โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จุดจบที่หักมุม ของ ปลาแซลมอนยักษ์เขี้ยวดาบง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 พ.ค. 2567 เวลา 06.16 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2567 เวลา 06.16 น.

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ

จุดจบที่หักมุม ของปลาแซลมอนยักษ์เขี้ยวดาบง

ในเดือนมีนาคม ปี 1972 ในวารสาร Bulletin No.18 of the Museum of Natural History ของมหาวิทยาลัยโอเรกอน (University of Oregon) มีรายงานผลการศึกษาฟอสซิลปลาแซลมอนยักษ์สูญพันธุ์ที่เคยดำรงชีวิตอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐโอเรกอนในสหรัฐอเมริกาในยุคไพลโอซีน (Pliocene) หรือราวๆ 5.3-2.6 ล้านปีก่อน

ปลาดึกดำบรรพ์พวกนี้ มีขนาดตัวที่ใหญ่โตมหึมา มีลำตัวยาวได้ถึงเกือบ 2 เมตร และมีน้ำหนักได้ถึงราว 200 กิโลกรัมเลยทีเดียว

ถือได้ว่าบิ๊กเบิ้มมาก จนติดอันดับปลาแซลมอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ปลาแซลมอนชนิดนี้มีความแปลกประหลาดไปจากปลาแซลมอนทั่วไปที่เรารู้จักกันในปัจจุบันอยู่หนึ่งอย่าง นั่นคือ มันมีเขี้ยวคู่ใหญ่ยาวโง้งอยู่หนึ่งคู่ ขนาดเขี้ยวเรียวงามมีความยาวถึงเกือบสองนิ้ว

แต่ปัญหาก็คือเขี้ยวที่ยาวเรียวงุ้มโง้งของปลายักษ์ตัวนี้ดันหลุดร่วงออกมาอยู่นอกกะโหลก

ประเด็นเรื่องเขี้ยวปลาที่หลุดออกมานี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ทำให้เท็ด คาเวนเดอร์ (Ted Cavender) จากมหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอไฮโอ (Ohio State University) และโรเบิร์ต มิลเลอร์ (Robert Rush Miller) จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (University of Michigan) คู่หูนักวิจัยฟอสซิลปลาแซลมอนประหลาดชนิดนี้ต้องปวดเศียรเวียนเกล้า เฝ้างุนงงสงกาว่าตำแหน่งที่มาของเขี้ยวนี้ควรจะงอกออกมาจากที่ส่วนไหนของกันแน่ในตัวปลา

หลังจากตรึกตรองอยู่นาน ในเมื่อไม่มีหลักฐานอื่นใดมาช่วยบ่งชี้ตำแหน่ง เท็ดและโรเบิร์ตก็เลยต้องตัดสินใจตีความเอาแบบกำปั้นทุบดินเอาเขี้ยวไปวางไว้ตรงที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด นั่นก็คือที่ปาก

ซึ่งผลที่ได้คือปลาแซลมอนที่มีเขี้ยวสองเขี้ยวงอกยาวย้อยห้อยลงมาจากปากแบบเดียวกันเลยกับ “เสือเขี้ยวดาบ (saber-toothed tiger)”

และเพื่อให้เห็นภาพชัด สองนักชีววิทยา เท็ดกับโรเบิร์ตก็เลยเรียกแซลมอนดึกดำบรรพ์นี้ว่า “แซลมอนเขี้ยวดาบ (saber-toothed salmon)”

เรื่องนี้ไม่แปลก “ในตอนที่คุณจะเอาเขี้ยวประกอบกลับเข้าไปในตัวปลา มันเป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้ว ที่จะอนุมาน (เหมา) เอาง่ายๆ ว่าตำแหน่งที่เขี้ยวนี้น่าอยู่มากที่สุด ก็คืออยู่ในปากนั่นแหละ” เคริน แคลสัน (Kerin Claeson) นักบรรพนิเวศวิทยาจากวิทยาลัยการแพทย์ออสทีโอพาธีแห่งฟิลาเดลเฟีย (Philadelphia College of Osteopathic Medicine) กล่าว

ในรายงาน เท็ดและโรเบิร์ตแนะนำให้ตั้งจีนัสใหม่สำหรับพวกมันโดยเฉพาะ โดยเสนอให้เรียกว่า Smilodonichthys

Smilodon มาจากภาษากรีกแปลว่า “เขี้ยวดาบ” โดยทั่วไปจะใช้เรียกจีนัสของเสือเขี้ยวดาบ ichthys มาจากภาษากรีกเช่นกัน แปลว่า “ปลา”

