โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Network Virtualization คืออะไร ? มาทำความรู้จัก "การจำลองเครือข่าย" กัน !

Thaiware

อัพเดต 09 ก.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2567 เวลา 02.00 น. • Cocothedog
Network Virtualization คืออะไร ? มาดูความหมายของการจำลองเครือข่าย, ความสำคัญ, หลักการทำงาน และประเภทของมันกัน พร้อมความปลอดภัย ความท้าทาย และการนำไปใช้

Network Virtualization คืออะไร ?

ในยุคดิจิทัลปัจจุบันข้อมูลที่มีความซับซ้อนจำนวนมหาศาลผุดขึ้นทุกวัน ๆ การวิเคราะห์ และทำความเข้าใจข้อมูลเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง การจำลองเครือข่าย (Network Visualization) จึงเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ทรงพลัง ซึ่งถูกนำมาใช้ในการแสดงข้อมูลที่เชื่อมโยงกันในรูปแบบกราฟิก ช่วยให้เราสามารถมองเห็น และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เครือข่ายสังคม (Social Network), เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) หรือเครือข่ายทางชีววิทยา (Biological Network) เป็นต้น

การจำลองเครือข่ายช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์รูปแบบ และโครงสร้างของข้อมูล เพื่อค้นพบข้อมูลใหม่ ๆ นำไปสู่การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในบทความนี้จะนำเสนอผู้อ่านทุกคนด้วยความหมาย, ประโยชน์, วิธีการ และการนำเอาการจำลองเครือข่ายไปใช้งานเรามาเริ่มต้นกันเลย …

เนื้อหาภายในบทความ

  • การจำลองเครือข่าย คืออะไร ?
    (What is Network Virtualization ?)
  • การจำลองเครือข่าย สำคัญอย่างไร ?
    (Why is Network Virtualization important ?)
  • การจำลองเครือข่าย ทำงานอย่างไร ?
    (How does Network Virtualization work ?)
  • ประเภทของ การจำลองเครือข่าย
    (Types of Network Virtualization)
  • ความปลอดภัยของ การจำลองเครือข่าย
    (Network Virtualization Security)
  • ความท้าทายของ การจำลองเครือข่าย
    (Challenges of Network Virtualization)
  • ตัวอย่างของการนำ การจำลองเครือข่าย ไปใช้งาน
    (Examples of Network Virtualization Usages)

การจำลองเครือข่าย คืออะไร ? (What is Network Virtualization ?)

การจำลองเครือข่าย หรือเครือข่ายเสมือน (Network Virtualization) คือวิธีการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่บนระบบเครือข่าย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยสามารถรวมเอาเครือข่ายจริง (Physical Networks) หลาย ๆ ชุดมาเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน แบ่งเครือข่ายออกเป็นส่วนย่อย หรือสร้างเครือข่ายเสมือนขึ้นมาเพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสมือน (Virtual Machine)

ประโยชน์ของการจำลองเครือข่าย

  • เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเครือข่าย : ทีมไอทีสามารถจัดสรรทรัพยากรเครือข่ายให้กับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • เพิ่มความยืดหยุ่น : ทีมไอทีสามารถสร้าง และปรับขนาดเครือข่ายเสมือนได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  • ลดต้นทุน : การจำลองเครือข่ายช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานเครือข่ายโดยการรวมฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ให้มีขนาด และจำนวนน้อยลง
  • เพิ่มความปลอดภัย : การจำลองเครือข่ายช่วยให้การแยกส่วนเครือข่าย และควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้อย่างละเอียดมากขึ้น
  • เพิ่มความคล่องตัว : การจำลองเครือข่ายช่วยให้การย้ายข้อมูล และแอปพลิเคชันระหว่างเครือข่ายได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้น
Network Virtualization คืออะไร ? มาทำความรู้จัก

ภาพจาก : https://convergetechmedia.com/successful-digital-transformation-requires-unleashing-your-it-teams-potential-heres-how-to-do-that/

การจำลองเครือข่าย สำคัญอย่างไร ? (Why is Network Virtualization important ?)

