PDP โยง GAS 2024 เพิ่มไฟฟ้าหมุนเวียน-ยอดใช้ก๊าซลด
สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เตรียมจะเปิดรับฟังความคิดเห็น “แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP)” ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 แผน ภายใต้ร่างแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ฉบับใหม่ ปี 2567-2580
เป้าหมายเพื่อกำหนดทิศทางครั้งสำคัญด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม เมื่อพลังงานสะอาดกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญที่นักลงทุนต่างจับตามอง ตลอดจนการประกาศมุ่งหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2593 และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2608 ในเวทีโลก
อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการจัดทำแผนพลังงานยึดหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ด้านความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ ด้านต้นทุนค่าไฟฟ้าอยู่ในระดับที่เหมาะสม และด้านผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะต้องทำอย่างเป็นขั้นตอนเพื่อรักษาสมดุลระหว่างสามเหลี่ยมพลังงานทั้ง 3 ด้านนี้
เตรียมรับฟังความเห็น
นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า วันที่ 12-13 มิถุนายน 2567 สนพ.จะเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (Power Development Plan หรือ PDP 2024) และร่างแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2567-2580 (Gas Plan 2024) ในกลุ่มราชการ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชนก่อน
หลังจากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนรูปแบบออนไลน์ใน 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ แบ่งเป็น วันที่ 17 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้าภาคกลาง ช่วงบ่ายสำหรับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และวันที่ 19 มิถุนายน 2567 ช่วงเช้าภาคใต้ ช่วงบ่ายภาคเหนือ
สำหรับร่างแผนพลังงานชาติ (National Energy Plan) ฉบับใหม่ ปี 2567-2580 จะประกอบไปด้วย 5 แผนสำคัญ ได้แก่ 1.แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) 2.แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) 3.แผนอนุรักษ์พลังงาน (EEP) 4.แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ (Gas Plan) และ 5.แผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง (Oil Plan)
ซึ่งทั้ง 5 แผนจะสามารถเปิดรับฟังความคิดเห็นได้ครบและเสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน 2567 เพื่อจะนำเสนอต่อ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากนั้นจะยื่นเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายในกันยายนนี้
เปิดแผน PDP 2024
สาระสำคัญของแผน PDP 2024 จะมีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนให้เป็น 50-51% หรือเพิ่มขึ้น 30% จากแผนเดิม PDP 2018 โดยพลังงานหมุนเวียนนั้นจะมีองค์ประกอบจาก พลังงานแสงอาทิตย์จะมีสัดส่วนมากที่สุดราว 30% หรือประมาณ 20,000 เมกะวัตต์ ส่วนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่มาจากก๊าซธรรมชาติจะมีสัดส่วนอยู่ที่ 40% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้าฐาน (Base Load) ซึ่งจะรวมพลังงานไฮโดรเจนประมาณ 5% ไว้ในสัดส่วนกำลังผลิตของก๊าซธรรมชาติ เพื่อรักษาความมั่นคงด้านพลังงาน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak) เกิดขึ้นในตอนกลางคืน ซึ่งคาดว่าในอนาคตค่าพีกไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นถึง 55,000-56,000 เมกะวัตต์ในช่วงปลายแผน ส่วนเชื้อเพลิงอื่น ๆ อาทิ ถ่านหิน จะมีสัดส่วนประมาณ 10%
ขณะเดียวกันจะยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactors (SMR) ที่บรรจุไว้ในปลายแผน PDP 2024 ระหว่างปี 2577-2580 รวม 600 เมกะวัตต์ เพราะถือเป็นอีกกุญแจสำคัญที่จะมาเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