คำว่า Smilodonichthys จึงแปลว่า “ปลาเขี้ยวดาบ” แบบตรงตัวเป๊ะๆ

การค้นพบปลาแซลมอนยักษ์ดึกดำบรรพ์ที่มีเขี้ยวเหมือนเสือเขี้ยวดาบเป็นอะไรที่แปลกประหลาด แต่ก็กระตุ้นความสนใจของนักบรรพนิเวศน์ให้เริ่มหันมาตั้งคำถามที่ว่า “เขี้ยวที่ยาวโง้งออกมาจากปากของพวกมันนั้นมีประโยชน์อะไรกับพวกมันในเชิงวิวัฒนาการ?” เอาไว้ใช้เพื่อป้องกันตัว หรือประหัตประหารกันเพื่อแย่งเพศตรงข้าม หรืออาจจะแค่เอาไว้ขุดเพื่อสร้างรัง

ไม่มีใครตอบได้ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกนักวิทย์เริ่มคาดเดาก็คือตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ แซลมอนพวกนี้น่าจะดุร้ายใช่เล่น…แหม! ก็เขี้ยวโง้งยาวงอกออกมาให้เห็นเด่นชัดซะขนาดนั้น ไม่ดุก็แปลกแล้ว…และด้วยเขี้ยวคมที่เป็นเอกลักษณ์ แซลมอนเขี้ยวดาบกลายเป็นหนึ่งในสัตว์น้ำดึกดำบรรพ์ที่มีเอกลักษณ์มากที่สุดตัวหนึ่งในวงการบรรพชีวินวิทยามานานเกือบครึ่งศตวรรษ

แต่เรื่องราวทุกอย่างมันมาโป๊ะเอาในช่วงปี 2014 เมื่อซากฟอสซิลชุดใหม่ถูกค้นพบและถูกขุดขึ้นมาในโอเรกอน สภาพของฟอสซิลชุดนี้ดูดี สมบูรณ์ ไม่ค่อยบุบสลาย มีทั้งตัวผู้และตัวเมียครบ ที่สำคัญ เขี้ยวอันโง้งงอนทั้งสองยังคงยึดติดอยู่กับจมูกของมันอยู่อย่างแนบแน่น

เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างในฟอสซิลแซลมอนดึกดำบรรพ์ชุดนี้อย่างถ่องแท้ เครินตัดสินใจจับมือกับเอ็ดเวิร์ด เดวิส (Edward Davis) นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยโอเรกอนเพื่อทำซีทีสแกน (CT Scan) ของฟอสซิลปลาทั้งตัว

ผลที่ได้ออกมาน่าตื่นเต้นมาก เพราะตำแหน่งของเขี้ยวของแซลมอนโบราณนั้น ดูเหมือนอยู่ผิดที่ผิดทาง เพราะแทนที่จะห้อยโง้งออกมาจากปากเหมือนเสือ Smilodon นั้น เขี้ยวของพวกมันกลับไปยึดติดอยู่ตรงบริเวณจะงอยแถมยังยืดบานออกไปทางด้านข้างอีก ดูละม้ายคล้ายกับเขี้ยวของพวก “หมูป่า”

ฉายา “แซลมอนเขี้ยวดาบ” จึงหายไป กลายเป็นแซลมอนเขี้ยวหนาม (spike-toothed salmon) แต่ส่วนตัวถ้าดูจากรูปแล้ว น่าจะเรียกแซลมอนเขี้ยวตันมากกว่า เพราะลักษณะและตำแหน่งของเขี้ยวนั้นเหมือนกันกับเขี้ยวหมูป่าจริงๆ

ธรรมชาติน่าอัศจรรย์เสมอ ใครจะนึกว่าแซลมอนที่มีเขี้ยวงอกออกมาเหมือนหมูป่าจะเคยมีชีวิตอยู่จริงบนโลกใบนี้

โครงสร้างกำหนดหน้าที่…การที่เรารู้โครงสร้างที่ชัดเจนของเขี้ยว (ที่งอกออกมาด้านข้าง) บางทีเราอาจจะบอกได้ว่าฟังก์ชั่นของเขี้ยว แท้จริงคืออะไร คำถามก็คือหลังจากที่ได้ข้อมูลใหม่ๆ เหล่านี้มาหมดแล้ว ตอนนี้รู้หรือยังว่าเขี้ยวที่งอกออกมาข้างๆ นี้มีประโยชน์อะไรกับการอยู่รอดของปลาแซลมอน?

