โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ” เจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ผู้อยู่มาถึง 5 แผ่นดิน!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 พ.ค. 2567 เวลา 03.33 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. 2567 เวลา 02.51 น.
เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ในรัชกาลที่ 5

ชวนทุกคนมารู้จัก “เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ” หรือ “เจ้าจอมสดับ” เจ้าจอมใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ได้ชื่อว่าจงรักภักดีต่อรัชกาลที่ 5 มาก และอยู่มาถึง 5 แผ่นดิน!

“เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ”หรือนามเดิม คือ“หม่อมราชวงศ์สั้น”ท่านเกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2433 ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นธิดาของหม่อมเจ้าเพิ่ม ลดาวัลย์ (พระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี) และหม่อมช้อย กุลสตรีแห่งสกุลนครานนท์

ท่านใช้ชีวิต ณ วังกรมหมื่นภูมินทรภักดี ในกรุงเทพมหานคร เป็นระยะเวลาถึง 11 ปี ก่อนที่หม่อมเจ้าเพิ่มจะทรงลาออกจากราชการ และตัดสินใจย้ายครอบครัวไปที่ราชบุรี เนื่องจากทรงต้องการหลีกหนีคำครหาว่าใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์พ่อตา หลังจากหม่อมเจ้าเพิ่มเสกสมรสกับหม่อมห่วง ธิดานายอากร

ทว่าท้ายที่สุด“หม่อมราชวงศ์สั้น”ก็ไม่ได้ย้ายไปอยู่หัวเมืองตามครอบครัว เนื่องจากเจ้าจอมมารดาจีน หม่อมอีกท่านในกรมหมื่นภูมินทรภักดี ไม่อยากให้หลานไป และทูลพระวิมาดาเธอ (ขณะนั้นดำรงพระยศเป็นพระอัครชายาเธอ) พระองค์เจ้าสายสวลีภิรมย์ กรมขุนสุทธาสินีนาฏ ขอให้รับหลานสั้นเข้ามาอยู่ในวัง

จากนั้นพระวิมาดาเธอฯ จึงทรงขอต่อหม่อมเจ้าเพิ่ม ก่อนที่หม่อมเจ้าเพิ่มจะยอมถวายตัวธิดาของตนเองให้เข้าไปอยู่พระบรมมหาราชวังกับพระวิมาดาเธอฯ ตั้งแต่นั้นมา และสมเด็จหญิงพระองค์ใหญ่ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจันทราสรัทวาร วโรฬารลักษณสมบัติ รัตนกุมารี) พระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 กับพระอัครชายาเธอ พระองค์เจ้าเสาวภาคนารีรัตน์ (พระเชษฐภคินีในพระวิมาดาเธอฯ) ก็ได้ประทานนามใหม่ให้ว่า“สดับ”

หม่อมราชวงศ์สดับได้เรียนรู้อะไรต่างๆ มากมายภายในรั้ววัง ทั้งวิชาการ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ งานฝีมือ ทำอาหารคาวหวาน จนเป็นที่โปรดปรานของเจ้านายทุกพระองค์ เนื่องจากเป็นคนเรียนรู้เร็ว

นอกจากจะได้ความรู้ความสามารถด้านวิชาการและงานบ้านงานเรือนต่างๆ แล้ว ท่านยังมีน้ำเสียงอันไพเราะ จนทำให้ได้รับหน้าที่เป็นต้นเสียงในวงมโหรีอีกด้วย

ด้วยหน้าที่ต้นเสียงนี้ผสมกับเสียงอันไพเราะ ในที่สุด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้ทรงออกพระโอษฐ์ขอหม่อมราชวงศ์สดับต่อพระวิมาดาเธอฯ ทำให้พระวิมาดาเธอฯ ต้องไปทูลถามหม่อมเจ้าเพิ่ม ท่านพ่อของหม่อมราชวงศ์สดับ

เมื่อท่านไม่ทรงคัดค้านอะไร หม่อมราชวงศ์สดับก็ได้ถวายตัว กลายเป็น“เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ” โดยมีคุณท้าววรจันทร์ เจ้าจอมวาดในรัชกาลที่ 4 เป็นผู้นำถวาย ในปี 2448 และได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับราชการสนองเบื้องพระยุคลบาท เมื่อ พ.ศ. 2449

หลังจากเข้ามาเป็นหนึ่งในพระภรรยาในรัชกาลที่ 5 เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ ก็ได้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท เป็นที่ไว้วางพระทัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

