โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สมาชิกวงเรกเก้ดัง สูญ 8 ล้าน ไว้ใจเพื่อนสร้างบ้านให้ แอบลดสเปกวัสดุ-จ้างวิศวกรเก๊คุมงาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 มิ.ย. 2567 เวลา 03.01 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2567 เวลา 02.04 น.

สมาชิกวง “มาเจนต้า” และภรรยาเจ้าของแบรนด์สินค้าชื่อดัง ถูกผู้รับเหมาที่เป็นเพื่อนสนิทโกงสร้างบ้านและโรงจอดรถยนต์ หลังเชื่อใจให้มาสร้างบ้านให้ แต่กลับไม่ทำการก่อสร้างตามแบบแปลนที่เจ้าของบ้านยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย ไม่หนำซ้ำยังจ้างวิศวกรเก๊ทำทีมาตรวจงานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ก่อนที่ความจริงจะถูกเปิดเผย เจ้าของบ้านต้องสูญเงินกว่า 8 ล้านบาท โดยไม่สามารถก่อสร้างต่อเติมได้ เพราะโครงสร้างไม่ได้มาตรฐาน จ่อทุบทิ้งสร้างใหม่หวั่นถล่มทับ

เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อ “ขอนแก่นอย่าล้ำเส้น” ซึ่งเป็นเพจข่าวในจังหวัดขอนแก่น ได้โพสต์ภาพและข้อความเกี่ยวกับการที่สมาชิกวงดนตรีชื่อ “มาเจนต้า” ซึ่งเป็นวงดนตรีอิสระแนวเรกเกชื่อดังของไทย ที่มี นายวรชาติ ธรรมวิจินต์ หรือ “พล่ากุ้ง” พิธีกร นักร้อง และนักแสดงชาวไทย เป็นนักร้องนำของวง ได้ร้องเรียนมายังเพจ หลังถูกผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านโกง

โดยข้อความระบุว่า เพจ “ขอนแก่นอย่าล้ำเส้น” ได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณเบิร์ด สมาชิกวงดนตรี “มาเจนต้า” และ คุณเก๋ ภรรยา เจ้าของแบรนด์สินค้าชื่อดัง ว่าถูกผู้รับเหมาก่อสร้างบ้าน ที่มีฉายาในวงการว่า“ผู้รับเหมาไฮโซเมืองขอนแก่น” ฉ้อโกงเกี่ยวกับการสร้างโรงจอดรถยนต์ มูลค่า 2 ล้านบาท และ สร้างบ้าน มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท ปัจจุบันทั้งโรงจอดรถยนต์และบ้านไม่สามารถก่อสร้างต่อได้ เพราะไม่มีความมั่นคงแข็งแรง หวั่นอาคารพังถล่ม สูญเงินไปกว่า 7.9 ล้านบาท

โดยพฤติการณ์เบื้องต้น คือ ผู้รับเหมารายนี้ได้เข้ามารับสร้างโรงจอดรถยนต์และบ้าน 2 ชั้น ให้กับผู้เสียหาย ในพื้นที่อำเภอเมืองขอนแก่น แต่เมื่อเข้ามาดำเนินการกับไม่ได้ก่อสร้างตามแบบที่เจ้าของบ้านยื่นขออนุญาตตามกฎหมาย โดยพบว่า มีการลดขนาดและจำนวนวัสดุอุปกรณ์ของโครงสร้างหลัก โดยไม่แจ้งให้ผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของบ้านทราบ เช่น เหล็กเสาอาคารที่ต้องใส่ จำนวน 12 เส้น ก็ใส่ให้เพียง 6 เส้น ทำให้ทั้งโรงจอดรถยนต์และบ้านที่ก่อสร้างไม่ได้มาตรฐานและไม่มีความมั่นคงแข็งแรง เจ้าของบ้านพยายามติดต่อให้มาพูดคุย แต่ผู้รับเหมาบ่ายเบี่ยง โยนให้ผู้เสียหายคุยกับบุคคลที่อ้างว่า เป็นทนายความ ผู้เสียหายหวั่นประชาชนจะตกเป็นเหยื่อเพิ่ม จึงร้องเรียนและเตือนภัย เบื้องต้น เพจ “ขอนแก่นอย่าล้ำเส้น” รับเรื่องร้องเรียน และเตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง #ขอนแก่นอย่าล้ำเส้น #อย่าล้ำเส้น #khonkaenyalumsen”