มันต้องมีเหตุผล

เอ็ดเวิร์ด เดวิส (Edward Davis) นักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยโอเรกอน หนึ่งในทีมนักวิจัยแซลมอนเขี้ยวตันเชื่อว่าบางทีอาจจะใช้ในการป้องกันตัว หรือขุดดินเพื่อสร้างรัง หรือต่อสู้แย่งเพศตรงข้าม หรือไม่ก็อาจจะแค่เอาไว้สำหรับปักยึดดินหรือหินใกล้ขอบลำธารหรือแม่น้ำเวลาอยากพักเหนื่อย จะได้ไม่ไหลไปตามกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก ตอนที่กำลังว่ายทวนน้ำคืนถิ่นในยามฤดูผสมพันธุ์ก็เป็นได้

เหตุผลยกมาได้ร้อยแปด แต่ถ้าถามจริงๆ ว่านี่คือคำตอบสุดท้ายจริงๆ ใช่มั้ย คำตอบก็ยังคงเป็น “ไม่”

ตราบใดที่ยังไม่มีใครสามารถฟื้นชีพปลาแซลมอนเขี้ยวตันขึ้นมาได้จริงๆ และตามศึกษาพฤติกรรมการใช้เขี้ยวในธรรมชาติของพวกมันอย่างละเอียด โอกาสที่จะตอบคำถามที่ว่าเขี้ยวนี้มีไว้ทำอะไร คงจะเป็นไปได้ยาก

แต่แม้จะยังไปไม่ถึงไหน แต่การได้เห็นข้อมูลใหม่ๆ ในการสังเกตการณ์และศึกษาความเป็นไปของโลกใบนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ยังไงก็ยังเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น

ผมย้อนกลับไปอ่านเปเปอร์ของเท็ดกับโรเบิร์ตอีกครั้ง และถ้าอ่านดีๆ เท็ดและโรเบิร์ตไม่ได้เคลมว่าพวกเขาคือผู้ค้นพบแซลมอนเขี้ยวดาบนี่เป็นคนแรก แต่ที่จริง สิ่งที่พวกเขาทำคือวิเคราะห์ฟอสซิลที่พิพิธภัณฑ์เก็บเล็กผสมน้อยมากว่า 50 ปี แต่พวกเขาคือทีมที่สรุปได้เป็นครั้งแรกว่าแซลมอนพวกนี้มีเขี้ยว แม้จะวางผิดที่ไปหน่อยก็ตาม

สำหรับผม นักวิทยาศาสตร์คือผู้ที่ศึกษาและสังเกตการณ์ความเป็นไปของธรรมชาติ และเพื่อให้เข้าใจธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์จึงต้องเปิดใจให้กว้าง เป็นกลาง ไม่ยึดติด และคิดให้รอบด้าน เพราะทฤษฎีถูกลบล้างได้ หากมีทฤษฎีใหม่ที่ดีกว่า…

“นี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์” เอ็ดเวิร์ดกล่าว “คุณมีไอเดีย คุณได้ข้อมูลใหม่ๆ มันเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนเราให้รู้ถึงการถ่อมตัวในฐานะนักวิทยาศาสตร์”

ประโยคของเอ็ดทำให้ผมย้อนกลับไปนึกถึงประโยคเด็ดในจดหมายของนักฟิสิกส์ชื่อดัง เซอร์ไอแซ็ก นิวตัน (Sir Isaac Newton) ได้เขียนจดหมายถึงโรเบิร์ต ฮุก (Robert Hooke) ในปี 1675 ที่เขียนว่า “ถ้าผมมองไปได้ไกลกว่าคนอื่น ก็เพียงเพราะผมยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ (If I have seen further it is by standing on the shoulders of Giants)”

ในวันที่เราเข้าใจภาษาแห่งชีวิตมากพอจะเริ่มออกแบบสิ่งมีชีวิตใหม่จากฝีมือมนุษย์ แต่ถ้ามองย้อนเข้าไปในธรรมชาติ ก็ยังมีอะไรอีกมากมายที่เรายังไม่รู้ บางทีถ้าเราเข้าใจว่าทำไมแซลมอนเขี้ยวตันถึงได้สูญพันธุ์ ไม่แน่เราอาจจะหาวิธีปกปักรักษาสายพันธุ์แซลมอนและปลาอื่นๆ ที่ยังเหลืออยู่ไม่ให้สูญหายไปจากภาวะโลกร้อน โลกรวน ภูมิอากาศวิปริตก็เป็นได้…

องค์ความรู้มีประโยชน์เสมอ บางทีองค์ความรู้ที่บางคนอาจจะมองว่าเป็นงานวิจัยขึ้นหิ้ง หากรู้ว่าจะเอาลงจากหิ้งมาใช้ประโยชน์อย่างไร อาจจะสร้างคุณประโยชน์อย่างมหาศาลให้กับมวลมนุษยชาติก็เป็นได้…

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จุดจบที่หักมุม ของ ปลาแซลมอนยักษ์เขี้ยวดาบง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...