โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

PDP โยง GAS 2024 เพิ่มไฟฟ้าหมุนเวียน-ยอดใช้ก๊าซลด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มิ.ย. 2567 เวลา 07.56 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2567 เวลา 10.15 น.

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียมจะเปิดรับฟังความคิดเห็น “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP)” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 แผน ภายใต้ร่างแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ฉบับใหม่ ปี 2567-2580

เป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทางครั้งสำคัญด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เมื่อพลังงานสะอาดกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนต่างจับตามอง ตลอดจนการประกาศมุ่งหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2608 ในเวทีโลก

อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการจัดทำแผนพลังงานยึดหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ ด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม และด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องทำอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อรักษาสมดุลระหว่างสามเหลี่ยมพลังงานทั้ง 3 ด้านนี้

เตรียมรับฟังความเห็น

นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า วันที่ 12-13 มิถุนายน 2567 สนพ.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan หรือ PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) ในกลุ่มราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนก่อน

หลังจากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนรูปแบบออนไลน์ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ แบ่งเป็น วันที่ 17 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้าภาคกลาง ช่วงบ่ายสำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้าภาคใต้ ช่วงบ่ายภาคเหนือ

สำหรับร่างแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ฉบับใหม่ ปี 2567-2580 จะประกอบไปด้วย 5 แผนสำคัญ ได้แก่ 1.แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) 2.แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) 3.แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) 4.แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และ 5.แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan)

ซึ่งทั้ง 5 แผนจะสามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นได้ครบและเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน 2567 เพื่อจะนำเสนอต่อ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากนั้นจะยื่นเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในกันยายนนี้

เปิดแผน PDP 2024

สาระสำคัญของแผน PDP 2024 จะมีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้เป็น 50-51% หรือเพิ่มขึ้น 30% จากแผนเดิม PDP 2018 โดยพลังงานหมุนเวียนนั้นจะมีองค์ประกอบจาก พลังงานแสงอาทิตย์จะมีสัดส่วนมากที่สุดราว 30% หรือประมาณ 20,000 เมกะวัตต์ ส่วนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มาจากก๊าซธรรมชาติจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 40% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Base Load) ซึ่งจะรวมพลังงานไฮโดรเจนประมาณ 5% ไว้ในสัดส่วนกำลังผลิตของก๊าซธรรมชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) เกิดขึ้นในตอนกลางคืน ซึ่งคาดว่าในอนาคตค่าพีกไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นถึง 55,000-56,000 เมกะวัตต์ในช่วงปลายแผน ส่วนเชื้อเพลิงอื่น ๆ อาทิ ถ่านหิน จะมีสัดส่วนประมาณ 10%

ขณะเดียวกันจะยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactors (SMR) ที่บรรจุไว้ในปลายแผน PDP 2024 ระหว่างปี 2577-2580 รวม 600 เมกะวัตต์ เพราะถือเป็นอีกกุญแจสำคัญที่จะมาเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ การรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศ 10,000 เมกะวัตต์ รวมถึงโซลาร์ลอยน้ำ และโซลาร์บวกระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System หรือ BESS) เสมือนแก้มลิงเก็บไฟฟ้า

ค่าไฟไม่เกิน 4 บาท

ซึ่งในแผน PDP ได้วางแนวทางครอบคลุมทั้งตามหลักการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยคาดว่าจะลดคาร์บอนไดออกไซด์จาก 90 ให้เหลือ 60 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์

“ค่าไฟตามแผนใหม่ เราจะพยายามรักษาต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าให้ใกล้เคียงกับแผนเดิมที่ 3.60 บาท และจะพยายามไม่ให้เกิน 4 บาท” นายวีรพัฒน์กล่าว

เกณฑ์ใหม่ LOLE ค่าไฟดับ

เป็นที่น่าสังเกตว่าแผน PDP 2024 จะมีการชี้ปรับใช้ “เกณฑ์โอกาสเกิดไฟฟ้าดับ” หรือ Loss of Load Expectation (LOLE) จากเดิมใช้เกณฑ์กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin)

ซึ่ง LOLE นี้เกิดจากการคำนวณจากผลรวมของค่าความน่าจะเป็นที่จะเกิดไฟฟ้าดับในแต่ละชั่วโมงตลอด 1 ปี

โดยแผน PDP ฉบับนี้ตั้งเกณฑ์ไว้ว่า โอกาสเกิดไฟฟ้าดับจะต้องไม่เกิน 0.7 วันต่อปี หรือไม่เกิน 17 ชั่วโมง จาก 8,760 ชั่วโมง รวมทั้งยังกำหนดเป้าหมายของมาตรการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) 1,000 เมกะวัตต์ และมาตรการลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด

เจาะ Gas Plan 2024

ขณะที่อีกหนึ่งในแผนสำคัญ คือ แผนก๊าช “Gas Plan 2024” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ และบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ โดยได้ประมาณการความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในระยะยาวพบว่าภาพรวมความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ ในปี 2580 เหลือ 4,747 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปี 2567 ที่มีความต้องการ 4,859 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน

ซึ่งเป็นผลจากการลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าลดลง เนื่องจากแผน PDP 2024 ได้มีการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและไฮโดรเจน การใช้ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ลดลงตามปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และการใช้ในภาคขนส่ง ตามจำนวนรถ NGV ที่มีแนวโน้มลดลง

อย่างไรก็ตาม เรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา (OCA) ยังไม่ได้ถูกนำมาคิดรวมใน Gas Plan 2024 เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการเจรจา ซึ่งคาดว่าอย่างเร็วที่สุดที่จะพัฒนาและขุดเจาะก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ได้ก็ประมาณ 10 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดการใช้แผนฉบับนี้พอดี

นอกจากนี้จะนำการคำนวณค่าไฟแบบตอบสนองด้านโหลด (Demand Response) ซึ่งตอบสนองต่อราคาค่าไฟในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลดความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟอีกด้วย

หลังจากนี้ยังคงต้องติดตามผลสรุปการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนต่อไป ว่าจะต้องมีการปรับ “เนื้อหา” ของแผนพลังงานแห่งชาติ อีกครั้งอย่างไรหรือไม่ เพื่อให้สามารถประกาศออกมาได้ภายในกันยายนนี้ตามเป้าหมาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : PDP โยง GAS 2024 เพิ่มไฟฟ้าหมุนเวียน-ยอดใช้ก๊าซลด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...