โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พ่อเมืองลพบุรีจัดงบ 2 ล้าน คุมประชากรลิง-ฟื้นเมืองกู้เศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ก.ค. 2567 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2567 เวลา 01.31 น.
อำพล อังคภาภรณ์กุล

ผู้ว่าฯลพบุรีผนึกภาคเอกชน เร่งจัดระเบียบลิงคู่ขนานฟื้นฟูเมืองพลิกฟื้นเศรษฐกิจ หลังจัดงบฯ 1.89 ล้านบาท เร่งทำหมันลิง 6 อำเภอ 1,100 ตัว จาก 10,000 ตัวทั่วจังหวัด พร้อมวางแผนระยะยาวตั้งคณะกรรมการปรับโครงสร้าง ตั้งหน่วยงานใหม่ให้เทศบาลบริหารจัดการลิงโดยเฉพาะ

ลพบุรีทุ่มงบฯลุยทำหมันลิงยกจังหวัด

นายอำพล อังคภากรณ์กุล ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงการแก้ไขปัญหาลิงล้นเมืองว่า ภายหลังจากการจับลิงบริเวณโรงแรมเอเชีย ตึกชโยวานิช และตลาดมโนราห์ ราว 1,200 ตัว เข้าสู่สวนลิงโพธิ์เก้าต้นแล้วนั้น ล่าสุด จ.ลพบุรีได้รับการจัดสรรงบฯจากสำนักงบประมาณ จำนวน 1.89 ล้านบาท เพื่อทำหมันลิงรวม 1,100 ตัวทั่วจังหวัดที่กระจายตัวอยู่ใน 6 อำเภอ คือ อ.เมือง อ.พัฒนานิคม อ.หนองม่วง อ.ชัยบาดาล อ.ท่าวุ้ง และ อ.บ้านหมี่

โดยมอบหมายสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด เป็นผู้ดำเนินการเพื่อคงจำนวนประชากรลิงไม่ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีลิงทั้งจังหวัดไม่ต่ำกว่า 10,000 ตัว โดยทั้ง 6 อำเภอจะได้รับการจัดสรรงบประมาณตามความผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ซึ่งคาดว่าอำเภอชัยบาดาลและอำเภอบ้านหมี่น่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณมากที่สุด

เพราะมีลิงอาศัยอยู่อำเภอละไม่ต่ำกว่า 2,000 ตัว โดยเฉพาะบริเวณเขาสมโภชน์ เขตอำเภอชัยบาดาลที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มองว่าหากผ่านความเห็นชอบจากทุกภาคส่วนก็จะนำลิงจากสวนลิงโพธิ์เก้าต้นไปไว้ในพื้นที่ดังกล่าวในอนาคต

“ผมให้ไปดูที่ความหนักเบาแล้วก็เกลี่ยเงินลงไป แน่นอนว่าอำเภอชัยบาดาล และอำเภอบ้านหมี่น่าจะได้มาก ส่วนอำเภอเมืองเราทุ่มเททรัพยากรไปที่เขตเมืองเก่าเยอะแล้ว จึงแบ่งไปที่อำเภออื่นได้มากขึ้น เพื่อไม่ให้ลิงเพิ่มจำนวนจนเกินกว่าที่จะควบคุมได้

แต่สิ่งที่จะเกิดเป็นข้อกังวลตามมาคือการทำหมันลิงจำนวนมาก จะต้องใช้บุคลากรของกรมอุทยานฯจำนวนมาก และอาจจะไม่เพียงพอ ทำให้ผมมองไปจนถึงการตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบด้านนี้โดยเฉพาะ” นายอำพลกล่าว

เทศบาลลพบุรีดูแลลิงครบวงจร

นายอำพลกล่าวด้วยว่า ในแต่ละครั้งที่มีแผนดำเนินการเกี่ยวกับการทำหมันให้กับลิงลพบุรีจำนวนมาก มักจะมีปัญหาเรื่องบุคลากรไม่เพียงพอ จึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งหน่วยงานขึ้นในเทศบาลเมืองลพบุรี ในกรณีที่มีประชาชนแจ้งเข้ามาว่าลิงเข้ามาก่อกวนในบ้านพักที่อยู่อาศัย เทศบาลก็สามารถนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่จับลิงได้ทันที จากเดิมที่ต้องแจ้งไปยังส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ สาขาสระบุรี ก่อน

นอกจากนี้ก่อนที่ในระยะยาว กรมอุทยานฯจะนำลิงไปอาศัยยังพื้นที่เหมาะสม ยังมองถึงการหารายได้ของเทศบาลด้วยการพัฒนาสวนลิงโพธิ์เก้าต้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะการดูแลลิง ตามข้อมูลของกรมอุทยานฯระบุว่า เฉพาะค่าอาหารอยู่ที่ 20 บาทต่อตัวต่อวัน หากประเมินจากจำนวนลิง 1,200 ตัว ที่สวนลิงโพธิ์เก้าต้นในวันนี้

