โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ขนส่งฯ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ กำหนดให้ระบบห้ามล้อของรถยนต์ และการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์แสงสัญญาณของรถจักรยานยนต์ สอดคล้องตามมาตรฐานสากล เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

สวพ.FM91

อัพเดต 30 พ.ย. 2566 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 30 พ.ย. 2566 เวลา 06.57 น.

ขนส่งฯ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ กำหนดให้ระบบห้ามล้อของรถยนต์ และการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์แสงสัญญาณของรถจักรยานยนต์ สอดคล้องตามมาตรฐานสากล เริ่มมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

ตามที่ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้กรมการขนส่งทางบกพัฒนา ปรับปรุงข้อกำหนดทางเทคนิคด้านยานยนต์เพื่อให้รถมีความปลอดภัยในการใช้งาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเทียบเท่ามาตรฐานสากล เช่น ข้อกำหนดสหประชาชาติ (UN Regulations) ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางเทคนิคด้านยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลและเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก และเป็นการส่งเสริมให้บรรลุผลตามเป้าหมายทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน (Decade of Action for Road Safety 2021-2030) โดยนายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้ออกประกาศหลายฉบับ อาทิเช่น มาตรวัดความเร็ว (UNR39) อุปกรณ์มองภาพรถจักรยานยนต์ (UNR81) กระจกนิรภัย (UNR43) แตรสัญญาณ (UNR28) จุดยึดเข็มขัดนิรภัย (UNR14) การติดตั้งเข็มขัดนิรภัย (UNR16) ที่นั่งและจุดยึดที่นั่งและพนักพิงศีรษะ (UNR17) ระบบห้ามล้อรถจักรยานยนต์ (UNR78) ระดับเสียง (UNR41/51) และความปลอดภัยทางไฟฟ้าของยานยนต์ไฟฟ้า (UNR100/136) เป็นต้น ซึ่งส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ดังกล่าวต้องได้รับการรับรองแบบจากกรมการขนส่งทางบกก่อน รถจึงจะสามารถจดทะเบียนเพื่อใช้งานบนท้องถนนได้ ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้เดินหน้ายกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถอย่างต่อเนื่อง และได้ออกประกาศกรมการขนส่งทางบกเพิ่มเติม 2 ฉบับ ได้แก่ 1) ประกาศระบบห้ามล้อรถยนต์(1) (สอดคล้องตามข้อกำหนดสหประชาชาติที่ 13H หรือ UN Regulation No.13H) เพื่อกำหนดมาตรฐานของระบบห้ามล้อรถยนต์ เช่น อุปกรณ์ห้ามล้อ ระบบห้ามล้อหลัก ระบบห้ามล้อสำรอง ระบบห้ามล้อขณะจอด และระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-lock system) เป็นต้น และ 2) ประกาศการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์แสงสัญญาณของรถจักรยานยนต์(2) (สอดคล้องตามข้อกำหนดสหประชาชาติที่ 53 หรือ UN Regulation No.53) เพื่อกำหนดมาตรฐานของอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์แสงสัญญาณของรถจักรยานยนต์ รวมทั้ง สี จำนวน ตำแหน่ง การมองเห็น ทิศทางการส่องของแสง และสัญญาณแสดง (Tell-tales) เป็นต้น โดยประกาศกรมการขนส่งทางบกทั้ง 2 ฉบับ จะเริ่มมีผลใช้บังคับกับแบบรถใหม่ที่ผลิต ประกอบ หรือนำเข้า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวต่อไปว่า ในการจดทะเบียนรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ผู้ผลิต ประกอบ หรือนําเข้ารถยนต์นั่ง (ที่มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 9 ที่นั่ง) รถยนต์บรรทุก (ที่มีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม) และรถจักรยานยนต์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อ “จำหน่าย” หรือ “ใช้เองเกินกว่าจำนวนที่กำหนด” (3 คัน/แบบ/ปี สำหรับรถยนต์ และ 5 คัน/แบบ/ปี สำหรับรถจักรยานยนต์) ต้องขอรับรองแบบส่วนควบและเครื่องอุปกรณ์ของรถกับกรมการขนส่งทางบกก่อนจึงจะสามารถจดทะเบียนได้ โดยผู้ผลิต ประกอบ หรือนําเข้ารถต้องจัดเตรียมเอกสารสำหรับยื่นขอรับรองแบบ เช่น เอกสารแสดงข้อมูลรายละเอียดรถ รายงานผลการทดสอบ และเอกสารแสดงการตรวจสอบการผลิตให้เป็นไปตามต้นแบบ รวมทั้ง เตรียมรถต้นแบบเพื่อเข้ารับการตรวจสอบ โดยสามารถยื่นขอรับรองแบบ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มมาตรฐานยานยนต์ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ อาคาร 6 ชั้น 3 กรมการขนส่งทางบก เบอร์ 0-2271-8603 หรือเว็บไซต์ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ https://aeb.dlt.go.th/th อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวในที่สุด

หมายเหตุ (1) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ ระบบการทำงาน และสมรรถนะ และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบระบบห้ามล้อของรถยนต์ พ.ศ. 2565 (2) ประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดคุณสมบัติ คุณลักษณะ ระบบการทำงาน และสมรรถนะ และกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการรับรองแบบการติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์สัญญาณของรถจักรยานยนต์ พ.ศ. 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...