เทียบหมัดต่อหมัด! หุ้นกู้ตลาดแรก vs ตลาดรอง: ต่างกันอย่างไร เลือกลงทุนตลาดไหนดี?
ในยุคที่การลงทุนกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น นักลงทุนทั้งมือใหม่และมืออาชีพต่างต้องการหาวิธีเพิ่มผลตอบแทนและลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนของตนเอง การลงทุนใน“หุ้นกู้”ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ เมื่อพูดถึงการลงทุนในหุ้นกู้ เรามักจะได้ยินคำว่า“ตลาดแรก”และ “ตลาดรอง”กันอยู่บ่อย ๆ ความแตกต่างระหว่างสองตลาดนี้คืออะไร? และนักลงทุนควรเลือกลงทุนในตลาดใดให้เหมาะกับตัวเอง? บทความนี้จะพาทุกท่านไปสำรวจและเปรียบเทียบหุ้นกู้ตลาดแรกและตลาดรอง เพื่อช่วยให้การตัดสินใจลงทุนหุ้นกู้ของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น
หุ้นกู้ตลาดแรก (Primary Bond Market)
หุ้นกู้ตลาดแรก (Primary Market)คือ หุ้นกู้ออกใหม่ที่มีการเสนอขายให้กับนักลงทุนเป็นครั้งแรก โดยผู้ออกจะเสนอขายตามกลุ่มนักลงทุน 2 ประเภทหลัก คือ นักลงทุนทั่วไป (Public Offering: PO) และผู้ลงทุนในวงจำกัด (Private Placement: PP) ซึ่งแบ่งออกเป็น ผู้ลงทุนวงแคบไม่เกิน 10 ราย (PP10), ผู้ลงทุนสถาบัน (II) และผู้ลงทุนรายใหญ่ (HNW) นักลงทุนที่สนใจสามารถซื้อหุ้นกู้ตลาดแรกได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายหุ้นกู้นั้น ๆ โดยจะเสนอขายตามราคาหน้าตั๋ว (Par Value) และมีกำหนดระยะเวลาซื้อขายหุ้นกู้ที่แน่นอน
หุ้นกู้ตลาดรอง (Secondary Bond Market)
หุ้นกู้ตลาดรอง (Secondary Market) คือ การซื้อขายหุ้นกู้ที่ซื้อจากตลาดแรกซึ่งเป็นหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดอายุ โดยเป็นการซื้อขายเปลี่ยนมือระหว่างนักลงทุนด้วยกันเองผ่านตัวกลางซึ่งคือบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้ราคาที่เสนอซื้อขายอาจมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาหน้าตั๋วก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย นักลงทุนสามารถพิจารณาซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรองได้ทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงเสนอขายเหมือนกับหุ้นกู้ตลาดแรก
สรุปความแตกต่างของหุ้นกู้ตลาดแรกและตลาดรอง
1. ความหมาย
- หุ้นกู้ตลาดแรก: หุ้นกู้ออกใหม่ที่มีการเสนอขายให้กับนักลงทุนเป็นครั้งแรก
- หุ้นกู้ตลาดรอง:หุ้นกู้ที่ซื้อขายระหว่างนักลงทุนด้วยกันเองผ่านตัวกลาง
2. ตัวกลาง
- หุ้นกู้ตลาดแรก: บริษัทหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายหุ้นกู้นั้น
- หุ้นกู้ตลาดรอง:บริษัทหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ซึ่งอาจจะไม่ใช่ตัวแทนจำหน่ายหุ้นกู้นั้นในตลาดแรก
3. สิทธิในการจองซื้อ
- หุ้นกู้ตลาดแรก: มีจำนวนจำกัด อาจจองซื้อไม่ได้หากหุ้นกู้นั้นครบสิทธิ์แล้ว
- หุ้นกู้ตลาดรอง:ขึ้นอยู่กับความต้องการเสนอซื้อ-ขายของหุ้นกู้นั้น
4. ราคาซื้อขาย
- หุ้นกู้ตลาดแรก: ราคาหน้าตั๋ว (Par Value)
- หุ้นกู้ตลาดรอง:ราคาที่ตกลงกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย
5. ช่วงเวลาซื้อขาย
- หุ้นกู้ตลาดแรก: มีกำหนดระยะเวลาเสนอขายที่แน่นอน
- หุ้นกู้ตลาดรอง:ซื้อขายได้ทุกวัน ไม่จำเป็นต้องรอช่วงเวลาเสนอขาย
6. การถือครอง
- หุ้นกู้ตลาดแรก: แบบใบหุ้นกู้หรือไร้ใบหุ้นกู้ (ฝากเข้าพอร์ต)
- หุ้นกู้ตลาดรอง:แบบใบหุ้นกู้หรือไร้ใบหุ้นกู้ (ฝากเข้าพอร์ต)
7. ผลตอบแทน
- หุ้นกู้ตลาดแรก: ดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุไว้
- หุ้นกู้ตลาดรอง:ดอกเบี้ยตามอัตราที่ระบุไว้ และกำไรขาดทุนจากมูลค่าหน้าตั๋ว