โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘อาเซียน’ และ ‘พันธมิตรแปซิฟิก’: การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจข้ามมหาสมุทร

The101.world

อัพเดต 08 ก.ค. 2567 เวลา 20.36 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2567 เวลา 13.36 น. • The 101 World

ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่ตั้งอยู่ริมมหาสมุทรแปซิฟิกได้รับความสนใจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อันเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจในเอเชียและลาตินอเมริกา รวมทั้งผลกระทบจากการล่มสลายทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา โดยมีการจัดทำข้อตกลงทางการค้าเสรีจำนวนมาก รวมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ที่ล้วนมีเป้าหมายในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ (emerging economies) ในเอเชียและลาตินอเมริกาที่สามารถข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 20 มาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประเทศในลาตินอเมริกา ที่นอกจากเผชิญกับการผันผวนของระบบเศรษฐกิจโลกแล้ว ยังสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าภูมิภาคอื่นๆ โดยเปรียบเทียบ ลาตินอเมริกาจึงกลายเป็นภูมิภาคที่ดึงดูดความน่าสนใจของนักลงทุนนานาชาติรวมทั้งจากเอเชีย

ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างลาตินอเมริกาและเอเชียที่เพิ่มสูงขึ้นได้รับการศึกษาในแวดวงวิชาการเป็นจำนวนมาก อาทิ คณะกรรมการเศรษฐกิจแห่งลาตินอเมริกาและแคริบเบียน (Economic Commission for Latin America and the Caribbean – ECLAC)[1], ธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank – ADB)[2], Shafeaddin[3], Najam and Thrasher[4] และ Dutt[5] โดยงานศึกษาเหล่านี้เสนอว่าข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศแบบทวิภาคีระหว่างสองภูมิภาคจำนวนมากเป็นผลมาจากหลายปัจจัย เช่น ความล่าช้าของกรอบความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในระดับพหุภาคี ไม่ว่าจะเป็นองค์การการค้าโลก (World Trade Organization – WTO) หรือภายในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation – APEC), ความสนใจในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะจีนที่มีความต้องการใช้ทรัพยากรธรรมชาติของลาตินอเมริกาเป็นอย่างมาก, การตีตลาดลาตินอเมริกาของสินค้าจากเอเชีย และการคุ้มครองการลงทุนของจากต่างประเทศของประเทศต่างๆ ในลาตินอเมริกา

อย่างไรก็ดี หากเอเชียและลาตินอเมริกามีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการค้าระหว่างภูมิภาคมากขึ้นแล้ว อาจจำเป็นต้องขยายขอบเขตความสัมพันธ์ทางการค้าจากระดับทวิภาคีไปสู่การดำเนินการที่กว้างมากขึ้นในระดับภูมิภาค ด้วยเหตุนี้การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคระหว่างอาเซียนและ ‘พันธมิตรแปซิฟิก’ (Pacific Alliance ซึ่งประกอบด้วย ชิลี โคลอมเบีย เม็กซิโก และเปรู) อาจถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่อการสร้างความร่วมมือระหว่างภูมิภาคทั้งสองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยมีปัจจัยต่างๆ ดังต่อไปนี้

ประการแรก ทั้งชิลีและเปรูต่างก็มีข้อตกลงการค้าเสรีกับประเทศในกลุ่มอาเซียนเป็นจำนวนไม่น้อย

ประการที่สอง หากพิจารณาจากมุมมองของลาตินอเมริกา การขาดความร่วมมือในระดับภูมิภาคของลาตินอเมริกาอันเป็นผลมาจากความแตกต่างในแนวนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจที่มีประเทศต่างๆ จำนวนไม่น้อยตั้งข้อสงสัยกับระบบทุนนิยมเสรีทางเศรษฐกิจ ดังนั้นความร่วมมือระดับอนุภูมิภาคดังเช่นพันธมิตรแปซิฟิกนี้อาจเป็นทางออกให้กับลาตินอเมริกาในการเพิ่มประสิทธิภาพเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจภายในภูมิภาคลาตินอเมริกาเอง[6] ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมการค้ากับเอเชียผ่านอาเซียนได้

ประการที่สาม หากพิจารณาจากมุมมองของอาเซียน เขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area – AFTA) ถือเป็นสะพานเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจที่สำคัญไปสู่ประเทศต่างๆ ในเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะในรูป ASEAN+1 (อาเซียนและจีน), ASEAN+3 (อาเซียน + จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้) และ ASEAN+6 (ASEAN+3 + ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย)

เพื่อวิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างอนุภูมิภาคดังที่กล่าวมาข้างต้น ตารางที่ 1 และ 2 นำเสนอมูลค่าทางการค้าที่พันธมิตรแปซิฟิกนำเข้าและส่งออกจากกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นสำคัญหกลำดับแรก (ASEAN-6 ซึ่งประกอบไปด้วยอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย สิงคโปร์ และเวียดนาม)[7] ตั้งแต่ ค.ศ. 2016-2020 ส่วนตารางที่ 3 เป็นข้อมูลสรุปดุลการค้าระหว่างพันธมิตรแปซิฟิกและ ASEAN-6 ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน

ตารางที่ 1: มูลค่าการนำเข้าสินค้าที่พันธมิตรแปซิฟิกนำเข้าจาก ASEAN-6 ที่มา: คำนวณจากฐานข้อมูล UN-COMTRADE
ตารางที่ 2: มูลค่าการส่งออกสินค้าที่พันธมิตรแปซิฟิกส่งออกไป ASEAN-6 ที่มา: คำนวณจากฐานข้อมูล UN-COMTRADE
ตารางที่ 3: ดุลการค้าระหว่าง พันธมิตรแปซิฟิก และ ASEAN-6 ที่มา: คำนวณจากฐานข้อมูล UN-COMTRADE

จากข้อมูลสถิติในตารางที่ 1–3 มีข้อสังเกตที่น่าสนใจสองประการ

ประการแรก โดยทั่วไปแล้ว อาเซียนมีดุลการค้าที่เกินดุลพันธมิตรมาโดยตลอดและมีอัตราส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี สะท้อนถึงความไม่พร้อมทางศักยภาพของกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิกในการเจาะตลาดอาเซียน

ประการที่สอง ในบรรดากลุ่ม ASEAN-6 ไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้าสำคัญของพันธมิตรแปซิฟิก ซึ่งอาจเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าประเภทรถยนต์ คอมพิวเตอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มประเทศพันธมิตรแปซิฟิก เนื่องจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก[8] สินค้าหลักที่ส่งออกจากไทยไปยังพันธมิตรแปซิฟิก ได้แก่ เครื่องจักรอุตสาหกรรม แผงวงจรไฟฟ้า ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ขณะเดียวกันก็นำเข้าเหล็กกล้าและปุ๋ยเคมีต่างๆ

การที่พันธมิตรแปซิฟิกยังมีดุลการค้าที่ขาดดุลต่ออาเซียนอยู่มาก แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่พันธมิตรแปซิฟิกจะต้องเร่งเพิ่มมูลค่าในการส่งออกสินค้ามายังอาเซียน ซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุนเชื่อว่าจะเป็นประตูสู่เอเชียให้กับลาตินอเมริกาได้อย่างแท้จริง โดยแนวทางที่เป็นไปได้คือแต่ละประเทศสมาชิกของพันธมิตรแปซิฟิกจะต้องเร่งพัฒนาสินค้าที่ตัวเองมีศักยภาพในการผลิตหรือส่งออกโดยเปรียบเทียบ (comparative advantage) รวมทั้งร่วมมือกับประเทศสมาชิกพัฒนาเป็นเครือข่ายเศรษฐกิจเพื่อให้เกิดความคุ้มค่า (economy of scale) และเกิดการพัฒนาทั้งในธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำโดยรวม

ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนและพันธมิตรแปซิฟิกมีบทบาทสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเอเชียกับลาตินอเมริกา โดยมูลค่าการค้าระหว่างสองกลุ่มขยายตัวขึ้นตลอดระยะเวลาห้าปีที่ทำการศึกษา ซึ่งอาเซียนได้เปรียบดุลการค้าและมีอัตราส่วนที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นงานของพันธมิตรแปซิฟิกที่ต้องเร่งเพิ่มมูลค่าในการส่งออกสินค้ามายังอาเซียน

[1] ECLAC, El Arco del Pacífico Latinoamericano Después de la Crisis. (Santiago, Chile: ECLAC, 2009) และ ECLAC, The People’s Republic of China and Latin America and the Caribbean: Towards a Strategic Relationship. (Santiago, Chile: ECLAC, 2010).

[2] ADB, Comparative Perspectives on Trans-Pacific Trade, Integration, and Development. (Manila, Philippines: ADB and IDB, 2009) และ ADB, Shaping the Future of the Asia-Latin America and the Caribbean Relationship. (Manila, Philippines: ADB and IDB, 2012).

[3] Mehdi Shafaeddin, South-South Regionalism and Trade Cooperation in the Asia-Pacific Region. (Colombo, Sri Lanka: UNDP Regional Center, 2008).

[4] Adil Najam and Rachel Thrasher, eds. The Future of South-South Economic Relations. (London: Zed Books, 2012).

[5] Amitava Krishna Dutt, South-South Economic Cooperation: Motives, Problems and Possibilities. Paper Presented at an URPE Session on South-South Economic Integration and Development at the ASSA Meetings, Philadelphia, PA. (January 4, 2014).

[6] เช่น ชิลีอาจเป็นผู้นำในการถ่ายทอดประสบการณ์ของตนในการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ให้กับประเทศสมาชิกอื่นๆ ในกลุ่มพันธมิตรแปซิฟิก

[7] ประเทศสมาชิกอาเซียนอีก 4 ประเทศ (บรูไน กัมพูชา ลาว และเมียนมาร์) มิได้ถูกนำมาทำการวิเคราะห์ร่วมด้วย เนื่องจากมีมูลค่าการค้ากับประเทศสมาชิกพันธมิตรแปซิฟิกเป็นจำนวนน้อย

[8] Nipon Poapongsakorn and Kriengkrai Techakanont, “The Development of Automotive Industry Clusters and Production Network in Thailand,” in Production Networks and Industrial Clusters: Integrating Economies in Southeast Asia, eds. Ikuo Kuroiwa and Toh Mun Heng (Singapore: ISEAS, 2008), 196-256.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...