โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Pride Clinic บำรุงราษฎร์ เพื่อสุขภาวะที่เท่าเทียมของ LGBTQ+

The Story Thailand

อัพเดต 14 พ.ย. 2566 เวลา 00.45 น. • เผยแพร่ 14 พ.ย. 2566 เวลา 00.45 น.

แม้สังคมโลกเริ่มเปิดกว้างสำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ+ ในทิศทางที่เป็นบวกมากขึ้นกว่าในอดีต แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าสิทธิและความเสมอภาคหลายประการถูกลดทอน ไม่ว่าจะเป็นความเท่าเทียมทางกฎหมาย การเข้าถึงบริการสุขภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพ หรือการยอมรับที่จริงใจจากสังคม

คลี่มิติสุขภาวะของ LGBTQ+

เพราะความตื่นตัวเกี่ยวกับประเด็นสุขภาพเฉพาะกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศเพิ่งเกิดขึ้นยังไม่ถึง 10 ปี ทำให้การพัฒนาศาสตร์ด้านนี้ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลวิจัยและมาตรฐานการดูแลรักษาเรียกว่าเป็นน้องใหม่เมื่อเทียบกับการแพทย์สาขาอื่น อีกทั้งความหลากหลายทางเพศซึ่งแบ่งออกเป็นหลายกลุ่มย่อย เช่น กลุ่มคนข้ามเพศ เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กซ์ช่วล เป็นต้น ดังนั้น การให้บริการจึงแตกต่างกันไปตาม “ความต้องการเฉพาะในแต่ละกลุ่ม” เช่น การใช้ฮอร์โมนเพื่อยืนยันเพศสภาพของกลุ่มข้ามเพศ หรือ การให้คำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์คู่รักเพศเดียวกัน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของระบบบริการสุขภาพที่สะท้อนผ่านผู้มีความหลากหลายทางเพศ กรณีพบเจอบริการที่ไม่เป็นมิตร ขาดความรู้ความเข้าใจและความละเอียดอ่อนต่อบุคคลหลากหลายทางเพศอย่างแท้จริง ขาดการดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการ ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา เช่น กลุ่มหญิงข้ามเพศบางคนเลือกที่จะซื้อฮอร์โมนซึ่งคือยาคุมกำเนิดกินเองจนเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ หรือฉีดซิลิโคนตามร่างกายเพื่อต้องการให้มีความเป็นหญิงที่ไม่ได้มาตรฐานทางการแพทย์จนเกิดการติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนระยะยาว

โดยเฉพาะ การขาดพื้นที่ปลอดภัยที่จะทำให้กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศได้สำรวจตัวเองโดยปราศจากการกดดัน หลายคนอาจโชคดีที่รับรู้เพศสภาพของตัวเองโดยง่าย แต่ในบางกรณี การรับรู้เพศสภาพอาจไม่ง่ายนัก เนื่องจากมีความท้าทายในชีวิตหลายอย่าง เช่น ครอบครัวไม่ยอมรับ ขัดกับหลักศาสนา หรือมีภาวะร่วม เช่น ออทิสติก ที่ทำให้ยากต่อทำความเข้าใจเพศสภาพของตนเอง

บริการสุขภาพที่เท่าเทียม

Pride Clinic โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่เป็นมิตร ครบวงจร มีประสิทธิภาพ และได้มาตรฐานบนหลักการรักษาที่เคารพต่อ “ความเท่าเทียมกันในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์”

นายแพทย์เบญทวิช สุรศาสตร์ไพศาล แพทย์ผู้ชำนาญสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว และเชี่ยวชาญการดูแลสุขภาพของบุคคลหลากหลายทางเพศกล่าวกับ The Story Thailand ถึงค่านิยม 4 ประการของ Pride Clinic ที่ต้องการทลายกำแพงการถูกปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมด้านบริการสุขภาพ และสร้างจุดแข็งที่แตกต่างด้วย 1) Inclusion การโอบรับบุคคลหลากหลายทางเพศในทุกช่วงวัย เชื้อชาติและศาสนา 2) Holistic care การดูแลแบบองค์รวมทั้งมิติกาย ใจ และสังคม 3) Integrated care บูรณาการการดูแลแบบสหสาขาวิชาชีพ และ 4) Personalized care การออกแบบการดูแลที่เหมาะกับความต้องการของผู้รับบริการแต่ละราย

