โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าของหมาไซ โพสต์ขอโทษ หลังโดนทัวร์ลง พร้อมแซะกลับคนรักสัตว์ !?

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 05 มิ.ย. 2567 เวลา 12.34 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2567 เวลา 05.14 น. • Bright Today

เป็นข่าวถึงขอโทษ! สาวเจ้าของหมาไซ โพสต์ร่ายยาว หลังเอาน้ำร้อนราดน้องไซ แซะกลับสังคม ถ้าแค่ตี หมวยเล็ก คงไม่เป็นที่รักของสังคม?

หลังเป็นประเด็นและกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักผ่านโลกโซเชียลเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา จากกรณีหญิงสาวนำน้ำร้อนจัดราดบริเวณลำตัว ‘หมวยเล็ก’ สุนัขสายพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ เพศเมีย จนกลายเป็นแผลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเจ้าของหมวยเล็ก จนทำให้เหล่าบรรดาคนรักสัตว์รวมถึงชาวเน็ตถึงกับหัวร้อนกับการกรพทำดังกล่าว

ล่าสุดทางเจ้าของหมาได้ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษผ่าน Facebook ส่วนตัวแล้ว เกี่ยวกับการกระทำที่เกิดกว่าเหตุของตน พร้อมทั้งอธิบายร่ายยาวประมาณว่า “เป็น * จริงๆค่ะ ก่อนอื่นต้องขอโทษสังคมก่อนที่ได้รับภาพความรุนแรงที่เกิดขึ้น ความรู้สึกผิดหรือรู้สำนึกว่ามันไม่ดี มันเกิดขึ้นตั้งแต่อารมณ์ขาดสติหมดลงแล้วค่ะ”

เจ้าของหมาไซโพสต์ขอโทษ

“เหตุการณ์เดือนนึงแล้ว บิวไม่ได้มีไทม์แมชชีนย้อนกลับไปแก้ไขข้อผิดพลาดทางอารมณ์ที่มันเกิดขึ้น ณ จุดฟีลขาด บิวขอพูดในมุมของบิวในพื้นที่ของบิวที่จะเปิดเป็นสาธารณะเพราะวันนี้มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของสังคม ที่ได้รับภาพความรุนแรง”

“ก่อนหน้านี้ไม่ทราบมาก่อนค่ะ ว่าน้องหมาตั้งท้องหมวยเล็กเป็นเป็นหมาที่บิวเลี้ยงมาเองตั้งแต่มัน 45 วันกัดข้าวของและก่อการร้ายในบ้านเรื่อยๆตามประสา ถ้า * ตีเพราะพฤติกรรมแย่งขนม น้องคงไม่ได้เป็นที่รักของทุกคนใน โซเชียลจากการเผยแพร่ของ *”

“*อยากใช้พื้นที่ส่วนตัวอธิบายให้สังคมรับรู้ว่าทุกๆคน มีแรงกดดัน มีสภาพแวดล้อม มีวิธีจัดการกับอารมณ์เมื่อจนมุมต่างกัน และบิวผิดพลาดที่จัดการอารมณ์ไม่ดี”

“เรารับรู้และไม่เคยกดดูคลิปวิดิโอนั้น แม้แต่ 1 ครั้งเพราะใช่ มันรุนแรง เรารู้สึกผิดตั้งแต่วันที่มันเกิดเหตุแล้ว ว่ามันเกินกว่าเหตุ แต่เราไม่ได้มานั่งอธิบายแต่แรกเพราะ เราคิดว่ามันไม่มีใครเข้าใจ pressure environment ของแต่ละคนในเหตุการณ์นั้นๆ ทุกคนเห็นและตัดสินจากการกระทำเลย”

“เราแมนพอรับว่าเราตั้งใจทำ เราทำจริง และเรารับทุกคำด่าได้เป็นผลจากการกระทำของเราเองขอความอนุเคราะห์ด่าในพื้นที่ ที่วางขอบเขตไว้โดยไม่รบกวนต่อบุคคลที่ 3-4-5-6 หรือคนในครอบครัว ตลอดจนเพื่อนร่วมสถานะ friends ใน Facebook”

แจ้งความเจ้าของหมา-min

ซึ่งวันนี้ วันที่ 5 มิถุนายน 2567 เวลา 09.30 น เจ้าหน้าที่จาก มูลนิธิ sos animal Thailand ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัขคนที่นำน้ำร้องมาราดสุนัขจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์

เจ้าหน้าที่ มูลนิธิ sos animal Thailand เผยว่า วันนี้ได้เดินทางมาที่ สภ.บางพลี พร้อมนำพยานที่เกี่ยวข้องเห็นเหตุการณ์ มาแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัข ในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ซึ่งเจ้าของสุนัขจากคลิปที่เจ้าของสุนัขมีการทารุณกรรมสุนัข หลังจับได้ว่าสุนัขแอบกินขนมซึ่งสุนัขกำลังตั้งท้อง จากในคลิปเจ้าของใช้เชือกล่ามลากน้องเข้ามาในห้องน้ำ แล้วใช้น้ำร้อนราดเข้าไปที่ร่างกายของสุนัขหลายครั้ง อาการของสุนัขตอนนี้มีบาดแผลเหวะแหวะตามลำตัว ตอนแรกอาการสาหัสกว่านี้ แต่มีผู้ใจดียื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ น้องจึงอาการดีนขั้น ส่วนสุนัขเจ้าของเดิมยังดูแลอยู่ แต่หลังจากสุนัขคลอดลูกแล้ว เราก็จะช่วยหาบ้านให้น้องด้วย

ด้านเจ้าหน้าที่ มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ เผยว่า หลังจากทางเราได้ดูคลิปและทราบเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทำร้ายสุนัขไซบีเรียน ขณะนี้ทางเราได้ข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้หวังดี ส่งเข้ามาให้เยอะจนทำให้เป็นที่มาทราบว่าเจ้าของคือใคร คนทำคือใคร วันนี้เราจึงได้ดำเนินการเข้ามาแจ้งความและประสานกับทางท่านผู้กำกับ แจ้งความในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ ในส่วนวันนี้เราก็ได้มาเจอกับอีกทางมูลนิธิหนึ่งซึ่งเป็นของ มูลนิธิ sos animal thailand เราจึงมาร่วมกัน แจ้งความดำเนินคดีด้วยกัน ช่วยในเรื่องการประสานท่านผู้กำกับ ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ มูลนิธิ sos animal thailand ได้มีการพูดคุยกับเจ้าของสุนัขไซบีเรียนคนใหม่เพื่อติดตามอาการของน้อง

รูปจาก อีซ้อขยี้ข่าว3

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...