จริง ๆ แล้วการจำลองเครือข่ายมีมานานหลายปี โดยปรากฏในรูปแบบของการจำลองเซิร์ฟเวอร์ Virtual LANs (VLANs) และเครือข่ายซ้อนทับ (Overlay Networks) เมื่อองค์กรต้องการควบคุมเครือข่ายของตนมากขึ้น พวกเขาเริ่มนำหลักการจำลองหรือ Virtualization มาใช้กับศูนย์ข้อมูลของตน และในที่สุดก็ขยายไปยังเครือข่าย LAN, MAN และ WAN เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม : LAN MAN WAN คืออะไร ? เครือข่ายเหล่านี้ แตกต่างกันอย่างไร ?

การนำแนวคิดแบบนามธรรม (Abstraction), การโปรแกรมได้ (Programmability) และการแบ่งเครือข่ายย่อย (Microsegmentation) เข้ามาใช้ ทำให้องค์กรสามารถขยายเครือข่าย เพิ่มการควบคุมจากส่วนกลาง และนำกฎความปลอดภัยที่เฉพาะเจาะจงมาใช้กับงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้เครือข่ายสามารถส่งมอบแอปพลิเคชัน และบริการได้รวดเร็วขึ้น และในที่สุดก็สามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจได้

การจำลองเครือข่าย ทำงานอย่างไร ? (How does Network Virtualization work ?)

การจำลองเครือข่าย มีหลักการง่าย ๆ คือการทำให้บริการเครือข่ายไม่ต้องขึ้นอยู่กับฮาร์ดแวร์ และโครงสร้างพื้นฐานจริง ๆ ซึ่งในการทำเช่นนี้ จะมีตัวควบคุมเครือข่ายสร้างชั้น (Layer) ที่ทำให้เราเห็นเครือข่ายเสมือนได้ง่ายขึ้น ซึ่งเลเยอร์จะช่วยให้เราเห็นโหนด (Node) และลิงก์ที่ประกอบเป็นเครือข่ายเสมือนง่ายขึ้น ตัวควบคุมเครือข่ายมีหน้าที่ในการควบคุมทรัพยากร, แบนด์วิด และความจุสำหรับแต่ละเครือข่ายเสมือน โดยที่เครือข่ายเสมือนเหล่านี้จะยังคงเป็นอิสระจากกัน และมีนโยบายความปลอดภัยเป็นของตัวเอง

องค์ประกอบในเครือข่ายเสมือน เช่น ภาระงานของเครื่องเสมือน (VM) สามารถสื่อสารกัน กับ Nodes ในเครือข่ายเสมือนอื่น ๆ ได้โดยใช้โปรโตคอลแบบ Encapsulated Host Protocols, Virtual Switches) และ Virtual Routers ซึ่งการเชื่อมต่อจะไม่ผ่านอุปกรณ์เครือข่ายจริงเพื่อช่วยลดความล่าช้านั่นเอง

ผู้ดูแลระบบเครือข่ายสามารถย้ายงานจากโฮสต์หนึ่งไปยังอีกโฮสต์หนึ่งได้แบบเรียลไทม์ โดยที่นโยบายความปลอดภัย และความต้องการของเครือข่ายจะย้ายตามไปด้วย แพลตฟอร์มการจำลองเครือข่ายยังสามารถนำนโยบายความปลอดภัยมาใช้กับงานใหม่ได้โดยอัตโนมัติ

โดยส่วนประกอบหลักของการจำลองเครือข่ายมีดังต่อไปนี้

  • Network Hypervisor (ตัวควบคุมเครือข่าย)
  • Controller Software (ซอฟต์แวร์ควบคุม)
  • Protocol Host (โปรโตคอลโฮสต์) (เช่น Virtual Extensible LAN - VXLAN)
  • Virtual Switching And Routing (การสวิตช์ และการเราเตอร์เสมือน)
  • Management Tools (เครื่องมือการจัดการ)

