โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

OMEGA ยืนหนึ่งผู้บันทึกเวลาประวัติศาสตร์โอลิมปิก ยาวนานร่วมศตวรรษ

Sarakadee Lite

อัพเดต 25 ก.ค. 2567 เวลา 05.35 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2567 เวลา 05.21 น. • เกษศิรินทร์ ผลธรรมปาลิต

ถ้าให้นึกถึงจุดเด่นของมหกรรมกีฬาโอลิมปิกสัก 3 อย่าง รับรองว่าคำตอบต้องมี OMEGA ด้วยแน่นอน เพราะนี่เป็นบริษัทผลิตนาฬิกาสวิสเพียงรายเดียวที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้บอกเวลาอย่างเป็นทางการตั้งแต่โอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิส ค.ศ. 1932 จนมาถึงทุกวันนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงมีประสบการณ์ด้านการบอกเวลาแข่งขันและนวัตกรรมจับเวลาที่น่าทึ่งชนิดเฉือนกันเพียงเสี้ยววินาทีก็สามารถระบุได้ว่า ใครคือผู้ชนะตัวจริง ถึงตรงนี้หลายคนชักอยากรู้แล้วว่า OMEGA คิดค้นสุดยอดนวัตกรรมบอกเวลาตลอด 92 ปีอะไรออกมาบ้าง Sarakadee Lite พาไปเปิดไทม์ไลน์เทคโนโลยีบันทึกเวลาที่ถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กับมหกรรมกีฬาระดับโลกโอลิมปิก

OMEGA

ลอสแอนเจลิส 1932 : จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์การบันทึกเวลาในโอลิมปิก

ว่ากันว่ามหกรรมโอลิมปิกก่อน ค.ศ. 1932 กรรมการจะใช้นาฬิกาจับเวลาแบบพกพาของตนเอง โดยมีที่มาจากหลากหลายบริษัท ซึ่งนี่หมายความว่าระดับความเที่ยงตรงของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน ซ้ำร้ายนาฬิกาเหล่านั้นยังประมวลผลได้ละเอียดเพียง 1/5 ของวินาทีเท่านั้น นี่จึงเป็นเหตุผลให้คณะกรรมการโอลิมปิกเชื้อเชิญผู้ผลิตนาฬิกาสวิสอย่าง OMEGA ซึ่งได้รับรางวัลด้านเที่ยงตรงแม่นยำมากมายมาเป็นผู้บอกเวลาการแข่งขันอย่างเป็นทางการ

นาฬิกาจับเวลาแบบพกพาที่ใช้ในการแข่งขัน

หลังจากทางแบรนด์ตกปากรับคำแล้ว ในการแข่งขันโอลิมปิกลอสแอนเจลิส 1932 แบรนด์ส่งช่างนาฬิกาออกเดินทางจากเมืองเบียนน์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไปยังเมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา พร้อมกับนาฬิกาจับเวลาแบบพกพา 30 เรือนสำหรับกรรมการ โดยนาฬิกาแต่ละเรือนได้รับการรับรองระดับโครโนมิเตอร์โดยหอดูดาวที่เมืองเนอชาแตล และมีระดับความเที่ยงตรงใกล้เคียงถึง 1/10 ของวินาที ยิ่งไปกว่านั้นนาฬิกายังมาพร้อมฟังก์ชันสปลิท-เซคกันด์ที่ทำให้สามารถจับเวลาแยกกันได้

OMEGA

ลอนดอน 1948 : การมาถึงของกล้องจับภาพสุดไฮเทค

นอกเหนือจากนาฬิกาจับเวลาอันแม่นยำแล้ว ในโอลิมปิกครั้งนี้ทางแบรนด์ยังเปิดตัวกล้องสลิตโฟโตฟินิชรุ่นแรกของโลกชื่อว่า Racend Timer ซึ่งภายหลังถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “OMEGA Racend Timer” พัฒนาโดยบริษัทอังกฤษชื่อ Race Finish Recording Company ลักษณะเป็นกล้องถ่ายภาพนิ่งมาตรฐานขนาด 35 มม. ที่ติดตั้งอยู่บนกล่อง ทำงานด้วยการปิดเลนส์กล้องไว้และเปิดแสดงแค่เสี้ยววินาทีเดียว ส่วนฟิล์มจะเลื่อนผ่านเลนส์ในอัตราที่เกือบเท่าการเคลื่อนไหวของนักกีฬาดังนั้นจึงสามารถบันทึกภาพด้วยอัตราที่เท่ากัน ทำให้ได้ภาพช็อตต่อช็อตเรียงไปเรื่อยๆ เมื่อนำภาพมาประกอบเข้าด้วยกันจะได้ภาพนักกีฬากำลังเข้าเส้นชัยแบบเรียงลำดับอย่างชัดเจน ไม่เพียงเท่านั้นทางแบรนด์ยังพัฒนานาฬิกาจับเวลาโครโนกราฟที่เชื่อมโยงกับปืนส่งสัญญาณเพื่อให้การออกตัวของนักกรีฑากับการจับเวลามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น