และตั้งเป้าหมายสุดท้ายภายในปี 2568 น่าจะมีลิงไม่ต่ำกว่า 2,500 ตัว ต้องจ่ายค่าอาหารประมาณ 50,000 บาทต่อวัน หรือ 1.5 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมากและอาจเป็นภาระด้านคลังของเทศบาล ดังนั้น หน่วยงานอย่างเทศบาลอาจจะต้องมองถึงการหารายได้จากแหล่งอื่นเพื่อดูแลลิงต่อไป

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาลิงต้องดำเนินการควบคู่กับการฟื้นฟูและปรับภูมิทัศน์เมือง จึงต้องมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชนและผู้เชี่ยวชาญด้านการวางผังเมือง รวมถึงทำประชาพิจารณ์คือการพูดคุยกันในเรื่องของจำนวนลิงที่ตกสำรวจไปพร้อม ๆ กันด้วย

“พูดถึงแค่เรื่องกินอย่างเดียว ยังไม่ได้รวมค่าบำรุงรักษา การซ่อมบำรุงกรง การจ้างคนทำงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเวชภัณฑ์ ยารักษาโรค วัคซีน เซรุ่มทั้งหลาย คำนวณแล้วไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทต่อปี จึงอยากจะให้กรมอุทยานฯมอบอำนาจมา เพราะเทศบาลเขาพร้อมจะช่วยด้วยการรับภาระของกรมอุทยานฯมาเลย เนื่องจากปัญหาลิงมีหลายพื้นที่ต้องดูแล เขาอาจจะดูแลทั้งหมดไม่ไหว ดังนั้นจึงต้องช่วย ๆ กันดูแล ทั้งนี้ก็เพื่อให้คนอยู่ได้ ลิงก็ปลอดภัย” นายอำพลกล่าว

กรมอุทยานฯไร้แผนระยะยาว

นายประสิทธิ์ ลิ้มธเนศกุล เจ้าของธุรกิจห้างทองเพียรทิพย์ โรงรับจำนำธเนศสิน และบริษัท พัชรธุรกิจ จำกัด บริการเงินด่วน จังหวัดลพบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากที่เริ่มมีการจับลิงออกจากพื้นที่ไปประมาณ 1,191 ตัวแล้ว ภาคธุรกิจมีความมั่นใจมากขึ้น

แต่ในขณะเดียวกันยังคงกังวลในส่วนของนโยบายในระยะยาวของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และส่วนราชการจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ซึ่งจริง ๆ แล้วภาคประชาชนและชุมชนในพื้นที่ต่างให้ความร่วมมือถ้ามีการชี้แจงแนวทางการช่วยเหลือที่ชัดเจน

เพราะยังคงมองไม่เห็นทิศทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลกับคนในพื้นที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร จำเป็นต้องมีแผนระยะสั้น-ระยะกลาง-ระยะยาว เช่น ถ้าลิงที่จับไปประมาณ 1,000 กว่าตัว เหลืออีกประมาณ 2,000 กว่าตัว จะต้องทำอย่างไรต่อหลังจากนี้เพราะกรงก็ไม่เพียงพอที่จะรองรับปริมาณลิง จะต้องมีการสร้างกรงหรือปรับปรุงเพิ่มเติมและจำเป็นต้องใช้งบฯเพิ่มจากส่วนไหน

ในส่วนของระยะสั้นจับลิงออกมาเพื่อทำหมัน ตรวจสุขภาพ ฉีดวัคซีนแล้ว หลังจากนี้ในส่วนของระยะกลางจะต้องทำการย้ายลิงไปไว้ที่ไหน และระยะยาวจะต้องทำอย่างไรต่อไป ขณะที่ปัญหาต่อไปคือการฟื้นฟูบริเวณเมืองเก่า ซึ่งในระยะแรกอาจจะมีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสะอาดและปลอดภัยมากขึ้น ส่วนในระยะที่สองจะเป็นการฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจ ชูแหล่งท่องเที่ยวเป็นหลัก และตามด้วยการค้าขายและการบริการต่าง ๆ

นักธุรกิจหวั่นลงทุนไม่คุ้มเสี่ยง

ด้านนางสาวภัณฑิรา สิทธินววิธ เจ้าของธุรกิจห้างทองยิ่งเจริญ ลพบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ย่านเมืองเก่าเห็นได้ชัดว่ามีร้านค้าปล่อยให้เช่าและปิดกิจการเป็นจำนวนมาก แต่ไม่มีผู้สนใจเช่าเพราะสู้ต้นทุนค่าเช่าไม่ไหว ส่วนนักธุรกิจก็ไม่กล้าลงทุน เนื่องจากถ้าลงทุนไปแล้วเกิดหยุดชะงักไม่มีคนเข้ามา ทุกอย่างก็เสียหาย แม้จะมีการจับลิงไปบ้างแล้ว