ประเภทของ การจำลองเครือข่าย (Types of Network Virtualization)

โดยทั่วไปแล้ว เครือข่ายเสมือนมีอยู่สองรูปแบบ นั่นก็คือ ภายนอก (External) และภายใน (Internal) ทั้งสองนี้หมายถึงตำแหน่งที่ตั้งของเครือข่ายเสมือนในความสัมพันธ์กับเซิร์ฟเวอร์ การจำลองเครือข่ายภายนอกใช้สวิตช์, อะแดปเตอร์ หรือเครือข่ายเพื่อรวมเครือข่ายจำนวนหนึ่ง หรือมากกว่าเข้าด้วยกันเป็นหน่วยเสมือน การจำลองเครือข่ายภายใน ใช้ความสามารถของเครือข่ายในซอฟต์แวร์คอนเทนเนอร์บนเซิร์ฟเวอร์เครือข่ายเดียว ช่วยให้เครื่องเสมือน (VMs) สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลบนโฮสต์ได้โดยไม่ต้องใช้เครือข่ายภายนอก

Network Virtualization คืออะไร ? มาทำความรู้จัก

ภาพจาก : https://www.techtarget.com/searchnetworking/What-is-network-virtualization-Everything-you-need-to-know

การจำลองเครือข่ายมักถูกใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเครือข่าย เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data center), WAN และ LAN โดยมี Software-Defined Networking (SDN) เป็นตัวขับเคลื่อนการพัฒนาการจำลองเครือข่ายในศูนย์ข้อมูล ในขณะที่การเกิดขึ้นของ WAN ที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (SD-WAN) ได้ปฏิวัติการจำลองเครือข่าย WAN ในขณะเดียวกัน การจำลองเครือข่าย LAN ก็ได้รับการกระตุ้นจากองค์กรที่นำ LAN ที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (SD-LAN) มาใช้เพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน

และในส่วนเหล่านี้มักถูกจัดการโดยทีมต่าง ๆ มุ่งเน้นไปที่กรณีการใช้งานที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเมื่อเครือข่ายพัฒนาขึ้นองค์กรอาจจำเป็นต้องพิจารณาว่าจะรวมความคิดริเริ่มแต่ละอย่างเหล่านี้เข้าด้วยกันอย่างไร เพื่อให้ได้กลยุทธ์การจำลองเครือข่ายแบบครบวงจรที่มีความปลอดภัยแบบ Zero Trust (Zero-Trust Security)

การจำลองเครือข่ายในศูนย์ข้อมูล (Network Virtualization In The Data Center)

Network Virtualization คืออะไร ? มาทำความรู้จัก

ภาพจาก : https://www.techtarget.com/searchnetworking/What-is-network-virtualization-Everything-you-need-to-know

การสร้างเครือข่ายเสมือนภายในศูนย์ข้อมูลมีมานานแล้ว ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ VLANs, VPNs และ MPLS แต่เมื่อเทคโนโลยีเครือข่าย และภัยคุกคามทางเครือข่ายมีความซับซ้อนมากขึ้น บริษัทต่าง ๆ จึงมองหาแนวทางในการเพิ่มความปลอดภัยของเครือข่าย ควบคู่ไปกับการเพิ่มการควบคุม SDN (Software-Defined Networking) คือหนึ่งในคำตอบที่ตรงกับความต้องการเหล่านี้ ด้วยระบบ SDN ช่วยให้ควบคุมเครือข่ายได้อย่างรวมศูนย์ และรองรับการออกแบบนโยบายที่ยืดหยุ่นมากขึ้น

แนวคิดการทำให้โครงสร้างพื้นฐานเป็นโค้ด (Infrastructure As Code) ก็เป็นอีกวิวัฒนาการของการสร้างเครือข่ายเสมือนในศูนย์ข้อมูล วิธีนี้ใช้โค้ดซอฟต์แวร์แทนการตั้งค่าด้วยตัวเอง ช่วยให้การกำหนดค่าและจัดการทรัพยากรต่างๆ ทำได้ง่ายดาย และรวดเร็วขึ้น