“ความมุ่งหมายของเราต้องการเป็นคู่คิดด้านสุขภาพ (Lifetime Health Partner) ของผู้รับบริการไปตลอดทุกช่วงชีวิต และทำให้พวกเขาได้เป็นตัวของตัวเองในแบบฉบับที่ดีที่สุด (Be The Best Version of Yourself)”

ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม

Pride Clinic โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เลือกออกแบบบริการเป็น 4 รูปแบบ ให้ครอบคลุมทุกสุขภาวะและอุดรอยรั่วด้านบริการสุขภาพที่กลุ่มคนเหล่านี้เคยประสบ ได้แก่1) บริการดูแลเพื่อยืนยันเพศสภาพโดยตรง (Gender-Affirming Health service) ในการดูแลภาวะ Gender Incongruence หรือเพศสภาพที่ไม่สอดคล้องกับเพศกำเนิด เช่น ให้ฮอร์โมน ผ่าตัดกล่องเสียง ผ่าตัดหน้าอก ผ่าตัดแปลงเพศ เป็นต้น เพื่อให้ผู้รับบริการมีคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตที่ดี อยู่ในสังคมได้อย่างภาคภูมิในตัวเอง 2) บริการการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคสำหรับบุคคลหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+ Primary care service) เป็นการออกโปรแกรมการตรวจสุขภาพรวมถึงวัคซีนที่จำเป็นในแต่ละกลุ่ม 3) บริการดูแลสุขภาพเพศและภาวะการเจริญพันธุ์ (LGBTQ+ Sexual and Reproductive health service) อาทิ การให้ยาเพื่อการป้องกันติดเชื้อ HIV (PrEP) การดูแลอวัยวะเพศหลังการผ่าตัดเพื่อการยืนยันเพศสภาพ เช่น ช่องคลอดใหม่ องคชาตใหม่ ในระยะยาวต่อเนื่อง และ 4) บริการสุขภาพใจ (LGBTQ+ Behavioral health service) ทั้งประเด็นสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกับชายหญิงรักต่างเพศหรือภาวะเฉพาะที่พบในบุคคลหลากหลายทางเพศ เช่น การเปิดเผยความเป็น LGBTQ+ และการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ เช่น การถูกบูลลี่จากสังคม การรับมือกับครอบครัวที่ไม่ยอมรับ ปัญหาความสัมพันธ์ของคู่รักบุคคลหลากหลายทางเพศ หรือ รวมถึงการวางแผนการสร้างครอบครัวและการมีบุตร เป็นต้น

“หน้าที่ของเรา คือ เปลี่ยนกายเขาให้ตรงกับใจที่แท้จริง รวมถึงสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า คุณหมอที่ดูแลจะให้ความสำคัญและมีความละเอียดอ่อนในประเด็นความหลากหลายทางเพศ”

เปิดพื้นที่ปลอดภัยทั้งกายใจ

แพทย์ประจำตัว หนึ่งในบริการที่แตกต่างและเป็นจุดแข็งของ Pride Clinic เพราะสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้รับบริการกับแพทย์มีความสำคัญต่อการเปิดใจพูดคุยในทุกปัญหา ทำให้การดูแลมีความต่อเนื่อง และครบถ้วนทั้งกาย ใจ สังคม ตลอดจนดำเนินการปรึกษาส่งต่อให้กับแพทย์เฉพาะทาง เช่น กรณีผ่าตัดกล่องเสียง มีภาวะทางจิตเวชที่ซับซ้อน หรือมีโรคเจ็บป่วยอื่น ๆ ซึ่งกระบวนการในการดูแลทั้งหมดนี้ นับเป็นการบูรณาการการทำงานระหว่างแพทย์ประจำตัวและแพทย์เฉพาะทาง