นอกจากนี้ยังกำหนดให้มีสัดส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ การรับซื้อไฟฟ้าพลังน้ำจากต่างประเทศ 10,000 เมกะวัตต์ รวมถึงโซลาร์ลอยน้ำ และโซลาร์บวกระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System หรือ BESS) เสมือนแก้มลิงเก็บไฟฟ้า
ค่าไฟไม่เกิน 4 บาท
ซึ่งในแผน PDP ได้วางแนวทางครอบคลุมทั้งตามหลักการสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน รวมถึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยคาดว่าจะลดคาร์บอนไดออกไซด์จาก 90 ให้เหลือ 60 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์
“ค่าไฟตามแผนใหม่ เราจะพยายามรักษาต้นทุนด้านพลังงานไฟฟ้าให้ใกล้เคียงกับแผนเดิมที่ 3.60 บาท และจะพยายามไม่ให้เกิน 4 บาท” นายวีรพัฒน์กล่าว
เกณฑ์ใหม่ LOLE ค่าไฟดับ
เป็นที่น่าสังเกตว่าแผน PDP 2024 จะมีการชี้ปรับใช้ “เกณฑ์โอกาสเกิดไฟฟ้าดับ” หรือ Loss of Load Expectation (LOLE) จากเดิมใช้เกณฑ์กำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง (Reserve Margin)
ซึ่ง LOLE นี้เกิดจากการคำนวณจากผลรวมของค่าความน่าจะเป็นที่จะเกิดไฟฟ้าดับในแต่ละชั่วโมงตลอด 1 ปี
โดยแผน PDP ฉบับนี้ตั้งเกณฑ์ไว้ว่า โอกาสเกิดไฟฟ้าดับจะต้องไม่เกิน 0.7 วันต่อปี หรือไม่เกิน 17 ชั่วโมง จาก 8,760 ชั่วโมง รวมทั้งยังกำหนดเป้าหมายของมาตรการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า (Demand Response) 1,000 เมกะวัตต์ และมาตรการลดความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด
เจาะ Gas Plan 2024
ขณะที่อีกหนึ่งในแผนสำคัญ คือ แผนก๊าช “Gas Plan 2024” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอกับความต้องการใช้ของประเทศ และบริหารจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานก๊าซธรรมชาติให้มีความมั่นคงและมีประสิทธิภาพ โดยได้ประมาณการความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในระยะยาวพบว่าภาพรวมความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติ ในปี 2580 เหลือ 4,747 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน จากปี 2567 ที่มีความต้องการ 4,859 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน
ซึ่งเป็นผลจากการลดการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าลดลง เนื่องจากแผน PDP 2024 ได้มีการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียนและไฮโดรเจน การใช้ในโรงแยกก๊าซธรรมชาติที่ลดลงตามปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และการใช้ในภาคขนส่ง ตามจำนวนรถ NGV ที่มีแนวโน้มลดลง
อย่างไรก็ตาม เรื่องแหล่งก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา (OCA) ยังไม่ได้ถูกนำมาคิดรวมใน Gas Plan 2024 เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการเจรจา ซึ่งคาดว่าอย่างเร็วที่สุดที่จะพัฒนาและขุดเจาะก๊าซธรรมชาติขึ้นมาใช้ได้ก็ประมาณ 10 ปี ซึ่งจะสิ้นสุดการใช้แผนฉบับนี้พอดี
นอกจากนี้จะนำการคำนวณค่าไฟแบบตอบสนองด้านโหลด (Demand Response) ซึ่งตอบสนองต่อราคาค่าไฟในช่วงเวลาต่าง ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลดความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟอีกด้วย
หลังจากนี้ยังคงต้องติดตามผลสรุปการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนต่อไป ว่าจะต้องมีการปรับ “เนื้อหา” ของแผนพลังงานแห่งชาติ อีกครั้งอย่างไรหรือไม่ เพื่อให้สามารถประกาศออกมาได้ภายในกันยายนนี้ตามเป้าหมาย
- ไฟฟ้านิวเคลียร์ ‘SMR’ มาแน่ 300 MW เตรียมเผยร่าง PDP2024 มิ.ย. 67
- “เอลนีโญ” ปะทะ “ลานีญา” ไทยรับมือ โลกเดือด ฝนหนักสุดขั้ว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : PDP โยง GAS 2024 เพิ่มไฟฟ้าหมุนเวียน-ยอดใช้ก๊าซลด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net