โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

ลูกเอาแต่ใจ: 4 เทคนิครับมือลูกเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเอง

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 22 ก.พ. 2566 เวลา 16.40 น. • Features

เว็บไซต์ American Academy of Pediatrics กล่าวถึงพฤติกรรมเอาแต่ใจของเด็กว่าเกิดจากการวิธีการเลี้ยงดูที่ล้มเหลว และเด็กที่มีนิสัยเอาแต่ใจ ยังถูกมองว่าเป็นคนเห็นแก่ตัวและหลงตัวเองอีกด้วยสัญญาณที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้ว่ากำลังต้องเผชิญหน้ากับ ลูกเอาแต่ใจ เข้าให้แล้ว เช่น ลูกไม่เชื่อฟัง มีพฤติกรรมต่อต้าน ไม่พอใจสิ่งที่พ่อแม่หามาให้ ไม่รู้จักรอคอย แสดงความต้องการด้วยประโยคคำสั่งเสมอ และไม่เคารพกฎกติกาของสังคมคุณพ่อคุณแม่ที่มี ลูกเอาแต่ใจ จึงมักจะพยายามแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงนิสัยลูกด้วยการดุ ต่อว่า หรือทำโทษให้เข็ดหลาบ โดยไม่ทันคิดหาวิธีแก้ที่ต้นเหตุหรือรับมือลูกด้วยพฤติกรรมเชิงบวก4 วิธีรับมือ ลูกเอาแต่ใจตัวเอง1. มีข้อตกลงที่เหมาะสมตามช่วงวัย

เด็กเล็ก เป็นวัยแห่งการเรียนรู้ จึงจำเป็นต้องมีคุณพ่อคุณแม่คอยดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพราะลูกยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ การมีข้อตกลงเหมาะสมกับช่วงวัยของลูกจะช่วยกำหนดขอบเขตให้ลูกรู้ว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ โดยไม่ต้องทดลองทำเพื่อท้าทายคุณพ่อคุณแม่ เช่น ในวัยอนุบาล คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างข้อตกลงว่า ลูกต้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีที่กลับจากโรงเรียน หรือลูกจะต้องแปรงฟันทันทีหลังกินขนมหวาน การสร้างข้อตกลงร่วมกันภายในบ้านจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องคอยบอกหรือออกคำสั่งกับลูกซ้ำๆ และยังเป็นการฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัย รู้หน้าที่ของตัวเอง และช่วยลดนิสัยเอาแต่ใจลงได้2. ใจดี แต่ไม่ตามใจ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนไม่อยากเป็นพ่อแม่ใจร้ายในสายตาลูก จึงพยายามตามใจ ยอมให้ลูกทำอะไรก็ได้ อยากได้อะไรก็ต้องได้ หรือรีบตอบสนองความต้องการของลูกทันทีแต่ความจริงแล้วการตามใจลูกมากเกินไป นอกจากจะเป็นการทำให้ลูกเข้าใจว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ยังทำให้ลูกไม่มีความอดทน รอคอยไม่เป็น เมื่อไม่ได้ดังใจก็จะเริ่มแสดงพฤติกรรมอาละวาดก้าวร้าว เพื่อกดดันให้คุณพ่อคุณแม่รีบตอบสนองความต้องการของตัวเองดังนั้น การจะเป็นพ่อแม่ที่ใจดี จึงไม่ได้หมายความว่าต้องตามใจลูกทุกอย่าง แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกตามใจลูกในสิ่งที่เหมาะสมและอธิบายเหตุผลว่าทำไมบางครั้งลูกถึงต้องยอมถูกขัดใจบ้าง เช่น แม่จะไม่ซื้อของเล่นชิ้นนี้ให้ เพราะลูกมีของที่เหมือนกันอยู่แล้วที่บ้าน และถ้าลูกอยากได้จริงๆ คุณแม่อนุญาตให้ลูกเก็บเงินให้ครบก่อนแล้วเราค่อยมาซื้อกันอีกครั้งนะคะ3. มีเหตุผลกับทุกเรื่องเสมอ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนเข้าใจว่าการอธิบายเหตุผลให้ลูกฟังเป็นเรื่องเสียเวลาเปล่า เพราะลูกยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเหตุผลของผู้ใหญ่ได้แต่ความจริงแล้ว ลูกสามารถเรียนรู้และรับฟังเหตุผลของคุณพ่อคุณแม่เสมอ เพราะฉะนั้น หากคุณพ่อคุณแม่อยากให้ลูกทำหรือไม่ทำอะไร ก็ควรอธิบายเหตุผลให้ลูกฟังเสมอ เช่น ที่แม่ห้ามลูกวิ่งเล่นในที่สาธารณะ เพราะลูกอาจจะวิ่งชนคนอื่นและทำให้ข้าวของคนอื่นเสียหาย และเป็นอันตรายต่อตัวลูกเองได้ เพียงเท่านี้ลูกก็จะเข้าใจเหตุผลที่โดนห้ามไม่ให้วิ่งเล่น และไม่พยายามฝ่าฝืนหรือต่อต้านคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะค่ะ4. ลงโทษลูกเมื่อจำเป็น

หากลูกมีพฤติกรรมเอาแต่ใจมากเกินไป แม้ว่าไม้เรียวในมือจะสั่นแค่ไหน คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่ควรลงโทษลูกด้วยอารมณ์หรือใช้วิธีรุนแรง เพราะถึงแม้ว่าการลงโทษจะช่วยหยุดพฤติกรรมของลูกได้ แต่ก็ได้ผลเพียงชั่วคราวเท่านั้น และยังเป็นการส่งเสริมให้ลูกดื้อและเอาแต่ใจมากขึ้นดังนั้นการลงโทษของคุณพ่อคุณแม่ควรจะเกิดขึ้นในเวลาที่จำเป็น เช่น ลูกไม่ทำตามข้อตกลงที่บอกว่าจะแปรงฟันหลังกินขนม ดังนั้นจึงโดนลงโทษด้วยการงดขนมไปตลอดสัปดาห์อ้างอิงparentsHealthyPlacecamri

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...