โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ISUZU D-MAX Blade ออลนิวสายลุยท้าชน GR Sport เตรียมขายออสซี่

Car2day

อัพเดต 18 ก.ค. 2567 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2567 เวลา 07.00 น. • Car2Day

หลังมีข่าวมาตั้งแต่ปีกลายว่า ISUZU D-MAX Blade ปิกอัพเรือธงท้าชนคู่แข่งร่วมชาติทั้ง Toyota Hilux GR Sport หรือ Toyota Hilux REVO GR Sport

ISUZU

และแล้วก็เป็นเรื่องจริงเมื่อสื่อรถยนต์ออสเตรเลียยืนยันแล้วว่า ทาง ISUZU UTE Australia และ Walkinshaw Automotive พร้อมแล้วที่จะพัฒนาสปอร์ตออฟโรดสายดุ

โดยสำนักแต่งรถโมดิฟลายด์ชื่อดังอย่าง Walkinshaw Automotive เคยฝากผลงานเด็ดทั้ง HSV Colorado Sports Cat, Mitsubishi Triton Xtreme และ Volkswagen Amarok W-Series มาพัฒนาร่วมกันจับพื้นฐาน ISUZU D-MAX ใส่ความฮาร์ดคอร์เข้าไปเต็มสตรีมด้วยช่วงล่างหน้า-หลังอัปเกรดใหม่ไม่ว่าจะเป็นล้อและยางขนาดใหญ่ขึ้นเป็นยาง off-road พร้อมคิ้วขอบล้อขนาดใหญ่

ออปชันอื่นๆประดับรถทั้งสปอร์ตบาร์ที่กระบะท้ายแบบ Sailplane ไฟเบรกดวงที่ 3 ขนาดใหญ่แบบ HMSL แผ่นปิดใต้ท้องรถขนาดใหญ่ ตัวรถสูงขึ้นกว่าเดิม 26.5 มิลลิเมตร และ 29 มิลลิเมตรที่ด้านหลัง ซึ่งก่อนหน้านั้น ISUZU UTE ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับ IP Australia ตั้งแต่พฤษภาคมปีที่แล้วเข้าข่ายกลุ่มรถ Class 12 (all-terrain vehicles)

ISUZU

การร่วมมือพัฒนาครั้งนี้ทั้ง 2 บริษัท ยังไม่เผยสเปกข้อมูลอะไรมาก แน่นอนว่า ISUZU D-MAX Blade นำเป็นรุ่น X-Terrain หรือ V-Cross บ้านเราจับเปลี่ยนตัวตนแล้วขุมพลังยังคงเดิมด้วยดีเซลเทอร์โบแปรผันไฟฟ้า E-VGS Turbo มีกันถึงสองทางเลือกเริ่มที่รุ่น 4JJ3-TCX ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูง 450 นิวตันเมตรที่ 1,600-2,600 รอบต่อนาทีพร้อมเทคโนโลยีตัวกรองเขม่าไอเสียในเครื่องยนต์ดีเซล DPD (Diesel Particulate Diffuser) ลดเขม่าและฝุ่นขนาดเล็กจากการเผาไหม้

ISUZU

จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม RevTronic และ แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift ขับเคลื่อนสี่ล้อ Part-Time Terrain Command พร้อม Diff-Lock ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ใหม่ Rough Terrain Mode ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ เบรกให้เหมาะสมเพื่อให้สามารถผ่านอุปสรรคไปได้ ทำงานได้ทั้ง 2H, 4H และ 4L พร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าและความปลอดภัย ADAS ด้านการเปิดตัวอาจเผยช่วงปลายปีนี้หรือกลางปี 2025 ส่วนเมืองไทยจะมีรถกลุ่มนี้มาด้วยหรือไม่โปรดติดตาม

ที่มา Carsales

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...