ศาลสั่งปรับ 5 พัน เพื่อนบ้านแสบ สารภาพกุเรื่อง ปาคางคก จนสองผัวเมียต้องขายบ้านหนี
ศาลสั่งปรับ 5 พัน เพื่อนบ้านแสบ สารภาพกุเรื่อง ปาคางคก-สาดน้ำกรด จนสองผัวเมียต้องขายบ้านหนี
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม ที่ศาลแขวงนนทบุรี จากเหตุการณ์ข้อพิพาทระหว่างเพื่อนบ้านที่ปลูกบ้านติดกัน ก่อนผิดใจกันเรื่องการต่อเติมจนนำไปสู่การแจ้งความกล่าวว่าอีกฝ่ายลอบปาคางคกใส่บ้านไม่ต่ำกว่า 50 ตัว จนนำไปการฟ้องร้องดำเนินในชั้นศาล จนในวันนี้ศาลอ่านคำตัดสินคดีดังกล่าวแล้ว โดยฝ่ายจำเลยให้การรับสารภาพว่าได้กุเรื่องด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จขึ้นมา โดยให้ข่าวกับผู้ช่วยนักข่าวออกข่าวให้เกิดความเสียหายกับคู่กรณีจริง
ภายหลังฟังคำตัดสินของศาลแขวงนนทบุรีแล้ว นายปัญจเทพ (สงวนนามสกุล) อายุ 64 ปี และนางศิรินทร์ทิพย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี สองสามีภรรยาฝ่ายโจทก์ ซึ่งเป็นผู้เสียหายยื่นฟ้องตรงกับศาลแขวง โดยนายปัญจเทพเปิดเผยว่าฝ่ายจำเลยคือนางกุ้ง คู่กรณีได้ให้การรับสารภาพต่อศาล ว่าสร้างเรื่องอันเท็จขึ้นมาเพื่อให้ข่าวใส่ร้ายป้ายสีครอบครัวตนกับนักข่าว จึงมีความผิดตามที่ฝ่ายตนฟ้องไป โดยนางกุ้งได้ไปแจ้งความกล่าวหาตนว่าตนนำคางคกไปปาใส่บ้านหลายสิบตัวบ้าง สาดน้ำกรดใส่บ้าน โรยตะปูเรือใบ หรือแม้กระทั่งชักปืนมาข่มขู่ เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 แต่ตนกับครอบครัวเลือกที่จะเงียบไม่ตอบโต้ออกสื่อ เพราะหวังมาพึ่งกระบวนการความยุติธรรมในขั้นศาลแทน เอาความจริงมาสู้กันในชั้นศาล
นายปัญจเทพ กล่าวว่า แต่มาถึงวันนี้ศาลตัดสินหลังจากที่คู่กรณีให้การรับสารภาพว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก ไม่มีมูลความจริงใดๆ เลย แต่ตนกับครอบครัวกับถูกสื่อหลักต่างๆ ออกข่าวไปฝ่ายเดียวจนทำให้ได้รับความเสียหายอย่างผิดจรรยาบรรณ โดยที่ไม่ได้ทำการตรวจสอบหาความจริงเลย แบบนี้จรรยาบรรณอยู่ที่ไหน ไปย้อนดูข่าวที่นำเสนอก่อนหน้านี้เลยว่าสร้างความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงกับครอบครัวตนขนาดไหน ครอบครัวเราเป็นฝ่ายถูกกระทำ หวังพึ่งความยุติธรรมแต่กลับไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคู่กรณีเพียงแค่ชิงรับสารภาพ ศาลสั่งปรับเงินเพียง 1 หมื่นบาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคือเพียงค่าปรับ 5,000 บาท แต่ครอบครัวตนกลับต้องขายบ้านหนีเพื่อนบ้านคู่กรณีรายนี้ไปอยู่ที่อื่น เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัยในชีวิต
นายปัจจเทพกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนกับครอบครัวถูกคู่กรณีตามคุกคามมาโดยตลอด จนต้องขายบ้านย้ายหนี หลังจากตกเป็นข่าวได้ประมาณ 1 เดือน จากบ้านที่ปลูกอยู่อาศัยมานานกว่า 30 ปี ต้องอพยพย้ายไปอยู่ที่ใหม่ ซื้อบ้านใหม่ จากข่าวที่ไม่มีมูลความจริง แต่ศาลกลับมองว่าเป็นคดีลหุโทษ มีโทษปรับแค่เพียง 1 หมื่นบาท รับสารภาพเหลือปรับแค่ 5,000 บาท แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับครอบครัวตนกลับไม่ได้รับการเยียวยาใดๆ ทั้งๆที่เสื่อมเสียชื่อเสียงไปแล้ว และยังต้องขายบ้านทิ้งในราคาถูกกว่าราคาตลาดเพื่อย้ายไปซื้อบ้านหลังใหม่แทน จากการสร้างหลักฐานเท็จและเต้าข่าว ยอมรับว่าผิดหวังในคำตัดสิน
ด้าน นางศิรินทร์ทิพย์ ผู้เสียหายฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า หลังฟังคำตัดสินของศาลแล้ว ตนอยากจะขอคืนบัตรประชาชนได้ไหม ไม่อยากอยู่เมืองไทยเลย เหมือนไม่ได้รับความยุติธรรม ตนกับครอบครัวเลือกที่จะเงียบมาโดยตลอดนับตั้งแต่เกิดเรื่องปีกว่า หวังพึ่งกระบวนการความยุติธรรมของศาล ตอนนี้ก็ได้แต่หวังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายแทน ครอบครัวตนไม่เคยสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยลงโทษคนผิดแทน เพราะครอบครัวตนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย แต่ศาลกลับสั่งคนกุข่าวจ่ายเพียง 5,000 บาท ทำให้เราต้องสูญเสียบ้านซึ่งเป็นเรือนหอปลูกอยู่กันมานานกว่า 30 ปี ต้องขายทิ้งย้ายไปหาซื้อบ้านหลังใหม่อยู่แทน เพราะทนอยู่ที่เดิมไม่ไหว
นางศิรินทร์ทิพย์กล่าวว่า คู่กรณีไปกุข่าวสร้างเรื่องว่าตนนำคางคกไปปาใส่บ้านเขาทุกวัน ทั้งที่ไม่เป็นความจริง สุดท้ายศาลก็แค่สั่งปรับ โดยที่เขาไม่มีท่าทีสำนึกผิดหรือมากล่าวขอโทษครอบครัวตนสักคำ ทั้งๆ ที่ทำให้ครอบครัวตนเดือดร้อน อย่างไรก็ตาม ตนกับครอบครัวจะขอปรึกษากับทางทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ ซึ่งเป็นทนายที่ดูแลคดีนี้ให้กับครอบครัวตนอีกครั้ง ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปหลังศาลแขวงมีคำตัดสินเช่นนี้
ด้านทนายความส่วนตัวที่เดินทางมาฟังคำตัดสินด้วย กล่าวว่า ฝ่ายจำเลยคู่กรณีได้ให้การรับสารภาพในชั้นสืบพยานว่า ได้สร้างเรื่องเท็จขึ้นมา เพื่อใส่ร้ายฝ่ายโจทก์จริง จึงมีความผิดตามที่ฝ่ายโจทก์ยื่นฟ้องร้อง แต่ศาลได้ใช้ดุลยพินิจมองว่าเป็นความผิดไม่ร้ายแรงประกอบกับจำเลยชิงรับสารภาพ จึงเหลือแค่โทษปรับ 1 หมื่นบาท รับสารภาพลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่งเหลือเพียงปรับ 5,000 บาทเท่านั้น
ทนายความกล่าวอีกว่าจากที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายจำเลยให้การปฏิเสธขอต่อสู้มาโดยตลอด ทำให้ทางฝ่ายโจทก์ลูกความของตนยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายไปคนละ 3 แสนบาท ซึ่งหลังจากนี้ก็อยู่ที่ลูกความของตนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โดยใช้คำตัดสินของศาลฟ้องเอาผิดกับสื่อที่นำเสนอให้เกิดความเสียหายต่อไป
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลสั่งปรับ 5 พัน เพื่อนบ้านแสบ สารภาพกุเรื่อง ปาคางคก จนสองผัวเมียต้องขายบ้านหนี
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th