OMEGA

เฮลซิงกิ 1952 :การปฏิวัตินวัตกรรมการจับเวลาไปอีกขั้น

OMEGA ได้รับเลือกให้เป็นผู้บอกเวลาอีกครั้งและกลับมาพร้อมกับอุปกรณ์มากมาย จากนาฬิกาจับเวลาแบบพกพาไม่กี่เรือนกลายเป็นอุปกรณ์อันทันสมัยมากถึง 2 ตัน หนึ่งในนั้นคือ “OMEGA Time Recorder” รุ่นใหม่ที่ต่อยอดจากรุ่นแรกตรงที่ขับเคลื่อนการทำงานด้วยระบบควอตซ์พร้อมเครื่องพิมพ์ความเร็วสูงซึ่งช่วยให้สามารถจับเวลาเหตุการณ์ต่างๆ และพิมพ์ผลลัพธ์ได้ละเอียดใกล้เคียงถึง 1/100 วินาทีในทันที การเปลี่ยนมาใช้ระบบควอตซ์ยังทำให้เครื่องมีน้ำหนักเบาลง เคลื่อนย้ายได้ง่าย และทำงานเป็นเอกเทศจากระบบไฟฟ้าทั้งปวง นับเป็นการปฏิวัติวงการครั้งสำคัญสำหรับการบอกเวลาแบบอิเล็กทรอนิกส์

OMEGA

เมลเบิร์น 1956 : ก้าวกระโดดของการจับเวลากีฬาว่ายน้ำ

ว่ายน้ำเป็นหนึ่งในกีฬาที่ท้าทายผู้บอกเวลาเป็นอย่างมาก เพราะการเข้าเส้นชัยมักจะสูสีกันมากเกินไป และไม่สามารถรับประกันความแม่นยำได้ ด้วยปัญหานี้ทางทีมพัฒนาของแบรนด์จึงคิดค้นและพัฒนาเครื่องบอกเวลา Swim-Eight-O-Matic แบบกึ่งอัตโนมัติรุ่นแรกของโลก โดยเครื่องจะมีระบบนับแบบกลกึ่งไฟฟ้า 8 ตัว ตัวนับหนึ่งตัวสำหรับหนึ่งเลน และมีหน้าจอดิจิทัลแสดงผลแยก เวลาจะเริ่มโดยอัตโนมัติโดยเสียงปืนพก ในขณะที่การจับเวลาจะถูกหยุดด้วยกรรมการเวลาที่เส้นชัยซึ่งมีอุปกรณ์จับเวลาไฟฟ้าแบบมือถือ ส่วนอันดับของนักว่ายน้ำแต่ละคนจะปรากฏที่หน้าต่างบนแถวล่าง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้กรรมการแยกแยะนักว่ายน้ำที่ดูเหมือนเข้าเส้นชัยในเวลาเดียวกันได้สำหรับผลการแข่งที่ดูมีความสูสี

OMEGA

โรม 1960 : อุปกรณ์ใหม่สุดล้ำ

หลังจากกรรมการใช้กล้อง “OMEGA Racend Timer” ไปสักพัก พวกเขาพบปัญหาว่า กล้องมีน้ำหนักมากและควบคุมได้ยาก นอกจากนี้ยังต้องติดตั้งในห้องมืดเพื่อให้สามารถสร้างภาพลงบนแผ่นฟิล์มได้ ว่าแล้วแบรนด์จึงคิดค้นอุปกรณ์ใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า “OMEGA Integrated Photofinish Camera” โดยผสานรวมนาฬิกาจับเวลาเข้ากับกล้องจนได้อุปกรณ์ที่มีความคล่องตัวและมีขนาดเล็ก การขนส่งและใช้งานก็ทำได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำให้ระบบโดยรวมมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้กล้องยังติดตั้งด้วยแท็งก์ล้างฟิล์มเพื่อให้ได้ภาพเนกาทิฟอย่างรวดเร็วใน 90 วินาที เริ่มใช้ครั้งแรกกีฬาแข่งพายเรือในโอลิมปิกที่โรมนั่นเอง

