โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สหรัฐฯและรัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์รวม 12,000 ลูกจากหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลก 13,000 ลูก

JS100

อัพเดต 22 ก.พ. 2565 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2565 เวลา 08.59 น. • JS100:จส.100
สหรัฐฯและรัสเซียมีหัวรบนิวเคลียร์รวม 12,000 ลูกจากหัวรบนิวเคลียร์ทั่วโลก 13,000 ลูก

         สหพันธ์นักวิทยาศาสตร์อเมริกัน (Federation of American Scientists--FAS)เปิดเผยว่า 9 มหาอำนาจทางอาวุธนิวเคลียร์เช่น สหรัฐฯ รัสเซีย อังกฤษ ฝรั่งเศส จีน อินเดีย อิสราเอล ปากีสถานและเกาหลีเหนือ มีหัวรบนิวเคลียร์รวม 13,000 ลูก ในจำนวนนี้ สหรัฐฯและรัสเซีย มีหัวรบนิวเคลียร์รวม 12,000 ลูก สะท้อนให้เห็นความตึงเครียดที่ตกค้างมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็นระหว่างสองมหาอำนาจคือ สหรัฐฯกับรัสเซีย

          ในตอนแรก สหรัฐฯหวังจะครอบครัวข้อมูลเกี่ยวกับอาวุธนิวเคลียร์แต่เพียงประเทศเดียว จนกระทั่งต่อมาข้อมูลความลับเรื่องเทคโนโลยีสำหรับการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของสหรัฐฯรั่วไหลถึงบุคคลภายนอก ทั้งนี้ สหรัฐฯเริ่มทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม 2488 และทิ้งระเบิดปรมาณู 2 ลูกยังเมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิ ญี่ปุ่นในเดือนสิงหาคม 2488

          อีก 4 ปีต่อมา รัสเซีย หรืออดีตสหภาพโซเวียตในขณะนั้นจึงทำการทดลองอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรก ขณะที่อังกฤษเริ่มทดลองอาวุธนิวเคลียร์ในปี 2495 ฝรั่งเศสทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกในปี 2503 และประเทศจีนทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกในปี 2507 ต่อมาสหรัฐฯและพันธมิตรเจรจาให้มีการทำสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT)ในปี 2511 และสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (CTBT)ในปี 2539 ที่ผ่านมา อินเดีย อิสราเอลและปากีสถานไม่ยอมลงนามในข้อตกลง NPT และมีอาวุธนิวเคลียร์ในคลังอาวุธจำนวนมาก

        ต่อมาในปี 2513 สหรัฐฯและรัสเซียเจรจาทำข้อตกลงเพื่อควบคุมอาวุธระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งต่อมาช่วยให้ทั้งสองฝ่ายลดคลังอาวุธนิวเคลียร์ของแต่ละฝ่ายโดยลำดับ

#นิวเคลียร์

#มหาอำนาจนิวเคลียร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...