โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สิวใต้คางเกิดจากอะไร

Health Daily

เผยแพร่ 09 ก.พ. 2565 เวลา 11.00 น. • สุขภาพดีดี

สิวใต้คางเกิดจากอะไร

               เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันที่หน้ากากอนามัยเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตและไม่สามารถถอดได้เมื่อออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ซึ่งการใส่หน้ากากอนามัยนั้นเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตของใครหลายๆคนมาก เนื่องจากอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองของผิวและเกิดอาการแพ้ หรือเกิดสิวในที่สุด ซึ่งจุดที่สิวมักจะขึ้นบ่อยๆคือบริเวณหน้าแก้มและคาง ซึ่งหน้ากากอนามัยเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น วันนี้ สุขภาพดีดี.com  ได้รวบรวมข้อมูลดีดีเกี่ยวกับ สิวใต้คางเกิดจากอะไร มาให้ทุกคนได้อ่านกัน เพื่อที่จะได้ทราบสาเหตุที่แท้จริงและแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

 

สิวใต้คางเกิดจากอะไร ?

1. อาการ PMS (Premenstrual Syndrome)
          เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงมีรอบเดือนของคุณผู้หญิง ทำให้รู้สึกเครียดง่าย หงุดหงิดง่าย ฮอร์โมนเริ่มไม่สมดุล เกิดสิวอักเสบตามใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณคาง เพราะระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) สูงขึ้นเพื่อกระตุ้นการทำงานของรังไข่

 

2. ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) สูงกว่าปกติ
          เป็นอาการผิดปกติตั้งแต่เกิดสำหรับคนที่มีฮอร์โมนแอนโดรเจน หรือฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าฮอร์โมนเพศหญิง ส่งผลให้มีผิวมัน รูขุมขนกว้าง เช็ดล้างให้สะอาดหมดจดได้ยาก หากไม่พิถีพิถันเรื่องดูแลผิวให้ดี ก็ทำให้เกิดสิวได้ง่าย

 

3. เสพติดคาเฟอีน
          การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเอฟีนอย่างชาหรือกาแฟเป็นประจำ จะส่งผลให้ไตทำงานหนักจนเกินพอดี และกระตุ้นให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดสิวทำงานมากขึ้นอีกด้วย

 

4. แพ้ผลิตภัณฑ์บางอย่าง
          ไม่ได้มีแต่เครื่องสำอางเท่านั้นที่ทำให้ผิวหน้าเกิดแพ้และระคายเคือง แต่รวมถึงยาสีฟัน สบู่ล้างหน้า และแชมพูที่อาจมีสารเคมีอันตรายเป็นส่วนประกอบ ลองนึกภาพตามถึงตอนที่เราแปรงฟันหรือสระผม ผลิตภัณฑ์พวกนี้จะสัมผัสใบหน้าได้อย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก ซึ่งหากแจ็กพ็อตว่ามีสารเคมีที่เราแพ้ขึ้นมา ยังไงก็ต้องเกิดปัญหาสิวขึ้นคาง หรือบริเวณรอบปากอย่างแน่นอน

 

5.  บีบสิวและสัมผัสใบหน้าโดยไม่จำเป็น

 

 

 

          เพราะสิ่งรอบตัวของเราเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคชั้นยอด หากเรานำมือที่หยิบจับเหล่านั้นมาสัมผัสใบหน้าต่อ ยังไงก็หนีปัญหาสิวไม่พ้นแน่นอน และการบีบสิวก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกต้องเลยแม้แต่น้อย เพราะหากบีบแล้วหัวสิวไม่หลุดทั้งหมด จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ และขึ้นเรื้อรัง ซ้ำ ๆ ตรงจุดเดิมเอาได้

 

 

6. การใส่หน้ากากอนามัยซ้ำๆ 

          หน้ากากอนามัยเป็นที่สะสมของสิ่งสกปรก การใช้ซ้ำจะยิ่งทำให้มีสิ่งสกปรกสะสมอยู่บริเวณที่คางมากขึ้น และหากล้างหน้าไม่สะอาดก็ยิ่งเกิดการหมักหมมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรก โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่เราใช้ทุกวัน อาจเกิดการอุดตันจนทำให้สิวขึ้นคางได้

 

7.  มลพิษจากสภาวะแวดล้อม ฝุ่นและมลภาวะต่างๆ 

          สาเหตุนี้มักจะเกิดขึ้นจากการมีสิ่งสกปรกสะสมอยู่บริเวณที่คาง หากล้างหน้าไม่สะอาดเพียงพอก็อาจทำให้สิวยิ่งอักเสบขึ้นได้

 

รักษาสิวที่คางอย่างไรดี ?

1. รักษาความสะอาดและล้างหน้าให้หมดจด
          

สำหรับคนที่แต่งหน้าเป็นประจำ ต้องมั่นใจว่าใช้คลีนเซอร์เช็ดเครื่องสำอางให้เกลี้ยงเกลาก่อนล้างด้วยสบู่ หรือโฟมล้างหน้าที่ใช้เป็นประจำ ในส่วนของขั้นตอนการอาบน้ำ ก็ควรล้างหน้าเป็นลำดับสุดท้าย เพื่อชำระล้างสารเคมีตกค้างจากยาสระผมหรือยาสีฟันให้หมดจด ไม่อย่างนั้นจะเกิดการตกค้างของสารเคมีบนใบหน้าแล้วทำให้เกิดสิวในที่สุด

 

 

2. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและไขมันสูง

          

วิธีการที่ดีที่สุดและได้ประสิทธิภาพมากที่สุดคือ Inside out คือวิธีการที่ดูแลสุขภาพตัวเองจากข้างในออกมาข้างนอกโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารต่างๆ ให้ทานผักและผลไม้มากขึ้น เน้นไปที่วิตามินและกากใยเพื่อชำระสิ่งตกค้างในร่างกายยิ่งถ้าสามารถออกกำลังกายและควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสมจะทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

 

 

3. ดูความสะอาดข้าวของเครื่องใช้และพิถีพิถันในการเลือกผลิตภัณฑ์
โดยเฉพาะสิ่งของที่สัมผัสใบหน้าเราประจำเช่น โทรศัพท์มือถือ ปลอกหมอน ผ้าปูเตียง ผ้าเช็ดหน้า ควรล้างมือให้สะอาดก่อนจับใบหน้าทุกครั้ง ส่วนเครื่องสำอาง แชมพู และยาสีฟันที่ใช้ ควรเป็นในรูปแบบที่อ่อนโยนต่อผิวเรามากที่สุด ปราศจากสารเคมีอันตราย แอลกอฮอล์ และเป็นแบบ Oil-Free ไม่มีน้ำมัน เพื่อลดความมันส่วนเกิน ไม่ระคายเคืองผิว ไม่เกิดอาการแพ้บนใบหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...