โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Anya Taylor-Joy เล่าเบื้องหลังการใช้ AI เปลี่ยนหน้านักแสดงเด็ก Alyla Browne ให้คล้ายคลึงกับเธอสุด ๆ ใน 'Furiosa: A Mad Max Saga'

BT Beartai

อัพเดต 28 พ.ค. 2567 เวลา 06.22 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2567 เวลา 15.55 น.
Anya Taylor-Joy เล่าเบื้องหลังการใช้ AI เปลี่ยนหน้านักแสดงเด็ก Alyla Browne ให้คล้ายคลึงกับเธอสุด ๆ ใน 'Furiosa: A Mad Max Saga'

นอกจากเรื่องราวการผจญภัย การเติบโต และการเดินทางอันแสนทรหดและยาวนานของฟูริโอซ่า (Furiosa) ในหนัง ‘Furiosa: A Mad Max Saga’ ก่อนจะสร้างตำนานนักรบแห่งถนนโลกันตร์ ในฐานะอิมเพอเรเตอร์ ฟูริโอซ่า (Imperator Furiosa) ใน ‘Mad Max: Fury Road’ (2015) แล้ว

วิสัยทัศน์และวิชวลการเล่าเรื่อง ตั้งแต่การจัดองค์ประกอบภาพ การตัดต่อ และ Pace การเล่าเรื่องของผู้กำกับ เจ้าของตำนานอย่าง จอร์จ มิลเลอร์ (George Miller) ยังเป็นอีกจุดที่โดดเด่น และได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ภาพยนตร์หลายสำนักอีกด้วย

อีกเกร็ดหนึ่งของหนังเรื่องนี้ที่หลายคนอาจจะทราบแล้วก็คือ ในภาคนี้ มิลเลอร์ตัดสินใจเปลี่ยนตัวนักแสดงผู้รับบทฟูริโอซ่า ตัวละครยอดนิยมในภาค ‘Fury Road’ จากชาร์ลิซ เธอรอน (Charlize Theron) เป็นอันยา เทเลอร์-จอย (Anya Taylor-Joy) เนื่องจากมิลเลอร์รู้สึกว่าเทคโนโลยีการย้อนวัย หรือ De-Aged ที่ฮอลลีวูดนำมาใช้ย้อนวัยนักแสดงในหนังหลาย ๆ เรื่องก่อนหน้านั้นยังทำออกมาได้ไม่น่าประทับใจนัก จึงเกิดความรู้สึกว่าเทคโนโลยีนี้อาจจะยังไม่พร้อมที่จะนำมาใช้ย้อนวัยของเธอรอนให้กลับไปเป็นวัยสาวได้ตามท้องเรื่อง

แต่เบื้องหลังของหนังสำหรับใครที่ดูมาแล้วอาจไม่ทันสังเกตก็คือ แม้ว่าตัวหนังจะเป็นการเล่าข้ามบางช่วงของหนังไปหลายปี แต่หลายคนคงสังเกตเห็นได้ถึงใบหน้าของฟูริโอซ่า 2 ช่วงวัยที่มีความคล้ายคลึงราวกับเป็นคนเดียวกัน ทั้งตอนช่วงที่ฟูริโอซ่าวัยเด็กที่ถูกแก๊งไบเกอร์ ฮอร์ด (Biker Horde) ของวอร์ลอร์ดดีเมนทัสจับตัวมา ไปจนถึงช่วงวัยสาวที่กำลังทำงานให้กับอิมมอร์ทัน โจ

Alyla Browne Anya Taylor-Joy Furiosa A Mad Max Saga

ซึ่งฟูริโอซ่าวัยเด็กนั้นรับบทได้อย่างยอดเยี่ยมโดย อะไลลา บราวน์ (Alyla Browne) นักแสดงเด็กวัย 14 ปี ที่เคยร่วมงานกับมิลเลอร์มาแล้วในหนังแฟนตาซี ‘Three Thousand Years of Longing’ (2022) ซึ่งเทเลอร์-จอยได้ให้สัมภาษณ์กับรายการ ‘The Kelly Clarkson Show‘ ถึงเบื้องหลังการสร้างสรรค์เทคนิคที่นำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ผสมผสานใบหน้าของเธอกับบราวน์ (ที่ไม่เหมือนกันเลยสักนิด) ให้ออกมากลมกลืนไร้รอยต่อ