ปัจจุบัน บุคลากรของ Pride Clinic ประกอบด้วย “แพทย์ประจำตัว” ทั้งหมด 5 ท่าน ซึ่งนอกจากความเชี่ยวชาญด้าน LGBTQ+ ยังเป็นแพทย์ที่ชำนาญการเฉพาะด้าน อาทิ ฮอร์โมน เวชศาสตร์ครอบครัว สูตินรีเวชวิทยา และเวชศาสตร์วัยรุ่น ผู้รับบริการสามารถเลือกได้ว่าอยากได้แพทย์ประจำตัวแบบไหน สไตล์ไหน และมีทีม“แพทย์ศัลยกรรมตกแต่งสำหรับคนข้ามเพศ” เฉพาะอีก 5 ท่าน ซึ่งทำงานร่วมกันในการให้คำปรึกษาหรือหาข้อสรุปที่ดีที่สุดให้กับผู้รับบริการ และ “แพทย์วิสัญญี” 1 ท่าน ที่มาช่วยดูแลระงับความปวดก่อน ระหว่างและหลังผ่าตัด รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำในคลินิกอีก 4 ท่าน ซึ่งพร้อมให้บริการ ณ สถานบริการแบบออนไซต์ หรือ ผ่านระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) แบบออนไลน์ ตามความสะดวกของผู้รับบริการ

ภายในคลินิกมีการจัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพที่โอบรับและเป็นมิตรกับบุคคลหลากหลายทางเพศ เช่น การประดับธงสีรุ้ง การมีโปสเตอร์และนิตยสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับบุคคลหลากหลายทางเพศ โดยเฉพาะ “การออกแบบห้องน้ำสาธารณะให้กับทุกเพศสภาพ (ALL Genders Restroom)” ซึ่งเป็นความใส่ใจในการรับฟังเสียงสะท้อนของผู้รับบริการ มีห้อง Education room และ consultation room ที่ออกแบบเพื่อรองรับการให้คำปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์โดยเฉพาะ การออกแบบแบบฟอร์มบันทึกข้อมูลผู้รับบริการที่สามารถระบุเพศสภาพที่แท้จริงของตัวเอง การเรียกชื่อ (Preferred name) และใช้สรรพนาม (pronoun) ตามความต้องการของผู้รับบริการเพื่อแสดงความเคารพในเพศสภาพที่เป็น รวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทั้งในคลินิกและเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของโรงพยาบาลราว 3 พันคน ซึ่งประจำอยู่ตามแผนกต่าง ๆ ให้เข้าใจถึงความละเอียดอ่อนในการสื่อสาร การใช้ถ้อยคำ อวัจนภาษาต่าง ๆ ที่เป็นมิตรและเหมาะสมกับบุคคลหลากหลายทางเพศ

“เราอยากให้บุคคลหลากหลายทางเพศทุกคนได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในเรื่องการความละเอียดอ่อนต่อความหลากหลายทางเพศทุกพื้นที่ในโรงพยาบาลของเรา”