จะเห็นว่าครั้งหนึ่ง รัชกาลที่ 5 เคยพระราชทานวัตถุชิ้นสำคัญแก่ท่าน นั่นคือ “กำไลทองรูปตาปู”ซึ่งพระองค์ทรงสวมกำไลให้เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับด้วยพระองค์เอง ในกำไลทองมีจารึกคำกลอนพระราชนิพนธ์สุดหวานซึ้งไว้ว่า…

“กำไลมาศชาตินพคุณแท้

ไม่ปรวนแปรเป็นอื่นย่อมยืนสี

เหมือนใจตรงคงคำร่ำพาที

จะร้ายดีขอให้เห็นเป็นเสี่ยงทาย

ตาปูทองสองดอกตอกสลัก

ตรึงความรักรับไว้อย่าให้หาย

แม้นรักร่วมสวมไว้ให้ติดกาย

เมื่อใดวายสวาสดิ์วอดจึงถอดเอย”

ไม่เพียงแค่นั้น ครั้งรัชกาลที่ 5 จะต้องเสด็จประพาสยุโรป ในปี 2450 ก็ทรงสอนภาษาอังกฤษพระราชทานแก่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับด้วยพระองค์เอง หวังให้ท่านได้ตามเสด็จฯ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้เป็นไปตามพระราชดำริ จนเจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับเป็นทุกข์อยู่นาน อย่างที่ท่านบันทึกไว้ว่า…

“ข้าพเจ้ารู้สึก ทุ้กข์ ทุกข์ เศร๊า เศร้า ตลอด ๒๔ ชั่วโมงไม่ได้กินไม่ได้นอน พอถึงเสด็จออกสรงมูรธาภิเศกที่ชลาห้องพระชั้น ๓ บนพระที่นั่งอัมพร ข้าพเจ้ากลั้นไม่ไหวเพราะอารมณ์เด็ก ปล่อยเสียโฮๆ…”

แม้จะไม่ได้ตามเสด็จฯ แต่รัชกาลที่ 5 ก็ทรงส่งลายพระราชหัตถเลขา รวมถึงพระราชทานของฝากจากทุกหนแห่งที่เสด็จไปถึงให้เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับอยู่เสมอ… กระทั่งพระองค์กลับมาก็ยังพระราชทานเครื่องเพชรมูลค่ามหาศาลให้อีกด้วย

ทำให้เรียกได้ว่า “เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ” เป็นหนึ่งในพระภรรยาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดปราน

ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ก็ต้องมีวันลาจาก เพราะเมื่อ พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้เสด็จสวรรคต ยังความโศกเศร้าให้กับเจ้านายในรั้ววังจนถึงประชาชนคนทั่วไปเป็นอย่างยิ่ง

เจ้าจอมก็เป็นหนึ่งในนั้น ท่านเศร้าเสียใจมาก ถึงขั้นบันทึกไว้ว่า “ใจคิดเสียสละได้ทุกอย่าง จะอวัยวะ หรือเลือดเนื้อ หรือชีวิต ถ้าเสด็จกลับคืนมาได้ ข้าพเจ้าคิดว่า เป็นใจที่คิดแน่วแน่ว่าตายแทนได้ ไม่ใช่พูดเพราะๆ…”และยังบันทึกไว้ว่า “ข้าพเจ้าไม่มีใจเหลือเศษที่จะรักผู้ชายใดอีกต่อจนตลอดชีวิต”

เมื่อเสียสวามีไป ท่านก็มุ่งหน้าเข้าหาทางธรรม เลี้ยงลูกหลานของวงศ์ตระกูลบ้าง เมื่อเกิดเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองก็ย้ายออกไปพำนัก ณ “สวนนอก” รวมทั้งไปพำนักยังต่างประเทศ แล้วก็กลับมาที่ไทย

สิ่งที่เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับยึดถือก็คือพระพุทธศาสนา และการได้ศึกษาปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างเคร่งครัด

กระทั่ง พ.ศ. 2526 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับก็ได้ถวายบังคมลาถึงอนิจกรรม สิริรวมอายุได้ 93 ปี และเรียกได้ว่าท่านเป็นเจ้าจอมที่อยู่มาถึง 5 แผ่นดิน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับในรัชกาลที่ 5. [ม.ป.ท.]:อมรินทร์การพิมพ์, 2526. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2567. https://digital.library.tu.ac.th/tu_dc/frontend/Info/item/dc:177690.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อเมื่อ 13 พฤษภาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์สดับ” เจ้าจอมในรัชกาลที่ 5 ผู้อยู่มาถึง 5 แผ่นดิน!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...