“จอร์จ มิลเลอร์ มีความคิดนี้มาตั้งแต่แรก ๆ แล้วล่ะค่ะ เพราะว่าผู้ชมเริ่มคุ้นเคยกับตัวละครฟูริโอซ่า (ใน ‘Fury Road’ ที่รับบทโดย ชาร์ลิซ เธอรอน) ไปแล้ว เขาเลยต้องการให้การเปลี่ยนแปลงของนักแสดงทั้ง 2 คน (บราวน์ และเทเลอร์-จอย) ที่รับบทเป็นฟูริโอซ่านั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ฉันก็เลยได้ใช้เวลา 2 วันในการทำสิ่งที่บ้าที่สุดเท่าที่เคยจินตนาการได้ ด้วยการเอาใบหน้าของพวกเรามาผสมเข้าด้วยกัน”

เทเลอร์-จอยเล่าเสริมว่า ในช่วงต้น ๆ ของหนัง มีการนำเอาเทคโนโลยี AI มาใช้ ด้วยการผสมใบหน้าของเธอเอง 35% มาใส่ไว้บนใบหน้าของบราวน์ แล้วค่อย ๆ ไล่ระดับเพิ่มขึ้นไปเรื่อย ๆ จนถึง 80% จนกระทั่งกลายเป็นใบหน้าของเธอเองในที่สุด เทเลอร์-จอยเห็นขั้นตอนเหล่านี้ถึงกับอุทานว่า “มันเป็นอะไรที่โคตรจะบ้าเลยค่ะ”

Alyla Browne Anya Taylor-Joy Furiosa A Mad Max Saga

ในเวลานี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการนำเอาเทคโนโลยี AI มาใช้ผสมผสานใบหน้าของนักแสดงทั้ง 2 คน แต่มีข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า บริษัท Double Negative หรือ DNEG และบริษัท Framestore 2 สตูดิโอวิชวลเอฟเฟกต์สัญชาติอังกฤษ เป็นผู้ทำงานหลักด้านวิชวลเอฟเฟกต์ให้กับหนังเรื่องนี้

รวมทั้งในเครดิตของหนังยังระบุชื่อ Metaphysic AI ซึ่งเป็นบริษัทสตาร์ตอัปด้านปัญญาประดิษฐ์ที่กำลังพัฒนาเทคโนโลยีในการลดอายุให้กับนักแสดง ก็น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำเอาเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ด้วยเช่นกัน

เมื่อไม่นานมานี้ ในระหว่างการประชุม AI on the Lot 2024 ที่เกี่ยวกับการพบปะพูดคุยของบุคคลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เอ็ด อัลบริช (Ed Ulbrich) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเนื้อหาของ Metaphysic AI ได้เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการสร้างผลงานภาพยนตร์ 3 เรื่องที่จะออกฉายในปีนี้

โดยเรื่องที่ได้รับการเปิดเผยว่ามีการใช้เทคโนโลยี AI แล้วก็คือ หนังของสตูดิโอ Sony เรื่อง ‘Here’ ผลงานล่าสุดของผู้กำกับ โรเบิร์ต เซเม็กคิส (Robert Zemeckis) ที่จะมีการนำเอาเทคโนโลยีนี้มาใช้เพื่อ De-Aged นักแสดงนำทั้ง ทอม แฮงส์ (Tom Hanks) และโรบิน ไรต์ (Robin Wright) แบบเรียลไทม์

ในการสัมภาษณ์ดังกล่าว เทเลอร์-จอยยังกล่าวย้ำว่าตัวเองทราบดีถึงปัญหาด้านกฎหมายและจริยธรรมที่เกิดขึ้นจากการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะในวงการฮอลลีวูดที่หลายส่วนยังไม่ให้การยอมรับ อย่างเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว

“มันเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้อุตสาหกรรมของเราต้องหยุดงานประท้วง มันเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริง ๆ และฉันคิดว่า ถ้าคุณจะใช้มันจริง ๆ คุณก็ต้องซื่อสัตย์กับมัน และจะต้องได้รับความยินยอมเสมอ ในชีวิตคนเรา การไม่ได้รับความยินยอมในเรื่องใด ๆ ก็ตามนั่นแหละคือสิ่งที่น่ากลัว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...