คืน “คนที่ใช่” ให้กับตัวเอง

คุณหมอเบญทวิชยกกรณีศึกษาที่น่าประทับใจของเด็กผู้ชายข้ามเพศอายุ 11 ขวบ ซึ่งผ่านช่วงเวลายากลำบากที่ครอบครัวและโรงเรียนไม่เข้าใจ ทำให้มีภาวะซึมเศร้า ทำร้ายตัวเองเพราะเกลียดร่างกายที่มีความเป็นผู้หญิง และบางขณะก็มีพฤติกรรมก้าวร้าว จนคุณแม่พามาที่คลินิก เมื่อมีการพูดคุยกันแบบเปิดอกจนยืนยันแน่ชัดถึงภาวะของการมีเพศสภาพที่ไม่ตรงกับเพศกำเนิด และต้องการแสดงออกถึงตัวตนที่เขาเป็น จึงนำไปสู่กระบวนการดูแลทางการแพทย์ที่ถูกต้องในการให้ยาเพื่อชะลอการเข้าสู่วัยหนุ่มสาวชั่วคราว (pubertal blocker) จนกว่าจะเข้าสู่อายุที่เหมาะสมสำหรับการให้ฮอร์โมนเพื่อการยืนยันเพศสภาพต่อไป ทำให้ไม่ต้องทุกข์ทรมานจากการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ไม่สอดคล้องกับใจของเขา ตลอดจนการช่วยแนะนำโรงเรียนใหม่ที่เปิดกว้างให้เด็กได้แสดงความเป็นตัวตน ดังนั้น การที่ผู้รับบริการสามารถค้นเจอคลินิกที่เข้าใจเขาและให้การดูแลที่ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพ จึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนชีวิตเด็กคนหนึ่งที่สิ้นหวังให้กลับมามีกำลังใจ แต่ทำให้เด็กคนหนึ่งมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ในแบบที่เขาเป็น และได้เปล่งศักยภาพที่แท้จริงของเขาออกมา เด็กมีพลังที่จะสานฝันของตัวเองที่อยากเป็นนักกีฬา สิ่งเหล่านี้นำพาความสุขคืนสู่ครอบครัว โดยเฉพาะคุณพ่อคุณแม่ซึ่งดีใจมากเมื่อเห็นลูกมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างที่เขาต้องการ

“ในฐานะหมอที่ดูแลสุขภาพของผู้มีความหลากหลายทางเพศ เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องทำงานร่วมกับครอบครัว เพราะกระบวนการยืนยันเพศสภาพจะมีความสำเร็จสูงหากครอบครัวให้การยอมรับและสนับสนุน เราเป็นคนกลางที่ช่วยในการพูดคุยสื่อสารกับคนในครอบครัว เพื่อช่วยให้ผู้รับบริการไม่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือโดนทอดทิ้ง”

หมุดหมายบริการระดับเวิลด์คลาส

จากการดำเนินงานของ Pride Clinic โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ตลอดสองปีได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากจำนวนผู้รับบริการราว 300 คน จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยมีคนไทยที่มารับบริการในจำนวนที่เกิน 50%

โดยคุณหมอเบญทวิชบอกกับเราถึง การตั้งหมุดหมายในการพัฒนา Pride Clinic สู่การบริการที่เป็นมาตรฐานระดับสากล โดยการอ้างอิงการพัฒนามาตรฐานการดูแล ตามเกณฑ์การบริการทางการแพทย์ด้านสุขภาพของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศของประเทศสหรัฐอเมริกา ควบคู่ไปกับการพัฒนาองค์ความรู้อย่างต่อเนื่อง เช่น การฝึกอบรมเฉพาะเรื่อง LGBTQ+ สำหรับบุคลากรของคลินิก และ สำหรับกลุ่ม LGBTQ+ ในสหรัฐอเมริกา

“เราใช้เกณฑ์การให้บริการทางการแพทย์ตามมาตรฐานของประเทศสหรัฐอเมริกา และมุ่งหวังว่า Pride Clinic จะไปถึงเป้าหมายสู่การบริการทางการแพทย์ในกลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศ ที่มีคุณภาพระดับโลกภายในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งเราตั้งใจว่า Pride clinic จะไม่ใช่แค่การดูแลรักษาแค่ตัวโรค แต่เป็นการดูแลสุขภาพของคนทั้งคนที่ยึดผู้รับบริการเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง” คุณหมอเบญทวิชกล่าวปิดท้าย

นอกจากนี้ ที่ผ่านมา Pride Clinic โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับชุมชนชาว LGBTQ+ (Community Engagement) อย่างต่อเนื่อง และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ได้รับรางวัล Hospital Management Award ด้าน Diversity ซึ่งนับเป็นรางวัลที่ยืนยันถึงการจัดการทรัพยากรทางการแพทย์เพื่อตอบโจทย์ความหลากหลายได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...