ซอฟต์แวร์ที่กำหนดขอบเขต (Software-Defined Perimeter - SDP) เป็นอีกแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยแบบ Zero Trust ระบบ SDP อาศัยการควบคุมสิทธิ์ เพื่ออนุญาตให้เข้าถึงทรัพยากร และสร้างขอบเขตเสมือนรอบ ๆ เครือข่าย ช่วยเพิ่มความปลอดภัยในอีกระดับ

การจำลองเครือข่ายใน WAN (Network Virtualization In The WAN)

เครือข่าย WAN (Wide Area Network) เคยเป็นส่วนที่ปรับตัวช้าในเรื่องการจำลองเครือข่าย จนกระทั่งเทคโนโลยี SD-WAN (Software-Defined WAN) เข้ามาพลิกโฉม ด้วย SD-WAN บริษัทต่าง ๆ สามารถดึงศักยภาพสูงสุดจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่มีอยู่ จัดสรรแบนด์วิดได้อย่างเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละแอปพลิเคชัน

หัวใจสำคัญของการจำลองเครือข่ายใน WAN คือ การบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ (Underlay Infrastructure) บริษัทควรเลือกผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอย่างชาญฉลาดเพื่อป้องกันปัญหาการบริหารจัดการที่ยุ่งยากซับซ้อน นอกจากนี้ ยังควรคำนึงถึงเรื่องของการคิดเงิน, การจัดการสัญญา และการแก้ไขปัญหาอีกด้วย

เทรนด์ Zero Trust และ SDP (Software-defined Perimeter) ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญ ช่วยให้การจำลองเครือข่าย WAN ปลอดภัยยิ่งขึ้น SD-WAN สามารถใช้แนวคิด Zero Trust เพื่ออนุญาตให้มีแค่ การรับส่งข้อมูลที่ได้รับอนุญาต และสร้าง การแบ่งส่วนเครือข่ายเพื่อความปลอดภัย ตามนโยบายที่กำหนดไว้ อีกปัจจัยที่น่าสนใจคือ การนำการจำลองเครือข่ายไปใช้กับระบบคลาวด์ ซึ่งสอดคล้องกับยุคสมัยที่องค์กรต่าง ๆ ใช้คลาวด์ในการประมวลผล และจัดเก็บข้อมูลมากขึ้น

การจำลองเครือข่ายใน WAN (Network Virtualization in the LAN)

เครือข่าย LAN (Local Area Network) เดิมทีมักใช้ VLAN (Virtual LAN) เพื่อแบ่งแยกการรับส่งข้อมูลภายในเครือข่าย และสร้างเครือข่ายเสมือนที่แยกออกจากกัน แต่เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในศูนย์ข้อมูล และ WAN เครือข่าย LAN เองก็กำลังมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การจำลองเครือข่าย โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากเทคโนโลยี SDN (Software-Defined Networking)

SD-LAN (Software-Defined LAN) คือการนำหลักการเดียวกันของ SDN มาประยุกต์ใช้กับเครือข่าย LAN โดยเฉพาะ ต่างจาก VLAN ที่ทำงานบนพื้นฐานของ Ethernet และโปรโตคอลเลเยอร์ 2 อื่น ๆ SD-LAN ขยายแนวคิดการจำลองเครือข่ายไปยังทั้งระบบ LAN ทำให้ระบบสามารถมองเห็นการเข้าถึง, การมองเห็น, ผู้ใช้, การระบุตัวตนของอุปกรณ์, ที่อยู่ IP และเวลา ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้การจัดการเชิงรายละเอียดเพื่อนำนโยบายไปใช้กับอุปกรณ์ต่าง ๆ บนเครือข่าย LAN มีประสิทธิภาพมากขึ้น

