึ่งมันเป็นลูกที่ 267 ที่เจ้าตัวระเบิดตาข่ายให้กับต้นสังกัด
อดีตที่ผ่านมา กรีฟส์ เคยค้าแข้งให้กับ สเปอร์ส ในปี 1961-1970 และได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดของอังกฤษ หลังจากสร้างผลงานยิงให้ “ไก่เดือยทอง” ไปถึง 266 ประตู จาก 379 เกมในทุกรายการ
กรีฟส์ ประสบความสำเร็จอย่างมากมายในฐานะนักเตะ สเปอร์ส โดยพาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่อย่าง เอฟเอ คัพ 2 สมัย และ ยูโรเปี้ยน คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 สมัย รวมถึงพาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก ปี 1966 อีกด้วย
เมื่อมองไปที่ตัวเลขจำนวนประตูของ กรีฟส์ นั้น มันเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะมีนักเตะคนใดของ สเปอร์ส ทำลายได้ แต่ เคน ที่เป็นลูกหม้อขนานแท้ของสโมสรก็ทำได้สำเร็จอย่างน่าภาคภูมิใจ
ย้อนกลับไปในเกมลีกที่ สเปอร์ส บุกไปเอาชนะ ฟูแล่ม 1-0 เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา เคน เป็นผู้ซัดประตูชัย และประตูดังกล่าวทำให้ หัวหอกวัย 29 ปี ขึ้นมาทาบสถิติของ กรีฟส์ ก่อนจะทำลายมันลงสำเร็จในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ นัดล่าสุด
นอกจากจะทำลายสถิติของ สเปอร์ส ได้แล้ว เคน ยังจารึกชื่อตัวเองว่าเป็นนักฟุตบอลที่ยิงได้ 200 ประตู ในศึก พรีเมียร์ลีก ร่วมกับ อลัน เชียเรอร์ อดีตศูนย์หน้านิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ เวย์น รูนี่ย์ อดีตดาวยิง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
สำหรับดาวซัลโวตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก อันดับ 1 ยังเป็นของ เชียเรอร์ ด้วยจำนวน 260 ประตู รองลงมาคือ รูนี่ย์ ที่ซัดไป 208 ประตู และ เคน ตามมาเป็นลำดับ 3 ที่ 200 ประตู และดูเหมือนว่า เคน ยังมีโอกาสอีกหลายปีในการสร้างสถิติขึ้นมาใหม่
เคน กล่าวถึงสถิติของ เชียเรอร์ ว่า “อลัน ได้สร้างสถิติที่สุดยอด ผมก็อยากจะดูว่าตัวเองจะทำลายมันได้หรือไม่ ผมแน่ใจว่า อลัน ก็คอยดูผมอยู่เช่นกัน แต่ผมไม่แน่ใจว่าเขาจะมีความสุขหรือไม่ที่ผมทำลายสถิติเขาได้ ผมมีเป้าหมายมากมายรออยู่ ตอนนี้ผมรู้สึกดีมาก”
ขณะที่ เชียเรอร์ ก็เคยออกมาแสดงความคิดเห็นว่า เขาก็ขอแสดงความยินดีด้วยหากรุ่นน้องอย่าง เคน สามารถทำลายสถิติลงได้ และก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวตลอดกาลของ พรีเมียร์ลีก แทนที่ตัวเอง
เคน กำลังอยู่ในช่วงพีคของอาชีพนักฟุตบอล และมีโอกาสสูงมากที่เขาจะเดินตามหน้าไล่ล่าทำลายสถิติของรุ่นพี่อย่าง เชียเรอร์ และจารึกประวัติศาสตร์ของตัวเองขึ้นมาใหม่ได้อีกในอนาคต