โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'ก้าวไกล-พิธา' พุ่งแรง โพลพระปกเกล้า เดิมพันเลือกตั้งปี 2570 เป้าเกิน 250 ที่นั่ง 'ทักษิณ-เพื่อไทย' วิ่งสู้ฟัด

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 31 พ.ค. 2567 เวลา 07.43 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2567 เวลา 07.43 น.

เขย่าสถานการณ์การเมืองให้ชวนมองถึงวันข้างหน้าอย่างไม่อาจละสายตา สำหรับผลโพลจาก “สถาบันพระปกเกล้า” ที่เผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่องความนิยมในพรรคการเมืองและนายกรัฐมนตรี 1 ปีหลังการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566

ซึ่งผลที่ออกมาพรรคก้าวไกลยังคงผงาดยืนหนึ่ง กวาดเรียบคะแนนนิยมทั้งคนและพรรค ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังสุ่มเสี่ยงจะถูกยุบพรรคในอนาคตอันใกล้นี้

โดยผลจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง ถามว่า “ถ้ามีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ท่านจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครจากพรรคการเมืองใดในการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต”

ปรากฏว่า ผู้ตอบร้อยละ 35.7 ระบุจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล รองลงมาเป็นพรรคเพื่อไทย ร้อยละ 18.1 และภูมิใจไทย ร้อยละ 11.2 ขณะที่มีผู้ตอบระบุว่าจะลงคะแนนให้ผู้สมัครจากพรรคอื่นๆ หรือยังไม่ตัดสินใจเลือกใครในตอนนี้ รวมกันอีกร้อยละ 10.2

“แล้วในการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ถ้ามีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ท่านจะลงคะแนนให้แก่บัญชีรายชื่อของพรรคใด” ผู้ตอบร้อยละ 44.9 เลือกพรรคก้าวไกล รองลงมาเป็นเพื่อไทย ร้อยละ 20.2, รวมไทยสร้างชาติ ได้ร้อยละ 10.9, ภูมิใจไทย ร้อยละ 3.5, พลังประชารัฐและประชาธิปัตย์ ร้อยละ 3

ที่น่าสนใจคือมีผู้ตอบว่าจะลงคะแนนให้พรรคอื่นๆ หรือไม่ต้องการลงคะแนนให้พรรคใดเลยในตอนนี้ รวมกันถึงร้อยละ 12.6

นอกจากนี้ โพลยังนำผลการสำรวจมาเปรียบเทียบกับผลการเลือกตั้ง 2566 ปรากฏว่า พรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเพิ่มขึ้นมี 2 พรรคคือ พรรคก้าวไกลและประชาชาติ

โดยก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 9.67 ซึ่งอาจส่งผลให้พรรคมีโอกาสชนะการเลือกตั้งและได้ ส.ส.เพิ่มขึ้นถึง 49 ที่นั่ง

ขณะที่เพื่อไทยได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนลดลงร้อยละ 7 และอาจส่งผลให้พรรคมีโอกาสเสียที่นั่งที่มีอยู่เดิมไปราว 28 ที่นั่ง ด้านพลังประชารัฐลดลงร้อยละ 3.41 มีโอกาสเสีย 11 ที่นั่ง, ภูมิใจไทยลดลงร้อยละ 2.64 มีโอกาสเสีย 10 ที่นั่ง และประชาธิปัตย์คะแนนนิยมลดลงร้อยละ 1.13 มีโอกาสเสีย 3 ที่นั่ง

อย่างไรก็ตาม รวมไทยสร้างชาติที่คะแนนนิยมลดลงร้อยละ 0.47 และชาติไทยพัฒนาที่ลดลงร้อยละ 0.02 ยังไม่มากพอจะทำให้ทั้งสองพรรคมีที่นั่งลดลง

ส่วนการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบพบว่า ก้าวไกลได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 8.33 ส่งผลให้พรรคมีโอกาสได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น 8 ที่นั่ง

ขณะที่เพื่อไทยได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนลดลง คิดเป็นร้อยละ 7.49 มีผลให้พรรคมีโอกาสได้ที่นั่งบัญชีรายชื่อน้อยลง 8 ที่นั่ง