SD-LAN ทำงานร่วมกับกลยุทธ์ Zero Trust ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดการออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากขึ้น สามารถรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง IoT ได้ นอกจากนี้ การผสมผสานระหว่าง SD-LAN และ Zero Trust ยังช่วยให้เซสชั่นของเครือข่าย LAN ดีขึ้น และยังรวมถึงช่วยการติดตามสถานะของเครือข่ายด้วยระบบอัตโนมัติ

Network Virtualization คืออะไร ? มาทำความรู้จัก

ภาพจาก : https://www.researchgate.net/figure/The-Architecture-of-Network-Virtualization-Hypervisor-in-a-Software-Defined-Cloud-Network_fig1_351542527

ความปลอดภัยของ การจำลองเครือข่าย (Network Virtualization Security)

แม้ระบบรักษาความปลอดภัยจะเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบเครือข่าย แต่ด้วยการที่แต่ละส่วนของเครือข่ายมักถูกแยกออกจากกัน ทำให้ทีม IT ประสบปัญหาในการสร้าง และบังคับใช้นโยบายความปลอดภัย ให้ครอบคลุมทั้งเครือข่าย

แนวคิด Zero Trust สามารถช่วยเชื่อมโยงส่วนต่าง ๆ ของเครือข่าย และการริเริ่มใช้เทคโนโลยีการจำลองเครือข่ายเข้าด้วยกันได้ โดยกรอบการทำงาน Zero Trust อาศัยการพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้ และอุปกรณ์ตลอดทั้งเครือข่าย ตัวอย่างเช่น หากผู้ใช้บนเครือข่าย LAN ต้องการเข้าถึงข้อมูลในศูนย์ข้อมูล ผู้ใช้จะต้องได้รับการอนุญาตเสียก่อน

การผสมผสานระหว่างระบบ Zero Trust กับการจำลองเครือข่าย จะช่วยสร้างการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย สำหรับการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ เครือข่ายเสมือนสามารถถูกสร้างหรือยุติการใช้งาน เพื่อรองรับการติดต่อสื่อสารเหล่านี้ พร้อมทั้งรักษาการแบ่งแยกการรับส่งข้อมูล ตามที่กำหนดไว้

ความท้าทายสำคัญประการหนึ่งก็คือ การกำหนดนโยบายการเข้าถึงที่ระบุว่า อุปกรณ์ใดสามารถติดต่อสื่อสารกันได้บ้าง ตัวอย่างเช่น หากอนุญาตให้อุปกรณ์เข้าถึงแหล่งข้อมูลในศูนย์ข้อมูล นโยบายดังกล่าวจะต้องถูกกำหนด และเข้าใจทั้งที่ระดับ WAN และระดับพื้นที่ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับทีม IT เนื่องจากการระบุว่าอุปกรณ์ใดบ้างที่จำเป็นต้องติดต่อกันนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อน

Network Virtualization คืออะไร ? มาทำความรู้จัก

ภาพจาก : https://quicklaunch.io/zero-trust-the-road-towards-more-effective-security/

ความท้าทายของ การจำลองเครือข่าย (Challenges of Network Virtualization)

แม้ว่าการจำลองเครือข่ายจะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพ, ความยืดหยุ่น และความปลอดภัยให้กับองค์กร แต่ก็ยังคงมีข้อท้าทายบางประการ เช่น

การขยายตัวของเครือข่ายเสมือน (Virtual Sprawl)

เนื่องจากความสะดวกในการสร้างเครือข่ายเสมือน อาจทำให้ทีมผู้ดูแลระบบสร้างเครือข่ายเสมือนมากเกินความจำเป็น ส่งผลให้มีการใช้ทรัพยากรมากเกินไป และเครือข่ายมีความซับซ้อน

