โตเกียวมารีนไลฟ์เดินหน้าโต ปี67ท้าทายเป้าFYPสู่1.5พันล.
#โตเกียวมารีน ประกันชีวิต #ทันหุ้น -โตเกียวมารีน ประกันชีวิต เผยปีนี้ธุรกิจยังท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งเศรษฐกิจ และกำลังซื้อขงประชาชน ขณะที่บริษทยังเดินหน้าเติบโต ผ่านช่องทางตัวแทนด้วยเป้าหมาย FYP สู่ 1,500 ล้านบาท ผ่านแบบประกันตัวท็อปทั้ง ยูนิตลิงค์ “TOKIO Beyond” และแผนประกันบำนาญ เผยวางมือประกันเด็กหลังเคลมเดือด 2 พันล.
ดร.สมโพชน์ เกียรติไกรวัล ประธานที่ปรึกษาสำนักกรรมการผู้จัดการและสายงานตัวแทน บริษัท โตเกียวมารีน ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองว่า ธุรกิจประกันชีวิตปี 2567 ยังคงเป็นอีกปีที่เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะจากปัจจัยภายนอกธุรกิจ ไม่ว่าจะเรื่องของเศรษฐกิจ กำลังซื้อของประชาชนที่ลดลง มีความระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้นจึงมีผลต่อการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิตในปีนี้
“เมื่อเทียบกับตัวเลขการเติบโตในอดีต โดยเฉพาะช่วงที่ธุรกิจระดมขายประกันสะสมทรัพย์เป็นหลักทำให้ตัวเลขเบี้ยในช่วงนั้นเติบสูงมาก และเมื่อเทียบกับปัจจุบันที่ภาคธุรกิจเน้นขายความคุ้มครองเป็นหลักซึ่งมีราคาเบี้ยที่ก้อนเล็กกว่าแบบสะสมทรัพย์จึงเหมือนตัวเลขการเติบโตของธุรกิจลดลงไปด้วย ซึ่งก็คาดว่าธุรกิจจะโตเฉลี่ย 3% อาจะมีบวกลบได้บ้าง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของบริษัทเราวางเป้าหมายปีนี้โตต่อ”
ทั้งนี้ สมาคมประกันชีวิตไทย ได้ประมาณการอัตราการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต ปี 2567 อยู่ที่ 2 – 4%
*เดินหน้าFYPโต1.5พันล.
ดร.สมโพชน์ กล่าวว่า โตเกียวมารีน ประกันชีวิต ยังคงเน้นสร้างการเติบโตผ่านช่องทางฝ่ายขาย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 7,000 คน และปีนี้จะเพิ่มจำนวนตัวแทนอีกประมาณ 2,500 คน เพื่อสนับสนุนการเติบโตของบริษัท ที่ปี 2567 วางเป้าหมายเบี้ยปีแรก (FYP) ไว้ 1,500 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2565 ที่เบี้ย FYPผ่าช่องทางตัวแทน อยู่ที่ 1,415 ล้านบาท
ขณะที่เป้าหมายในทุกช่องทางนั้น ในปี 2567 โตเกียวมารีน ประกันชีวิต คาดว่า เบี้ย FYP จะอยู่ที่ 1,813 ล้านบาท เบี้ย ต่ออายุ 8,700 ล้านบาท และเบี้ยรับรวมที่ 10,514 ล้านบาท
ประกันเด็กเคลมโหด
“จริงๆแล้วตัวเลขเบี้ย FYPเราในปีที่ผ่านมาลดลงไป เนื่องจากเราหยุดขายประกันบางแบบที่มีผลเคลมสูง ซึ่งเป็นประกันสำหรับเด็ก เฉพาตัวนี้เราจ่ายค่าสินไหมไปประมาณ2พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา แต่แน่นอนว่าเราจ่ายให้หมดไม่มีปัญหา การจ่ายเคลม แต่ผลของการเคลมที่สูงก็ทำให้เราต้องคำนึงถึงผลการดำเนินงานของเราด้วยเช่นกัน เพื่อให้เราสามารถดูแลลูกค้าทุกคนได้ตามสัญญาหรือเงื่อนไขกรมธรรม์”
ดร.สมโพชน์ กล่าวต่อไปว่า บริษัทมีการปรับเบี้ยให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น รวมถึงมีการทำความเข้าใจกับตัวแทนในเรื่องการขายประกันสำหรับเด็ก ซึ่งก็ต้องยอดรับว่าลดการขายแผนประกันสำหรับเด็กลงเพราะมีเคลมที่สูงมากบริษัทเองก็ต้องบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม ไม่ได้แปลว่าต้องเป็นแบบประกันที่ทำกำไรสูง แต่อย่างน้อยก็ต้องให้บริษัทอยู่ได้ด้วย
ดร.สมโพชน์ กล่าวว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งธุรกิจประกันภัย และธุรกิจโรงพยาบาลเข้ามาดูแลในเรื่องของค่ารักษาพยาบาลให้มีมาตรฐานเดียว ไม่ใช่พอเห็นว่าทำประกันก็ชาร์ตเต็มที่ ซึ่งในแง่ของบริษัทพอจ่ายเคลมสูงก็ต้องไปเก็บเบี้ยลูกค้าเพิ่มขึ้น และถ้าไม่ไหวท้ายสุดก็คงไม่มีบริษัทไหนที่จะกล้าขายอีก
*ชูยูนิตลิงค์-แผนบำนาญ
“อย่างไรก็ตาม ปี 2567 ถือว่าความตึงเครียดจากการขายประกันเด็กเริ่มผ่อนคลายลงหลังจากที่เราได้ลดพอร์ตงานส่วนนี้ออกไป โดยผลิตภัณฑ์ที่จะเน้นขายในปีนี้ยังคงเป็นยูนิตลิงค์ และประกันบำนาญ ซึ่งถือว่าเป็นจุดเด่นที่สร้างความแตกต่างให้กับเรา”
แบบประกันยูนิตลิงค์ ในชื่อ TOKIO Beyond จุดเด่นที่ตางจากตลาดคือ มีโอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่า เนื่องจากเม็ดเงินที่นำไปลงทุน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำที่สุด จากการไม่มีค่าดำเนินการประกันภัย ซึ่งเป็นการออกแบบและพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้ผู้ถือกรมธรรม์มีส่วนของเงินที่นำไปลงทุนมากขึ้น อย่างไรก็ตามเงื่อนไขของการไม่คิดค่าธรรมเนียมดังกล่าว ผู้เอาประกันจะต้องถือประกันดังกล่าวเป็นระยะเวลา 11 ปีด้วย ถ้ายกเลิกกรมธรรม์ก่อนก่อนจะไม่ได้รับสิทธินี้
นอกจากจุดเด่นที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประกันภัย (Premium Charge) แล้ว ยังให้ความคุ้มครองชีวิตจนอายุครบ 99 ปี สามารถเลือกรับวงเงินคุ้มครองชีวิตได้สูงถึง 200 เท่าของเบี้ยประกัน สามารถปรับลดเบี้ย รวมถึงสามารถหยุดพักชำระเบี้ยได้ (หลังชำระเบี้ยหลักในส่วนของความคุ้มครองครบ 2 ปี) ไม่มีค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนกองทุน (ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนด) สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท และแบบประกัน โตเกียว บียอนด์ เป็นแบบประกันที่ชำระเบี้ยเป็นรายงวด