ซึ่งเมื่อนำตัวเลขประมาณการที่นั่งที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคมีโอกาสได้จากการเลือกตั้งทั้งสองระบบมารวมกันพบว่า หากมีการเลือกตั้งในช่วงเวลานี้ พรรคก้าวไกลเป็นพรรคที่มีโอกาสได้ที่นั่งมากที่สุด รวม 208 ที่นั่ง รองลงมาคือเพื่อไทย 105 ที่นั่ง, ภูมิใจไทย 61 ที่นั่ง, รวมไทยสร้างชาติ 34 ที่นั่ง, พลังประชารัฐ 30 ที่นั่ง, ประชาธิปัตย์ 22 ที่นั่ง, ชาติไทยพัฒนา 10 ที่นั่ง และประชาชาติ 9 ที่นั่ง ตามลำดับ

นอกจากกระแสพรรค โพลยังถามว่าอยากให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยในช่วงเวลานี้มากที่สุด ผลส่วนใหญ่ระบุอยากให้ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด ถึงร้อยละ 46.9 รองลงมาคือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ร้อยละ 17.7, “แพทองธาร ชินวัตร” ร้อยละ 10.5, “เศรษฐา ทวีสิน” ร้อยละ 8.7

ระบุชื่อคนอื่นรวมกับที่ยังไม่เห็นว่ามีคนที่เหมาะสมอีกร้อยละ 10.9 ซึ่งมากกว่าคะแนนของแพทองธารและเศรษฐาอย่างเห็นได้ชัด

สอดคล้องกับผลจาก “นิด้าโพล” ก่อนหน้านี้ ที่เปิดเผยผลการสำรวจคะแนนนิยมทางการเมือง รายไตรมาส ครั้งที่ 1/2567 พบว่า “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” จากก้าวไกลมาเป็นอันดับหนึ่งที่ประชาชนจะสนับสนุนเป็นนายกฯ ด้วยคะแนนสูงถึงร้อยละ 42.75 ส่วนเศรษฐาจากพรรคเพื่อไทยได้อันดับสาม และแพทองธารได้อันดับสี่

ส่วนคะแนนด้านความนิยมของพรรคการเมือง ก้าวไกลก็ยังคงครองอันดับหนึ่งด้วยคะแนนร้อยละ 48.45 ในขณะที่เพื่อไทยได้ร้อยละ 22.10 เท่านั้น

เห็นได้ชัดว่าพรรคก้าวไกลแม้จะอยู่ในสถานะพรรคฝ่ายค้าน แต่กลับได้รับความนิยมมากขึ้นจากทั้งสองโพลที่ออกมาในระยะเวลาห่างกันเพียงไม่กี่เดือน สวนทางกับพรรคเพื่อไทยที่เป็นรัฐบาลในตอนนี้ แต่คะแนนความนิยมกลับลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง

จากกระแสโพลของพระปกเกล้าที่ออกมา “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ประธานคณะก้าวหน้า ก็ได้พูดถึงเรื่องนี้กับสื่อพร้อมระบุว่า อย่างไรก็ตาม ก้าวไกลต้องได้เกิน 250 เสียง ถึงจะจัดตั้งรัฐบาลได้โดยไม่มีอะไรมาขัดขวางได้อีก

“ขอบคุณพ่อแม่พี่น้องประชาชน ขอบคุณทุกคนที่ให้ความไว้วางใจต่อเพื่อนของตนที่อยู่ในพรรคก้าวไกล ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนของตนในพรรคก้าวไกลจะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง ตนหวังว่าเพื่อนของตนในพรรคก้าวไกลจะทำงานโดยไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตน มุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศไทย ทำให้ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้ประเทศไทยกลับมามีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อีกครั้ง ถึงแม้ผลออกมาจะเป็นที่น่าพอใจ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ จะเพียงพอหมายถึง 250 เสียง เหลือเวลาอีก 3 ปี พรรคก้าวไกลต้องทำงานหนักกว่านี้

