โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ” สถาปัตยกรรม “จัตุรมุขยอดปรางค์” หลังแรกใจกลางพระนคร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 ม.ค. เวลา 05.10 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 05.06 น.
ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร (ภาพจาก ศูนย์ข้อมูลมติชน)

ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ จัตุรมุขยอดปรางค์ แห่งแรกใจกลางพระนคร

ใครที่ไปเที่ยวชมสถานที่สำคัญในเกาะรัตนโกสินทร์ มักไม่พลาดการเข้าชมหรือไปสักการะ “ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ” ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 และซ่อมสร้างใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งในครั้งนี้เอง ที่ปรากฏศิลปะ-สถาปัตยกรรม “จัตุรมุขยอดปรางค์” หลังแรกใจกลางพระนคร

สวรรค์ ตั้งตรงสิทธิกุล เล่าในบทความ “หลักเมืองกรุงเทพฯ: สัญญะศูนย์กลางแห่งพระราชอาณาจักรบนแผ่นดินพระจอมเกล้าฯ” ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับมิถุนายน 2567 ไว้ตอนหนึ่งว่า

“จดหมายเหตุการปรับปรุงศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร พุทธศักราช ๒๓๒๕-๒๕๒๙” กล่าวถึงองค์ประกอบของศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ดังนี้

“…เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนแบบสถาปัตยกรรมไทย จตุรมุขยอดปรางค์ หลังคาปูนสีขาว หน้าจั่ว ปั้นลม ประดับช่อฟ้า หางหงส์ปูนสีขาว เฉพาะหลังคามุขทิศใต้ ซึ่งเป็นด้านหน้าของศาล หลังคาซ้อน ๒ ชั้น หลังคาชั้นบนเหมือนกับหลังคามุขทิศทั้งสาม ส่วนหลังคามุขซ้อนมุงกระเบื้องสี หน้าจั่วประดับช่อฟ้า รวยระกา หางหงส์ สันหลังคา หลบสันหลังคา และข้างกระเบื้องฉาบปูนสีขาว *เครื่องยอดหลังคาย่อมุมไม้ยี่สิบ ทำเป็นชั้นเชิงกลอนเรียงลดหลั่นกัน ๗ ชั้น แต่ละชั้นประดับบันแถลง กระจัง นาคปัก ปูนปั้นสีขาว ชั้นรัดตะคดมีลักษณะเป็นฝักข้าวโพด ส่วนยอดสุดปักนภศูล*

มุขทิศด้านเหนือ ด้านตะวันออกและด้านตะวันตก เป็นมุขสั้นติดกับตัวอาคาร มีหน้าต่างที่ผนังมุขด้านตะวันออกและด้านตะวันตก ด้านละ ๑ ช่อง ส่วนมุขทิศด้านใต้ต่อเป็นมุขยาวยื่นออกไป เป็นประตูทางเข้าออกของศาล ผนังสองข้างมุขทิศด้านใต้นี้มีหน้าต่างข้างละ ๑ ช่อง…”

เนื้อความนี้ทำให้เห็นว่า ทิศทางเข้าสู่ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ถูกกำหนดให้เป็น “ทิศใต้” ซึ่งเป็นทิศมงคล มีรูปแบบเป็นมุขยื่นในลักษณะฉนวนทางเดิน เพื่อเชื่อมออกสู่ภายนอกศาล

การกำหนดทางเข้าหลักของศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ จึงสัมพันธ์กับทิศทางสัญจรระหว่างเส้นทางการเข้าสู่ศาลหลักเมืองกับซุ้มประตูทางเข้าสู่พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ มีรูปแบบศิลปะ-สถาปัตยกรรมไทย โดยเป็นเรือนปราสาทแบบ “จัตุรมุขยอดปรางค์” มีการก่ออิฐปั้นปูนฉาบสีขาวตามแบบอย่างศาลพระกาฬ ที่พระนครศรีอยุธยา ทั้งยังได้รับแรงบันดาลใจจากรูปแบบของ “เทวาลัย” ที่แสดงถึงพระราชอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ มีพัฒนาการจากปราสาทในศิลปะเขมร มาสู่รูปแบบจัตุรมุขยอดปรางค์ในงานศิลปะไทย

ข้อน่าสังเกตอีกอย่าง คือจัตุรมุขยอดปรางค์ เป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมรูปแบบพระราชนิยมในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

นอกจากโปรดให้สร้างที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ ยังนำมาสร้างซุ้มประตูกำแพงพระบรมมหาราชวัง จากประตูชั้นเดียวมีซุ้มอย่างฝรั่ง ก็โปรดให้ทำเป็นประตู 5 ชั้น โดยแก้เป็นยอดปรางค์ทั้งสิ้น เช่น ประตูวิเศษไชยศรี ประตูเทวาพิทักษ์ ฯลฯ มีเค้าโครงของยอดประตูเป็นชั้นซ้อน ลดหลั่นตามความหมายของปราสาท คือ ซ้อนลดหลั่นแบบเสาตั้งคานทับ แต่ละชั้นมีงานประดับเชิงสัญลักษณ์ คือ บรรพแถลงเรียงราย และต่อส่วนบนด้วยยอดแท่งทรงปรางค์

จากการตรวจสอบปีที่สร้าง โดยใช้การเทียบเคียงช่วงเวลาของการสร้างซุ้มประตูดังกล่าว น่าจะมีการซ่อมสร้างในราว พ.ศ. 2402 อันเป็นปีเดียวกับการเฉลิมฉลองพระมหามณเฑียรพระที่นั่งอนันตสมาคม

“หลักฐานดังกล่าวจึงชี้ให้เห็นว่ารูปแบบของศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ อันมีรูปแบบ ‘จัตุรมุขยอดปรางค์’ น่าจะเป็นผลงานศิลปะ-สถาปัตยกรรมหลังแรกที่ปรากฏใจกลางพระนคร ด้วยที่ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ บูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ และมีงานฉลองสมโภชเป็นการใหญ่ในวันอาทิตย์ที่ ๑ พฤษภาคม ๒๓๙๖๓๙ ซึ่งเป็นปีที่ ๒ บนแผ่นดินพระจอมเกล้าฯ” สวรรค์ ระบุ

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 6 กรกฎาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ” สถาปัตยกรรม “จัตุรมุขยอดปรางค์” หลังแรกใจกลางพระนคร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...