โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงเป็น “ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ” ประชวรด้วยโรคอะไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 04.30 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2567 เวลา 05.15 น.
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งผนวชเป็น ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ประชวรถึงขั้นพระพักตร์ซีกขวาหย่อน และทรงอนุญาตให้ “หมอบรัดเลย์” มิชชันนารีชาวอเมริกัน เข้าเฝ้าถวายการรักษาแบบการแพทย์ตะวันตก คราวนั้น ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ประชวรด้วยโรคอะไร?

หมอบรัดเลย์ ซึ่งเดินทางเข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ในสยามตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บันทึกความทรงจำเรื่องนี้ไว้ว่า ครั้งแรกที่ได้เข้าเฝ้า “เจ้าฟ้ามงกุฎ” เป็นเวลาหลังจากเดินทางถึงบางกอกราว 9 เดือน

คราวนั้น หมอบรัดเลย์ได้เข้าเฝ้าถวายการเยี่ยมในฐานะแพทย์ ตามที่ทรงรับสั่งให้หา ณ วัดที่ประทับอยู่ ซึ่งภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎทรงต้อนรับเป็นอย่างดี ทรงเชิญหมอบรัดเลย์และภรรยานั่งที่โต๊ะ แล้วเสด็จเข้ามาประทับ ณ ที่ประทับตรงกันข้ามทันที โดยไม่ทรงอิหลักอิเหลื่อแม้แต่น้อยที่มีมิสซิสบรัดเลย์อยู่ด้วย

หลังการเข้าเฝ้าครั้งนั้นไม่นานนัก เจ้าฟ้าจุฑามณี (ต่อมาคือ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว) พระอนุชาในภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ทรงมีพระบัญชาให้หมอบรัดเลย์เข้าเฝ้าพระเชษฐาของพระองค์ เพื่อถวายการเยี่ยมไข้ ณ วัด ที่ประทับ โดยมีเจ้าฟ้าจุฑามณีและแพทย์ประจำพระองค์ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎเข้าเฝ้าด้วย

ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ ประชวรด้วยโรคอะไร?

“ข้าพเจ้าตรวจพบว่า เจ้าฟ้าพระองค์นั้นทรงประชวรหนัก เดิมทรงประชวรพระโรคในพระกรรณข้างขวา ซึ่งทำให้เส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามพระมังสาต่างๆ ในพระพักตร์เป็นอัมพาต ดังนั้นพระพักตร์ซีกขวาจึงหย่อนมาก และพระโอษฐ์ถูกดึงลู่ไปทางซ้าย เวลาจะทรงรับสั่งต้องทรงจับพระโอษฐ์ด้านขวาพยุงไว้ พระเนตรขวามีเส้นพระโลหิตคั่งเต็มและเปลือกพระเนตรหย่อนเล็กน้อย กับมีตุ่มปูดโปนใต้พระกรรณข้างขวาอีกด้วย” หมอบรัดเลย์ บันทึก

มีผู้บอกหมอบรัดเลย์ว่า โรคนี้เรียกว่า “โรคลม” กล่าวกันว่าครั้งแรกจะเริ่มที่เท้า และค่อยๆ แล่นขึ้นมาถึงที่ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทรงได้รับการรักษาด้วยวิธีการที่ใช้กันเป็นปกติ และเสวยพระโอสถที่ให้ความร้อน

เรื่องนี้ทำให้หมอบรัดเลย์ต้องใช้เวลาอยู่นาน เพื่อทำให้ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎและบรรดาแพทย์เชื่อว่า ความคิดที่ว่า “ลม” เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยนั้นเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระอย่างที่สุด

หมอบรัดเลย์เล่าอีกว่า ตอนนั้น ทั้งภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎและเจ้าฟ้าจุฑามณี เข้าพระทัยในสาระสำคัญของการรักษาแบบตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว และทรงพยายามชักชวนให้แพทย์ชาวสยามเชื่อถือด้วย แต่ดูเหมือนแพทย์กลุ่มนี้จะยังไม่ค่อยยอมรับการรักษาตามแนวทางของหมอบรัดเลย์สักเท่าไหร่

แม้ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎจะทรงยอมให้หมอบรัดเลย์ถวายการรักษาพระองค์แต่เพียงผู้เดียว แต่ให้หลังเพียง 1 สัปดาห์ พระองค์ทรงมีพระอักษรถึงหมอบรัดเลย์ว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการให้พระองค์อยู่ในความดูแลใกล้ชิดของแพทย์หลวง ซึ่งสัญญาจะว่ารักษาให้ทรงหายได้ภายใน 10 วัน

ทั้งยังทรงเล่าอีกว่า ได้กราบบังคมทูลรัชกาลที่ 3 ว่า หมอบรัดเลย์ยินดีรับรักษาพระองค์ และได้ถวายพระโอสถ ซึ่งช่วยให้พระอาการประชวรหลายอย่างทุเลาจนทรงพระสำราญได้มากขึ้น และทรงกล่าวว่า ขอปฏิบัติตามพระบรมราชโองการก่อน หากแพทย์ชาวสยามไม่อาจรักษาให้หายได้ในเวลาที่กำหนด ก็อาจจะทรงตามตัวหมอบรัดเลย์ไปถวายการรักษาต่อไป

“ข้าพเจ้าทูลตอบไปว่า ข้าพเจ้าต้องยอมให้พระองค์อยู่ในความดูแลของแพทย์ของพระเจ้าอยู่หัวอย่างแน่นอน แต่ไม่อาจถวายสัญญาได้ว่าจะรับรักษาพระองค์อีกครั้งหนึ่ง เพราะเสี่ยงต่อชื่อเสียงความเป็นแพทย์ของข้าพเจ้าหากยอมรับรักษาต่อหลังจากที่การรักษาไว้แรกเริ่มเป็นอย่างดีต้องเสียหายไป

และทูลด้วยว่า พระองค์กำลังจะทรงพระสำราญเป็นปรกติ และการที่พระอาการดีขึ้นมากหลังจากวืธีการรักษาของข้าพเจ้าตามที่ทรงเห็นนั้น ก็ทำให้เชื่อได้ว่าอาจทรงพระสำราญดังเดิมโดยไม่ต้องถวายการเยียวยาเพิ่มขึ้นอีก

พระโรคที่ทรงประชวรคืออัมพาตซีกซ้ายของพระเศียร ทำให้พระโอษฐ์บิดเบี้ยวไปทางขวาอย่างมาก แม้ว่าต่อมาจะมีข่าวว่าทรงหายประชวรแล้วก็ตาม แต่ความผิดปรกติของพระโอษฐ์ยังคงเห็นได้ชัดอยู่ตลอดพระชนม์ชีพ”

การวินิจฉัยโรคของหมอบรัดเลย์ เป็นไปตามวิทยาการการแพทย์สมัยนั้น ส่วนมุมมองของหมอบรัดเลย์ก็เป็นหลักฐานให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาทัศนคติแบบชาวตะวันตกที่มีต่อ “โลกตะวันออก” ได้ดีอีกตัวอย่างหนึ่ง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

วิลเลียม แอล. บรัดเลย์. ศรีเทพ กุสุมา ณ อยุธยา และศรีลักษณ์ สง่าเมือง, แปล. สยามแต่ปางก่อน 35 ปีในบางกอกของหมอบรัดเลย์. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน, 2567

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 กรกฎาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งทรงเป็น “ภิกษุเจ้าฟ้ามงกุฎ” ประชวรด้วยโรคอะไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...