หน้าจอแดชบอร์ด F1 กับข้อมูลที่นักแข่งต้องอ่านเป็น
การเป็นนักแข่งรถนั้นไม่เพียงแต่ว่าคุณจะต้องมีความสามารถในการขับอย่างเดียว คุณจะต้องมีความเข้าใจในการทำงานของรถ การเซตอัพ และการวิเคราะห์ข้อมูลที่จำเป็นบ้าง โดยเฉพาะกับการแข่งขันในระดับสูงสุดอย่าง Formula 1 ซึ่งข้อมูลนั้นมีผลต่อการทำผลงานมากมายจริงๆ
แล้วถ้าถามว่ามีข้อมูลอะไรบ้างที่นักแข่งจำเป็นที่จะต้องรู้ในระหว่างการแข่งขัน? ถ้าคุณผู้อ่านอยากทราบ เราจะพาไปชมตัวอย่างของแดชบอร์ด ซึ่งเป็นจอบอกข้อมูลบนพวงมาลัยรถแข่ง
จากภาพนี่คือแดชบอร์ดของ Ferrari ในระหว่างการวิ่งควอลิฟายหรือทำเวลาจัดอันดับกริดสตาร์ทที่ซาอุดิอารเบีย
- MODE PSH - เป็นโหมดที่ปรับให้หน้าจอแสดงข้อมูลตามที่เห็นในภาพ ซึ่งแดชบอร์ด F1 สามารถปรับการแสดงข้อมูลได้หลายรูปแบบโดยใช้ปุ่มหมุนบนพวงมาลัย
- 02:11.521 - เวลาต่อรอบที่ทำได้ในรอบล่าสุด
- 11462 - รอบเครื่องยนต์ในขณะนั้น (rpm)
- -0.14 - ความห่างของเวลากับรอบที่ใช้อ้างอิงแบบเรียลไทม์ (วินาที) ถ้าเป็นลบและตัวเลขมีสีเขียวแสดงว่ากำลังขับเร็วกว่ารอบที่ใช้อ้างอิง แต่ถ้าเป็นบวกและตัวเลขมีสีแดงแสดงว่ากำลังขับช้ากว่า
- 323 - ความเร็วของรถในขณะนั้น (km/h)
- 5 – จำนวนรอบที่ทำเวลาไปแล้วในเซสชั่นที่กำลังวิ่งอยู่
- 21, 21, 18, 17 – ความแตกต่างของอุณหภูมิยางในแต่ละล้อเมื่อเทียบกับอุณหภูมิตามเป้าที่ควรจะเป็น (๐C)
- 8 - เกียร์ที่ใช้ในขณะนั้น
- +1.0 – Brake Bias หรือแรงดันเบรกระหว่างล้อคู่หน้ากับหลัง ติดค่าบวกแสดงว่าแรงดันเบรกถูกปรับเพิ่มไปข้างหน้ามากกว่าค่าที่ถูกเซตเริ่มต้น
- 43 - สถานะของการชาร์จ บ่งบอกถึงระดับไฟในแบตเตอรี่ ERS (%) จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อมีระดับไฟต่ำกว่า 15%
- แถบด้านล่างสถานะของการชาร์จ - แถบที่แสดงระดับไฟในแบตเตอรี่ ERS แต่ละช่องแบ่งเป็น 5% และจะกลายเป็นสีแดงหากต่ำกว่า 15%
- 42:04 – เวลานับถอยหลังที่ผ่านไปแล้วในเซสชั่นที่กำลังขับอยู่ (นาที : วินาที)
สำหรับในการแข่งขันนั้นนักแข่งก็จะปรับหน้าจอแสดงผลไปใช้อีกแบบ ตามภาพจะเป็นแดชบอร์ดของ Alfa Romeo ในระหว่างการแข่งขันที่บาห์เรน
MODE RACE - นักแข่งจะปรับหน้าจอแสดงผลมาอยู่ในโหมด RACE ในระหว่างการแข่งขันโดยใช้ปุ่มหมุนบนพวงมาลัยเช่นเดิม นอกจากนั้นยังมีโหมดอื่นที่นักแข่งจะต้องปรับใช้ เช่น
MODE PUSH - สำหรับทำเวลา Hot Lap
- MODE RS - สำหรับการสตาร์ท
- MODE CHG – สำหรับรีชาร์จแบตเตอรี่
67% - สถานะของการชาร์จ บ่งบอกถึงระดับไฟในแบตเตอรี่ ERS
+0.12 - ความห่างของเวลากับรอบที่ใช้อ้างอิงแบบเรียลไทม์ (วินาที)
7 – เกียร์ที่ใช้ในขณะนั้น
01:38.29 – เวลาต่อรอบที่ทำได้ในรอบล่าสุด
42 – จำนวนรอบที่วิ่งไปแล้วในการแข่งขัน
60.3% - Brake Bias ถ้ามากกว่า 50% หมายถึงแรงดันเบรกไปจับด้านหน้ามากกว่าตามจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่แสดง
268 - ความเร็วของรถในขณะนั้น (km/h)
RACE - โหมดที่ใช้อยู่ในขณะนี้
แถบฟ้า-เหลือง, ฟ้า-เขียว – รหัสสีบ่งบอกถึงอุณหภูมิของยาง
ฟ้า - เย็นเกินไป
- เขียว - เหมาะสม
- เหลือง - ร้อนเกินไป
- แดง - โอเวอร์ฮีท
93, 89, 112, 106 - อุณหภูมิของยางในแต่ละล้อในขณะนั้น (๐C)
9 – โหมดสถานะของการชาร์จในขณะนั้น เช่น ปล่อยพลังงาน หรือ เก็บกู้พลังงาน
แถบด้านล่างของจอ - แถบที่แสดงระดับไฟในแบตเตอรี่ ERS แต่ละช่องแบ่งเป็น 10% และจะกลายเป็นสีแดงหากต่ำกว่า 10%
+3694 – ค่าแสดงความแตกต่างของอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่กำลังใช้ต่ออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของเป้าหมายที่ควรทำได้ เป็นค่าบวกแสดงว่ากำลังทำได้ดีกว่าเป้าหมาย ในขณะที่ค่าลบบ่งบอกว่ากำลังทำได้แย่และจำเป็นต้องหาทางเซฟเชื้อเพลิง
-1 - Brake Migration ค่าที่แสดงแรงดันเบรกถูกส่งไปส่วนหลังในระหว่างการเบรก
นี่คือตัวอย่างเบื้องต้นของหน้าจอที่แสดงในระหว่างการควอลิฟายและการแข่งขัน ซึ่งแต่ละทีมก็จะมีหน้าจอที่แสดงข้อมูลในตำแหน่งที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ที่นักแข่งของแต่ละทีมต้องการ
อ้างอิง : twitter.com/DrivenByData