ทำความรู้จัก 'หลุมอากาศ' อันตรายที่มองไม่เห็น
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 02.43 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 02.43 น. • sureeporn.tจากเหตุการณ์เครื่องบินสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน SQ321 ลอนดอน-สิงคโปร์ ตกหลุมอากา และได้ส่งสัญญาณ squawk code 7700 ซึ่งเป็นสัญญาณแจ้งเหตุฉุกเฉินกับทางหอบังคับการสนามบินสุวรรณภูมิ เที่ยวบินคันเกิดเหตุมีผู้โดยสารจำนวน 211 คน และลูกเรือ 18 คน
● หลุมอากาศคืออะไร?
นายบดินทร์ ยืนชนม์ ครูวิชาภาคพื้นกองวิชาบริการการจราจรทางอากาศ สถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ให้ข้อมูลว่าท่านที่เคยเดินทางโดยเครื่องบินอาจเคยมีความรู้สึกว่าเครื่องบินที่บินอยู่มีอาการส่ายหรือสั่นคล้ายกับรถยนต์ตกหลุมหรือวิ่งอยู่บนถนนที่ขรุขระ หลายคนจึงเรียกว่า “หลุมอากาศ” แต่ที่จริงแล้วบนท้องฟ้าไม่ได้มีหลุมหรือถนนที่ขรุขระ อาการส่ายหรือสั่นของเครื่องบินเกิดจากกระแสอากาศในบริเวณที่เครื่องบินบินอยู่มีความแปรปรวน (Turbulence) ซึ่งโดยปกติแล้วกระเเสอากาศจะไหลผ่านปีกของเครื่องบินแบบราบเรียบ (Laminar flow) แต่เมื่อกระแสอากาศที่แปรปรวนไหลผ่านปีกของเครื่องบิน จะทำให้เครื่องบินเกิดอากาศส่ายหรือสั่น คล้ายกับการที่เรือแล่นผ่านบริเวณที่มีคลื่นหรือถูกคลื่นจากเรือลำอื่นมากระทบนั่นเอง
กระแสอากาศแปรปรวนเกิดได้จากหลายสาเหตุทั้งโดยธรรมชาติและการทำงานของเครื่องบิน เช่น
- กระแสอากาศในกลุ่มเมฆ Cumulonimbus ซึ่งเป็นเมฆที่ก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง โดยเมฆชนิดนี้จะมีการก่อตัวสูงขึ้นในทางตั้ง ภายในกลุ่มเมฆจะมีกระแสอากาศหมุนเวียนทั้งขึ้น (Updraft) และลง (Downdraft) ที่รุนแรง
- กระแสอากาศ Clear Air Turbulence (CAT) ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ เกิดจากการไหลสวนทางกันของกระแสอากาศที่ความเร็วสูง ซึ่งมักมีสาเหตุมาจากกระแสลมกรด (Jetstream)
- กระแสลมวนที่บริเวณปลายปีกเครื่องบิน (Wake Turbulence) จากเครื่องบินลำอื่น ซึ่งเกิดจากความแตกต่างกันของความดันอากาศใต้ปีกและเหนือปีกของเครื่องบิน
- กระแสอากาศแปรปรวน (Turbulent flow) ที่เกิดจากการทำงานของ Spoiler (Air brake) บริเวณปีกด้านบนของเครื่องบิน
● อันตรายแค่ไหน?
เมื่อเครื่องบินบินผ่านบริเวณที่มีกระแสอากาศแปรปรวนอาจทำให้เครื่องบินมีการเปลี่ยนแปลงความสูงอย่างกระทันหัน ซึ่งจะมีความรุนแรงมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกระแสอากาศที่แปรปรวน อาจทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือได้รับบาดเจ็บ หากขณะเกิดเหตุไม่ได้นั่งอยู่กับที่นั่งและคาดเข็มขัดรัดที่นั่ง (seat belt)
● วิธีการป้องกันและรับมือหากต้องเผชิญเหตุ
ผู้โดยสารควรคาดเข็มขัดรัดที่นั่ง (seat belt) ตลอดเวลาเมื่อนั่งอยู่กับที่ และปฏิบัติตามคำแนะนำของนักบินและลูกเรือตลอดเวลาที่อยู่บนเครื่องบิน หากระหว่างเกิดเหตุผู้โดยสารไม่ได้อยู่ที่ที่นั่ง ควรหาที่นั่งที่ใกล้ที่สุดและขาดเข็มขัดรัดที่นั่งแล้วปฏิบัติตามคำแนะนำของลูกเรือเพื่อความปลอดภัย
บดินทร์ ยืนชนม์ ครูวิชาภาคพื้น กองวิชาบริการการจราจรทางอากาศ สถาบันการบินพลเรือน
จากกรณีสายการบิน Singapore Airlines เที่ยวบินที่ SQ321
ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตรวมไปถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์จะมีการสอบสวนอย่างละเอียดโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป แต่จากการรายงานของสื่อมวลชนบางแห่ง อาจมีความคลาดเคลื่อน โดยมีการรายงานว่าเครื่องบินสูญเสียความสูงจากเดิมที่บินอยู่ที่ระดับความสูง 37,000 ฟุต ไปเป็น 31,000 ฟุต นั้น ผมคาดว่าน่าจะเป็นการลดระดับความสูงเพื่อหลบกระแสอากาศแปรปรวนและเตรียมการลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากข้อมูลจากเว็บไซต์ Flightradar24 ทำให้สามารถคาดการณ์ได้ว่าเครื่องบินบินอยู่ในกระแสอากาศแปรปรวนเป็นระยะเวลาประมาณ 1 นาที จากนั้นจึงกลับเข้าสู่สภาวะปกติ