หลังจากนี้ควรจะต้องมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพราะยังมีลิงบางส่วนที่ซ่อนตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ เมื่อมีการหยุดจับ ลิงก็เริ่มกลับมา ขณะเดียวกันลิงที่ยังอยู่ หากไม่ได้มีการทำหมัน ถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็จะสร้างปัญหาเหมือนเดิม

“ที่บ้านต้องทำแผงเหล็กกั้นทั้ง 5 ชั้น ถึงดาดฟ้าป้องกันลิงเข้ามาในบ้านทำลายข้าวของเสียหาย ซึ่งเราจ่ายค่าติดตั้งเองทั้งหมด” นางสาวภัณฑิรากล่าว

ด้านนางสาวภริน แจ้งวงษ์ เจ้าของธุรกิจลพบุรีป๊อปซันต์สปอร์ต เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เสียดายมูลค่าทางเศรษฐกิจในตัวเมือง เพราะว่าบริเวณเมืองเก่าลพบุรีมีโบราณสถานหลายแห่ง ถ้าภาครัฐและเอกชนจับมือร่วมกันพัฒนาเมืองอย่างจริงจังก็สามารถผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนเมืองหลักได้ แต่ติดปัญหาคือ นักลงทุนหน้าใหม่ไม่กล้าเข้ามาเสี่ยงลงทุน

เพราะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าลงทุนแล้วจะไปต่อได้หรือไม่ จะได้กำไรหรือขาดทุน ยอมตัดสินใจไปลงทุนในพื้นที่อื่นที่มีจุดเด่นมากกว่าสร้างปัญหาแบบเดิม ขณะที่ร้านค้าเก่าในบริเวณนี้เมื่อก่อนขายดีมาก แต่ตอนนี้บางร้านก็ขายได้กำไร แต่ก็ลดน้อยลง ต้นทุน ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น

บางเจ้าไม่มีต้นทุนก็ต้องย้ายออกไปเช่าที่ใหม่ คนที่ยังอยู่ก็เป็นคนในพื้นที่เดิมที่รู้วิธีรับมือกับลิงอยู่แล้ว เลยเป็นปัญหาที่สะสมมานานและถูกละเลย ถ้าไม่มีการจัดการที่ดี ลิงก็จะกลับมาขยายพันธุ์เพิ่มขึ้น ปัญหาดังกล่าวจึงต้องได้รับความช่วยเหลือและความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วน

“แถวบ้านตอนนี้ยังไม่ค่อยมีลิง แต่ก็เริ่มมีเดินมาสำรวจพื้นที่ ถ้ามีคนให้อาหาร ลิงก็จะเริ่มไปรวมตัวกัน ทำให้เกิดการขยายตัวเป็นวงกว้าง ที่เป็นปัญหาคือคนนอกพื้นที่เข้ามาให้อาหาร ลิงก็เลยไปอยู่รวมกันในบริเวณที่มีอาหาร เกิดการขยายพันธุ์เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คนลพบุรีเดือดร้อนมากจริง ๆ เสียดายมูลค่าทางเศรษฐกิจบริเวณนี้มาก จากตึกที่เคยมีการค้าขายก็กลายเป็นตึกร้าง จริง ๆ มันสามารถสร้างเม็ดเงินได้มากกว่านี้ อยากให้ทำต่อไป ลพบุรีจะได้ไม่เกิดปัญหาซ้ำเดิม”

หอฯชี้รัฐเร่งผนึกเอกชนฟื้นเมือง

นายพงศธร ชัยชนะพานิช ประธานหอการค้าจังหวัดลพบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมาลิงถือเป็นอุปสรรคหนึ่งที่ทำให้ลพบุรีขาดการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ กระทบการค้าขายพ่อค้าแม่ค้ารวมถึงภาคธุรกิจ นักลงทุน ดังนั้น ทางจังหวัดลพบุรีจึงแก้ไขปัญหาลิงเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยแบ่งออกเป็น 2 เฟสใหญ่ๆ คือ เฟสแรก ย้ายลิงออกมาจากบริเวณตัวเมืองไปอยู่ที่สวนลิงโพธิ์เก้าต้น ซึ่งเป็นจุดที่เหมาะสมสำหรับการ จัดการดูแล ซึ่งปัญหาในส่วนนี้คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปี

เฟสสอง คือ การที่ภาครัฐ ภาคเอกชนรวมถึงภาคประชาชน จะต้องหันมาพูดคุยกันถึงเรื่องการพัฒนาเมืองและกำหนดทิศทางต่อไปในอนาคต หอการค้าเองมองว่า ในตัวตลาดเก่ามีโบราณสถานที่สำคัญน่าจะพัฒนาไปในเชิงการท่องเที่ยวและการค้าน่าจะเหมาะสม เมื่อทุกคนมีความคิดเห็นตรงกัน ตัวเมืองเก่าในจ. ลพบุรีก็สามารถพัฒนาและฟื้นฟูให้ดีขึ้นได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ่อเมืองลพบุรีจัดงบ 2 ล้าน คุมประชากรลิง-ฟื้นเมืองกู้เศรษฐกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...