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อข้อมูลไปยังเพจดังกล่าว ก่อนจะลงพื้นที่ไปพบผู้เสียหาย ที่บ้านพักผู้เสียหาย ในอ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยได้พบกับนายกิตติพงษ์ วัฒนราช อายุ 38 ปี หรือ“เบิร์ด มาเจนต้า” และ น.ส.อาทิติญา อันทระบุตร หรือ เก๋ อายุ 30 ปี ภรรยาและเจ้าของแบรนด์บ้านแก้วใส พร้อมด้วย นายพงษ์พัฒน์ เสนีย์ วิศวกร พาผู้สื่อข่าวสำรวจดูบ้านปูน 2 ชั้น ที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ มีเพียงการเทหล่อเสาบ้านและเทพื้นปูนชั้น 1 และชั้น 2 ไว้เท่านั้น ส่วนบริเวณพื้นที่โดยรอบมีเพิงพักคนงาน อุปกรณ์นั่งร้าน และอุปกรณ์ก่อสร้างของผู้รับเหมาวางทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้ามานานนับเดือน เมื่อเข้าไปดูสภาพโครงสร้างของบ้าน พบว่า บริเวณเสาบ้านหลายต้นมีรอยแตกร้าวที่หัวเสาที่เชื่อมต่อกับชั้น 2 บางต้นเริ่มเอียง ขณะเดียวกันที่บริเวณห้องโถงชั้น 1 ซึ่งตามแบบแปลนไม่มีเสาปูน แต่ผู้รับเหมากลับมีการทำเสาปูนขึ้นมา รวมกว่า 10 ต้น

ส่วนอีกหนึ่งสถานที่ก่อสร้างที่ผู้รับเหมารายนี้ก่อสร้างไม่ตรงตามแบบและยังไม่แล้วเสร็จ คือ โรงจอดรถยนต์แบบใช้ระบบไฮโดรลิคยกรถขึ้น หากแล้วเสร็จจะสามารถจอดรถยนต์ได้ 7 คัน งบประมาณก่อสร้างประมาณ 2 ล้านบาท ปัจจุบันยังไม่สามารถใช้งานได้ เนื่องจากผู้รับเหมาทำการแก้ไขแบบการก่อสร้าง และใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานตามที่เจ้าของกำหนดไว้ตามแบบแปลน

นายกิตติพงษ์ หรือ “เบิร์ด มาเจนต้า” และภรรยา เล่าว่า เมื่อปีที่แล้วตนเองและสามีได้ซื้อที่ดินและสร้างบ้านหลังนี้ โดยแรกเริ่มได้ทำการว่าจ้างผู้รับเหมารายหนึ่งเข้ามาก่อสร้างบ้านให้ แต่หลังจากที่ทำฐานรากของบ้านได้ส่วนหนึ่ง ผู้รับเหมารายนี้ก็ได้ทำการเบิกงานไปเกินกว่าจำนวนค่าใช้จ่าย ซึ่งตอนนั้นยอมรับว่า ตนเองไม่มีความรู้เกี่ยวกับการสร้างบ้านว่า จะต้องทำงานให้เสร็จก่อนแล้วค่อยจ่ายเงินให้ เมื่อผู้รับเหมารายนี้เบิกเงินไปแล้ว และได้นำเงินไปใช้ทำธุรกิจอย่างอื่น จึงไม่มีเงินมาเป็นทุนในการก่อสร้างบ้านให้กับตนเองต่อตามสัญญาจ้าง ท้ายที่สุดตนเองและสามีจึงยุติการว่าจ้างกับผู้รับเหมารายนั้นไป

จากนั้นจึงได้มองหาผู้รับเหมาคนใหม่ จนกระทั่งได้พบกับ นายเอ ผู้รับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่เรียนชั้นมัธยมฯ มาด้วยกันกับนายเบิร์ด สามีของตนเอง จึงเกิดความเชื่อใจกัน ซึ่งในวันที่นายเอ มาดูบ้านที่ผู้รับเหมาคนเดิมทำไว้ ก็ได้ทักท้วงจุดต่าง ๆ ของบ้านว่าทำไม่ถูกต้อง ตอนทำมีวิศวกรควบคุมงานหรือไม่ และพยายามแสดงให้เราเห็นว่า ตัวเองเป็นมืออาชีพ และยังแสดงความเห็นใจเราด้วยว่า เคยถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน จะขออาสามาทำบ้านให้แทน โดยก่อนที่นายเอ จะเข้ามาเริ่มการก่อสร้างก็ได้พาตนเองและสามีไปดูไซต์งานก่อสร้างในหลาย ๆ ที่ ในเฟซบุ๊กก็มีการโพสต์ภาพบ้านหลังใหญ่ๆ ที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งตนเองมาทราบภายหลังว่า ไซส์งานก่อสร้างที่พาเราไปดู ไม่ใช่ไซส์งานก่อสร้างที่นายเอ เป็นคนควบคุมดูแล