เม็กซิโกซิตี 1968 : จับเวลากีฬาว่ายน้ำที่แม่นยำกว่าเดิม

ผลพวงจากนักกีฬาว่ายน้ำประท้วงการตัดสินของกรรมการจนกลายเป็นที่ถกเถียงในวงกว้าง ทางแบรนด์จึงคิดค้นอุปกรณ์จับเวลาสำหรับกีฬาว่ายน้ำขึ้นมาที่เรียกว่า “Touch Pad” มีลักษณะเป็นแผ่นสีเหลืองสดสูง 90 เซนติเมตร กว้าง 240 เซนติเมตร และติดตั้งอยู่ในน้ำสองในสามส่วน อุปกรณ์นี้สามารถตอบสนองต่อการสัมผัสแม้เพียงเล็กน้อยเพื่อที่ว่าเมื่อนักกีฬาถึงเส้นชัย พวกเขาสามารถหยุดเวลาได้ด้วยมือของตนเอง นี่จึงถือเป็นการปิดฉากข้อโต้แย้งถึงความแม่นยำของผลลัพธ์จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อเครื่องขยายเสียงกับปืนส่งสัญญาณออกตัวและถูกติดตั้งไว้ด้านหลังทุกแท่นกระโดดเพื่อให้นักว่ายน้ำทุกคนได้ยินสัญญาณในเวลาเดียวกัน ที่สำคัญยังเปิดตัวอุปกรณ์จับเวลาSwim-O-Matic ที่พัฒนามาจาก Swim Eight-O-Matic แต่ความแม่นยำใกล้เคียงถึงระดับ 1/1000 ของวินาทีอีกด้วย

ลอสแอนเจลิส 1984 : นวัตกรรมเพื่อความเท่าเทียม

โอลิมปิกที่ลอสแอนเจลิสมีการเปิดตัวระบบตรวจจับการออกตัวสำหรับกีฬากรีฑาที่ตอบสนองได้รวดเร็วว่องไว ด้วยการติดตั้งเซนเซอร์ด้านในบล็อกออกตัวซึ่งจะประมวลผลแรงที่นักกีฬากดลงบนที่พักเท้าถึง 4,000 ครั้งต่อวินาที ระบบจะส่งสัญญาณการออกตัวที่ผิดกติกาหากอุปกรณ์ตรวจพบว่าเวลาปฏิกิริยาต่ำกว่า 100 มิลลิวินาทีหลังสัญญาณออกตัวดังให้กรรมการทันที นอกจากนี้ยังติดตั้งเครื่องขยายเสียงไว้ด้านหลังทุกบล็อกออกตัวเพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันได้ยินสัญญาณออกตัวในเวลาเดียวกัน ทั้งหมดนี้ทำให้มั่นใจได้ว่า นักกีฬาจะได้แข่งขันอย่างเท่าเทียม ระบบตรวจจับการออกตัวที่ผิดกติกาที่คล้ายกันนี้ยังถูกติดตั้งให้กับการแข่งว่ายน้ำ และความแม่นยำของมันสามารถตัดสิทธิ์ทีมว่ายน้ำได้อย่างยุติธรรม

รีโอ 2016 : ก้าวสู่ขีดความสามารถใหม่

ถือเป็นอีกปีที่นวัตกรรมด้านการจับเวลาพัฒนาไปอีกขั้น กับการเปิดตัวกล้องโฟโตฟินิชรุ่นใหม่ “OMEGA Scan ‘O’ Vision MYRIA” สามารถบันทึกภาพดิจิทัลได้สูงสุดถึง 10,000 ภาพต่อวินาทีระหว่างที่นักกีฬาแต่ละคนเข้าเส้นชัย ผู้ตัดสินจึงสามารถตัดสินได้ว่าใครเป็นผู้ชนะของการแข่งขันได้อย่างเป็นทางการ ความไวต่อแสงที่ผ่านการปรับปรุงยังทำให้ภาพมีคุณภาพสูงกว่าอุปกรณ์รุ่นก่อนๆ นอกจากนั้นยังติดตั้งเทคโนโลยีโฟโตเซลล์เจเนอเรชันใหม่จาก 2 ตัวเป็น 4 ตัวในเครื่องเดียว จึงตรวจจับรูปแบบของร่างกายได้มากขึ้นในขณะที่นักกีฬาเข้าเส้นชัย การประมวลเวลาเข้าเส้นชัยจึงทำได้อย่างแม่นยำโดยแท้จริง

โตเกียว 2020 : ยกระดับความแม่นยำไปอีกขั้น

แม้ว่าการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งนี้จะเผชิญการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ ทางทีมพัฒนายังคงมุ่งมั่นพัฒนาระบบจับเวลาใหม่ๆ ออกมา หนึ่งในนั้นคือติดตั้งเซนเซอร์ทั้งหมวก เกราะ กระทั่งถุงมือกับถุงเท้าของนักกีฬาเทควันโด เพื่อรวบรวมข้อมูลแรงกด แรงปะทะ และติดตามฟุตเวิร์กอย่างแม่นยำ แล้วข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งไปยังโต๊ะอุปกรณ์ของทีมOMEGAเพื่อให้กรรมการใช้ประกอบการตัดสินใจและแสดงผลผ่านสกอร์บอร์ดอีกที

