7 หุ้นนางฟ้า ตกสวรรค์ มาร์เก็ตแคปวูบ 7.5 แสนล้านดอลลาร์ ภายในวันเดียว
7 หุ้นนางฟ้า ตกสวรรค์ มาร์เก็ตแคปวูบ 7.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯภายในวันเดียว สูญเสียมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ฟินโนมีนา แนะขายทำกำไรหุ้นสหรัฐฯ ชี้หุ้น AI ราคาค่อนข้างแพง บลจ.กสิกรไทย ชี้เป็นโอกาสสะสม
เมื่อคืนวันที่ 24 ก.ค. 2024 หุ้นสหรัฐฯ โดยดัชนี S&P 500 ลดลง 2.31% Nasdaq ลดลง 3.64% ถือเป็นวันที่แย่ที่สุดในรอบกว่า 2 ปี แรงเทขายส่วนใหญ่มาจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เนื่องจากงบ Q2/24 ของ Tesla และ Alphabet เป็นที่น่ากังวล
ข้อมูลจากฟินโนมีนา ระบุว่ากลุ่มที่กระทบหนักสุดคือ หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่จำนวน 7 ตัว หรือที่ได้ฉายา 7 หุ้นนางฟ้า (Magnificent-7) นำโดย Tesla, Nvidia, Meta, Alphabet, Microsoft, Amazon และ Apple ซึ่งโดยรวมปรับลดลงไปประมาณ 5% โดยคิดเป็นมูลค่าบริษัทรวมกันหายไปถึง 7.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในวันเดียว นับเป็นวันที่ Magnificent-7 สูญเสียมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
ฟินโนมีนา มีมุมมองการลงทุนต่อหุ้นสหรัฐฯว่า ก่อนหน้านี้คาดการณ์ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีโอกาสพักฐานระยะสั้น จากความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อและดอกเบี้ยนโยบายที่ Price-in หรือตลาดรับรู้ไปแล้ว และน่าจะเกิดความผันผวนจากการเลือกตั้งสหรัฐฯ ช่วงปลายปี
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัวตามเงินเฟ้อ โดย ISM Manufacturing New Orders ซึ่งเป็นดัชนีชี้นำ GDP ปรับลงมาอยู่ที่ 45.4 สะท้อนความน่าจะเป็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเผชิญแรงกดดันในอนาคต
สำหรับหุ้นเทคโนโลยีกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก็มองว่าในปัจจุบันเริ่มมี Upside ที่จำกัด Valuation อยู่ในจุดค่อนข้างแพง
ฟินโนมีนา จึงปรับลดคำแนะนำหุ้นสหรัฐฯ เป็น “ถือ” สำหรับเป้าหมายระยะยาว และเป็นจังหวะขายทำกำไร สำหรับการลงทุนระยะสั้น
บลจ.กสิกรไทย ยังคงมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นสหรัฐฯ (Overweight) หุ้นเทคฯ ยังคงเป็นบริษัทที่มีกำไรเติบโตมาก เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่นๆ
และมองไปข้างหน้า Fed มีแนวโน้มลดดอกเบี้ยจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงอย่างชัดเจน และตลาดแรงงานที่ลดความร้อนแรงลง ดอกเบี้ยที่ลดลงจะเป็นปัจจัยหนุนให้กับกลุ่มเทคฯ หากมีการเทขาย
ทั้งนี้ Valuation ที่ปรับตัวลงมา จะเป็นโอกาสให้ทยอยเข้าซื้อและสะสมในระยะยาว ตามสัดส่วนในพอร์ตที่กำหนดไว้