เราต้องการข้ามเส้น 250 ให้ได้ ถ้าทำได้ในปี 2570 ทศวรรษ 2570 จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง เหลืออีก 3 ปีทำงานหนัก วันนี้มาไกลกว่าที่พวกเราคิดในวันที่ตั้งอนาคตใหม่แล้ว แต่ยังไม่พอ เรามีเวลาอีก 3 ปี เพื่อไปถึงจุดนั้น ขอส่งข้อความไปถึงพรรคพวกที่อยู่ในพรรคก้าวไกล 3 ปีนี้ ใช้ทุกวันให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ใช้ทุกวันเพื่อทำให้ประชาชนเห็นถึงความจริงใจ ความแน่วแน่ของเราที่อยากพาประเทศไทยไปข้างหน้าให้เยอะที่สุด เพื่อวันที่เลือกตั้งมาถึง เราจะได้มีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ นำนโยบายของพวกเราไปทำให้เป็นจริง” ธนาธรกล่าว

ฝั่งพรรคเพื่อไทย ทันทีที่ผลโพลออกมาว่ากระแสความนิยมของก้าวไกลมาแรงแซงเพื่อไทยไปหลายโค้ง ก็มีสื่อไปถามความเห็นคนในพรรค อย่าง “ภูมิธรรม เวชยชัย” ที่กล่าวว่าโพลเป็นการรวบรวมความคิดและการแสดงความคิดเห็น เป็นเรื่องที่น่าอุทธรณ์ แต่ถ้าฟังข้อมูลจากผู้จัดทำโพลดังกล่าว ระบุแล้วว่าไม่ได้มีนัยสำคัญทางการเมืองอะไร และเป็นช่วงที่รัฐบาลได้เริ่มทำงานแล้ว ขอให้ติดตามดูต่อไป คิดว่าอย่าใส่ใจเรื่องนี้ ขอทำงานดีกว่า

รวมถึง “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” ที่ยอมรับผลสำรวจของสำนักโพลแต่ละสำนัก และแสดงความมั่นใจว่าผลโพลที่ออกมาจะไม่บั่นทอนเพื่อไทย ที่บอกว่าพรรคใดจะมีคะแนนนำนั้นอาจมีหลายปัจจัย แต่ต้องยอมรับว่าพรรคที่คะแนนนำนั้น ยังไม่เคยได้โอกาสเข้ามาบริหารประเทศ เมื่อยังไม่เห็นฝีมือก็อาจจะคาดหวังว่าหากได้เข้าไปทำจะเป็นเช่นนั้นเช่นนี้ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ไม่ว่าใครจะเข้ามาทำก็ยากลำบาก แต่ในความยากลำบากก็ไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลจะท้อถอยหรือเสียสมาธิ เชื่อว่าหากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตสามารถประสบความสำเร็จได้ เชื่อว่าคะแนนนิยมของเพื่อไทยจะดีขึ้นแน่นอน

ความนิยมของก้าวไกลผ่านโพลทั้งสอง สร้างแรงสั่นสะเทือนถึง “ทักษิณ ชินวัตร” อย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เมื่อเป็นเช่นนี้นายใหญ่จึงไม่หยุดนิ่งเดินสายเรียกคืนความนิยมทั่วประเทศพร้อมเดินเกมเรียกคืนบ้านใหญ่ ซึ่งเป็นวิธีที่เคยพาพรรคไปถึงชัยชนะในสนามเลือกตั้งปี 2548 แต่ทว่า สถานการณ์บ้านใหญ่ในปัจจุบันกำลังขาลง สวนทางกับ “กระแสนิยม” พรรคส้มที่ดีวันดีคืน

ครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับกลยุทธ์ที่ทักษิณเลือกใช้ สนามเลือกตั้งใหญ่ 2570 เพื่อไทยอาจต้องเหนื่อยจนหืดขึ้นคออย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หากกระแสนิยมยังคงดิ่งลงเรื่อยๆ อย่างที่เผชิญอยู่ในตอนนี้

https://x.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ก้าวไกล-พิธา’ พุ่งแรง โพลพระปกเกล้า เดิมพันเลือกตั้งปี 2570 เป้าเกิน 250 ที่นั่ง ‘ทักษิณ-เพื่อไทย’ วิ่งสู้ฟัด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...