ส่วนกีฬาบาสเกตบอล 3×3 เป็นอีกการแข่งขันที่สนุกและทำแต้มไวมากๆ ทางแบรนด์จึงคิดค้นแป้นที่ติดตั้งด้วย shot clock เพื่อนับถอยหลังห้วงเวลา 12 วินาทีสำคัญที่นักกีฬาจะต้องทำแต้มให้ได้หรือเสียการครองบอลให้กับฝ่ายตรงข้าม รวมถึงสกอร์บอร์ดในสนามและสกอร์บอร์ดกลางสำหรับผู้ชมซึ่งแขวนอยู่เหนือสนาม ทั้งหมดควบคุมโดยทีมงานของทางOMEGAซึ่งมีความเชี่ยวชาญในการควบคุมเครื่องมือและแสดงผลได้ถูกต้องแม่นยำ

ปารีส 2024 : จัดเต็มอุปกรณ์สุดล้ำ

ส่วนโอลิมปิก Paris 2024 ที่จะมาถึง ไม่เพียงแต่ทางแบรนด์จะขนอุปกรณ์จับเวลาสุดทันสมัยแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นปืนสัญญาณออกตัวอิเล็กทรอนิกส์, บล็อกออกตัวของกีฬากรีฑา, เทคโนโลยีโฟโตเซลล์, ทัชแพด, สกอร์บอร์ดความละเอียดสูง, เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและระบบระบุตำแหน่ง และนวัตกรรมอื่นๆ มากมายแล้ว พวกเขายังเปิดตัวกล้องโฟโตฟินิชรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อว่า “Scan ‘O’ Vision Ultimate” พร้อมความสามารถจับภาพดิจิทัลได้มากถึง 40,000 ภาพต่อวินาที ณ เส้นชัย หรือ 4 เท่าจากรุ่นก่อนหน้า กล้องตัวนี้จะทำให้กรรมการเห็นลำดับการเข้าเส้นชัยชัดเจน ตัดสินใจได้รวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกีฬากรีฑาและจักรยานประเภทลู่ที่ผลการแข่งขันมักจะสูสีกันเสมอ

นอกจากนี้พวกเขายังใช้ “เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์วิชัน” ซึ่งเป็นการประยุกต์การทำงานของกล้องหนึ่งตัวหรือมากกว่าโดยกล้องแต่ละตัวจะคอยป้อนข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์ เช่น การเคลื่อนไหวของนักกีฬา อุปกรณ์ สนามแข่ง รวมถึงการทำคะแนนให้กับปัญญาประดิษฐ์ที่ผ่านการฝึกมาสำหรับแต่ละชนิดกีฬาโดยเฉพาะ ดังนั้นนักกีฬาไม่จำเป็นต้องติดเซนเซอร์ในชุดนักกีฬาอีกต่อไป ส่วนกรรมการก็จะได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินที่ถูกต้องแม่นยำ เทคโนโลยีนี้จะถูกใช้ในกีฬาวอลเลย์บอลชายหาด กระโดดน้ำ เทนนิส กระโดดค้ำถ่อ และยิมนาสติก ทิ้งท้ายด้วยเปิดตัวเทคโนโลยีด้านกราฟิกรุ่นใหม่อย่าง Vionardo ที่จะแสดงกราฟิกความละเอียดสูงในระดับ 4K UHD อันคมชัดและสะกดสายตาแบบเรียลไทม์ ขณะเดียวกันยังสามารถนำเสนอเนื้อหากราฟิกสำหรับโทรทัศน์ในภาษาต่างๆ ตามความต้องการได้อีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเส้นทางแห่งนวัตกรรมของ OMEGA ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาการบอกเวลาอันแม่นยำตลอด 92 ปีที่ผ่านมา แล้วเชื่อได้เลยว่าโอลิมปิกฤดูหนาว Milano Cortina 2026 และโอลิมปิกฤดูร้อน Los Angeles 2028 จะมีเทคโนโลยีบอกเวลาที่ทันสมัยยิ่งกว่าเดิมอย่างแน่นอน

Fact File

ติดตามนวัตกรรมเรือนเวลาและคอลเล็คชันพิเศษสำหรับโอลิมปิก www.omegawatches.com/suggestions/omega-olympic-watches

The post OMEGA ยืนหนึ่งผู้บันทึกเวลาประวัติศาสตร์โอลิมปิก ยาวนานร่วมศตวรรษ appeared first on SARAKADEE LITE.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...