อุปสรรคด้านเทคนิคและวัฒนธรรมองค์กร

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเครือข่าย

องค์กรจำเป็นต้องประเมินผลกระทบของโครงสร้างเครือข่ายใหม่ที่มีต่อการใช้ทรัพยากร เช่น หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล รวมถึงความยืดหยุ่นและความปลอดภัย

การทำงานร่วมกันระหว่างแผนก

เดิมทีทีม IT อาจแบ่งเป็นแผนกย่อย เช่น แผนกดูแลระบบรักษาความปลอดภัย เครือข่าย และเซิร์ฟเวอร์ แต่การนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการจำลองเครือข่ายไปใช้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างแผนกมากขึ้น

ทักษะใหม่สำหรับทีม IT

เนื่องจากโครงสร้างแบบเดิม ทีม IT อาจต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เพื่อกำหนดค่า จัดการ และดูแลเทคโนโลยีการจำลองเครือข่ายต่างๆ

Network Virtualization คืออะไร ? มาทำความรู้จัก

ภาพจาก : https://online.hbs.edu/blog/post/what-is-business-strategy

ตัวอย่างของการนำ การจำลองเครือข่าย ไปใช้งาน (Examples of Network Virtualization Usages)

การจำลองเครือข่ายมีการใช้งานที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น

เครือข่ายภายในองค์กร (Enterprise Networks)

VLANs และ VPNs เป็นตัวอย่างแรก ๆ ของการจำลองเครือข่าย ช่วยแบ่งแยกการรับส่งข้อมูลภายในเครือข่าย และสร้างเครือข่ายเสมือนที่แยกออกจากกัน การนำหลักการ SDN (Software-Defined Networking) มาใช้ในศูนย์ข้อมูล (data center) , WAN และ LAN

ผู้ให้บริการเครือข่าย (Carriers)

ใช้ Feature Virtualization และ Network Virtualization เพื่อส่งมอบบริการให้กับลูกค้าองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ

  • Feature Virtualization : เน้นที่สถาปัตยกรรม NFV (Network Functions Virtualization) ซึ่งช่วยย้ายฟังก์ชันต่างๆ เช่น Load Balancing, Routing และ Firewalling ออกจากฮาร์ดแวร์ ไปยัง Virtual Appliances
  • Network Virtualization : ตัวอย่างเช่น 5G Nettwork Slicing ช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถแบ่งโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพออกเป็นเครือข่ายเสมือนส่วนบุคคลสำหรับลูกค้าแต่ละราย ซึ่งแต่ละเครือข่ายจะมีคุณสมบัติ และความต้องการด้านความปลอดภัยที่แตกต่างกัน
Network Virtualization คืออะไร ? มาทำความรู้จัก

ภาพจาก : https://www.techtarget.com/searchnetworking/What-is-network-virtualization-Everything-you-need-to-know

ผู้ให้บริการเครือข่ายยังให้ความสนใจเทคโนโลยีการจำลองเครือข่ายอื่น ๆ เช่น การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ (Cloud Computing) และ การประมวลผลแบบเอดจ์ (Edge computing) ซึ่งเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่น ช่วยในการรองรับ และส่งมอบฟีเจอร์ต่าง ๆ และบริการที่ลูกค้าต้องการ โดยให้บริการใกล้กับสถานที่ที่ลูกค้าใช้งานมากขึ้น

การจำลองเครือข่าย (Network Virtualization) เป็นเทคโนโลยีทรงพลังที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพ, ความคล่องตัว และความปลอดภัยของเครือข่าย ในอนาคต แนวโน้มการใช้งานการจำลองเครือข่ายจะผสานเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบ Zero Trust, ระบบอัตโนมัติการประมวลผลแบบ Edge Computing และ Cloud Computing เข้าไว้ด้วยกัน การผสมผสานนี้จะสร้างสภาพแวดล้อมเครือข่ายที่ยืดหยุ่น, ปลอดภัย และสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว การจำลองเครือข่ายจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรต่าง ๆ ก้าวไปสู่อนาคตของเครือข่ายได้อย่างมั่นคง

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...