น.ส.อาทิติญา กล่าวต่อว่า หลังจากที่ตกลงว่าจ้างให้นายเอ มาก่อสร้างบ้านให้ ได้ทำการว่าจ้างให้นายเอ ทำโรงจอดรถยนต์ให้ก่อน พอทำไปได้สักระยะ นายเอ ก็เสนอว่า ให้ทำตัวบ้านไปพร้อม ๆ กันกับโรงจอดรถยนต์เลยหรือไม่ โดยให้เหตุผลว่า โครงเหล็กที่ผู้รับเหมาคนเก่าทำไว้ตอนนี้ขึ้นสนิมหมดแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้นานกว่านี้จะเกิดปัญหาเกี่ยวกับตัวบ้าน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจะต้องได้รื้อออกใหม่ทั้งหมด ด้วยความที่ตนเองไม่มีความรู้และเชื่อในคำพูดของนายเอ จึงได้ตกลงราคาและทำการก่อสร้างตามที่นายเอ เสนอ โดยก่อนที่จะเริ่มก่อสร้างบ้านเพิ่มเติม ตนเองได้เอาแบบแปลนบ้านที่ได้ขออนุญาตก่อสร้างจากเทศบาลตำบลเมืองเก่า มาให้นายเอ ดู แต่แล้วความผิดปกติก็เกิดขึ้น เริ่มจากโรงจอดรถยนต์ที่ตามแบบ จุดแรก คือ จะต้องไม่มีเสาปูนกั้นกลางระหว่างกระจก จุดที่สอง คือ ขอบสองข้างของโรงจอดรถยนต์ที่ตามแบบจะต้องติดตั้งแผ่นคอมโพสิต แต่กลับนำเอาแผ่นซีเมนต์บอร์ดมาติดแทน ซึ่งก่อนจะจ่ายเงินค่าก่อสร้างให้นายเอ ทั้งส่วนของบ้านและโรงจอดรถยนต์ เป็นเงินประมาณ 5.1 ล้านบาท ตนเองก็ได้ตรวจสอบดูแบบการก่อสร้างจึงทราบว่า การก่อสร้างโรงจอดรถ ไม่ถูกต้องตามสเปค ซึ่งตอนนั้นนายเอ อ้างว่า จะทำหารติดตั้งแผ่นคอมโพสิตในภายหลัง แต่หลังจากได้รับเงินแล้ว กลับอ้างเรื่องของความปลอดภัยและไม่ทำตามที่ตกลงไว้

ขณะที่ นายกิตติพงษ์ ผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังจากที่เห็นความผิดปกในการก่อสร้าง จึงได้ขอตรวจสอบเอกสารใบแสดงรายการวัสดุและค่าใช้จ่ายทั้งหมด โดยได้รับความช่วยเหลือจากวิศวกรที่ทำงานดนตรีอยู่กับตนเอง เมื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียด ก็ยิ่งพบว่า ผู้รับเหมารายนี้มีการแอบลดสเปคของวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้สร้างบ้าน โดยไม่แจ้งให้เราทราบ เช่น การสั่งซื้อคอนกรีตผสมเหล็กที่มีกำลังอัด 180 Cylinder มาเทพื้นและหล่อเสาบ้าน จากแบบที่ต้องเป็น 240 Cylinder ขณะที่เหล็กเส้นที่ใช้ในการทำเสา จากแบบที่ต้องใช้จำนวน 12 เส้น ก็ใส่ให้เพียง 6 เส้น แต่เวลาเบิกเงินค่าวัสดุกลับเบิกตามจำนวนตามแบบ ซึ่งทั้งหมดไม่ตรงตามหลักการความมั่นคงแข็งแรงของการก่อสร้าง ที่มีการคำนวณทาง

วิทยาศาสตร์มาแล้ว เมื่อตนเองและภรรยาพบรู้ความจริง ก็ได้ทำการตรวจสอบประวัติของวิศกรคุมงานที่นายเอ ผู้รับเหมา พามาควบคุมงาน จนกระทั่งทราบว่า เป็นวิศวกรเก๊ และ ไม่ได้มีใบประกอบวิชาชีพวิศวกรตามกฎหมาย ซึ่งท้ายที่สุดวิศวกรเก๊รายนี้ ก็ยอมรับว่าตนเอง ไม่ใช่วิศกร

ต่อมาตนเองและภรรยาก็พยายามโทรศัพท์ติดต่อให้พูดคุยแก้ไขให้ แต่ผู้รับเหมารายนี้กลับบ่ายเบี่ยง และให้บุคคลที่อ้างว่าเป็นทนายความเป็นคนพูดคุย แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ตนเองจึงรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้รับเหมารายนี้ พร้อมพวก โดยจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หลังจากที่ต้องสูญเงินไปเกือบ 8 ล้านบาท แต่สิ่งปลูกสร้างกลับไม่แล้วเสร็จและเสี่ยงที่จะถล่มลงมา ซึ่งตนเองและภรรยาคิดว่า จะต้องรื้อบ้านหลังนี้สร้างใหม่

เพราะหากฝืนทำต่อไปบ้านอาจจะพังถล่มลงมาในวันข้องหน้าก็เป็นได้ และขอฝากเตือนไปยังคนที่คิดจะสร้างบ้าน ขอให้ศึกษาประวัติของผู้รับเหมาให้ดี หากไม่มีความรู้เรื่องการสร้างบ้านก็ขอให้ปรึกษาบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ เพื่อที่จะไม่ตกเป็นเหยื่อ และสูญเงินหลายล้านบาทเหมือนตนเอง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาชิกวงเรกเก้ดัง สูญ 8 ล้าน ไว้ใจเพื่อนสร้างบ้านให้ แอบลดสเปกวัสดุ-จ้างวิศวกรเก๊คุมงาน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...