โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

กระชับสัดส่วน “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เมื่อใกล้เกษียณ

Wealthy Thai

อัพเดต 02 ก.ย 2567 เวลา 21.07 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2566 เวลา 10.11 น.

โดย:ฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ดังสำนวนภาษาอังกฤษที่กล่าวไว้ว่า Rome was not built in a day แปลตรงตัวได้ว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว เฉกเช่นเงินในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ไม่ได้สะสมภายในวันเดียวเช่นกัน การจะสะสมเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้เติบโตนั้นต้องใช้ระยะเวลาหลายปี ดังนั้น ยิ่งช่วงใกล้เกษียณ เงินที่พยายามสะสมมาตลอดเส้นทางการทำงานนั้น จะต้องอยู่รอดปลอดภัยไม่หายไปก่อนเกษียณ
เมื่ออยู่ในช่วงอายุใกล้เกษียณ สมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (สมาชิก) ควรกลับมาทบทวนพอร์ตโฟลิโอกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (พอร์ต) ของตนว่า สอดคล้องกับความต้องการลงทุนและความเสี่ยงที่ตนเองรับได้เพื่อรองรับการเกษียณหรือไม่ หากสมาชิกเลือกลงทุนตามนโยบายต่าง ๆ ด้วยตนเอง (DIY) หรือเลือกตามแผนลงทุนสำเร็จรูป สมาชิกจำเป็นต้องปรับสัดส่วนการลงทุนด้วยตนเอง ซึ่งตามทฤษฎีนั้น ควรปรับสัดส่วนสินทรัพย์โดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงหรือมีความเสี่ยงต่ำ เพื่อให้เงินในกองทุนมีความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการได้รับผลกระทบจากความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี แม้ในทางทฤษฎีจะแนะนำให้สมาชิกที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณปรับสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ในสินทรัพย์ที่ปลอดภัย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงหรือความเสี่ยงต่ำ 100% เสมอไป หากแต่ควรพิจารณาว่ามีสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดและเป็นจำนวนเท่าไร นอกจากเรื่องความเสี่ยงที่สมาชิกสามารถยอมรับได้แล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงเรื่องการรักษามูลค่าและการเติบโตของพอร์ต ค่าเสียโอกาส ค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากการปรับเปลี่ยนกองทุน และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น สภาวะเศรษฐกิจและตลาดทุนด้วย เป็นต้น
ขอยกตัวอย่างเพื่อช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น เช่น หากปัจจุบัน นาย A ซึ่งใกล้เกษียณอายุ มีพอร์ตลงทุนในหุ้นทั้งหมด 100% นาย A ควรจะปรับพอร์ตดังกล่าวให้มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นให้น้อยลงเพื่อบริหารความเสี่ยง เช่น ลดการลงทุนในหุ้นเหลือ 30% และที่เหลือเป็นตราสารหนี้หรือเงินฝากธนาคาร 70% เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงและรักษามูลค่าพอร์ต หากต่อมาเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง (หุ้นตก) มูลค่าพอร์ตของนาย A อาจได้รับผลกระทบทางลบเล็กน้อย เงินส่วนใหญ่ในพอร์ตยังปลอดภัย และการมีสัดส่วนลงทุนในหุ้น 30% ก็จะทำให้พอร์ตของนาย A ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกหากเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น (หุ้นขึ้น) ในทางกลับกัน หากนาย A ไม่ได้ปรับพอร์ต โดยยังคงลงทุนในหุ้น 100% หากต่อมาเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาลง (หุ้นตก) มูลค่าพอร์ตของนาย A อาจได้รับผลกระทบทางลบค่อนข้างมาก เงินส่วนใหญ่หายไป อย่างไรก็ดี มูลค่าพอร์ตอาจได้รับผลกระทบทางบวกค่อนข้างมากเช่นกันหากเศรษฐกิจอยู่ในช่วงขาขึ้น (หุ้นขึ้น)
จากตัวอย่างข้างต้น จะเห็นได้ว่าผลกระทบต่อมูลค่าและการเติบโตของพอร์ตที่นาย A จะได้รับจากการปรับหรือไม่ปรับพอร์ตมีความแตกต่างกัน ดังนั้น สมาชิกที่อยู่ในวัยใกล้เกษียณจึงควรพิจารณาระดับความเสี่ยงและสัดส่วนการลงทุนให้เหมาะสม เพื่อรักษามูลค่าและการเติบโตของพอร์ตตนเองให้ได้ดีที่สุด
สำหรับกรณีที่สมาชิกมีนโยบายการลงทุนให้เลือกแบบสมดุลตามอายุ (Target Date หรือ Life Path) การเลือกนโยบายการลงทุนลักษณะนี้ อาจเป็นทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์สำหรับสมาชิกที่ไม่ถนัดในการปรับสัดส่วนการลงทุนด้วยตนเองเนื่องจากจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนให้อัตโนมัติตามระยะเวลา เป็นการอำนวยความสะดวกและช่วยลดความซับซ้อนของการวางแผนการลงทุนให้กับสมาชิก พร้อมกับการมีมืออาชีพอย่างบริษัทจัดการมาช่วยดูแลการปรับสัดส่วนการลงทุนให้มีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องในแต่ละช่วงอายุชีวิตการทำงาน โดยสมาชิกไม่ต้องคอยกังวลว่าช่วงอายุใดควรปรับสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง (ความเสี่ยงต่ำ) และสินทรัพย์ที่เติบโตสูง (ความเสี่ยงสูง) ในสัดส่วนเท่าไร ดังตัวอย่างด้านล่างนี้

หมายเหตุ 1. ที่มาของรูป https://www.thaipvd.com/uploads/document/bcdd5229-e72a-4f9a-aec8-8e72a64a5f6f
2.สัดส่วนการลงทุนข้างต้นเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น โดยแต่ละกองทุน Target Date หรือ Life Path ของแต่ละบริษัทจัดการ จะมีความแตกต่างกันในเรื่องสัดส่วนและการบริหารแผนการลงทุน
ไม่ว่าสมาชิกจะเลือกลงทุนตามนโยบายต่าง ๆ ด้วยตนเอง (DIY) หรือนโยบายการลงทุนแบบสมดุลตามอายุ (Target Date หรือ Life Path) สิ่งสำคัญที่สุดที่สมาชิกควรคำนึงถึงคือ การลงทุนให้สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ตนยอมรับได้ และการบริหารความเสี่ยงเพื่อรักษามูลค่าและการเติบโตของพอร์ตไปพร้อมกัน เพื่อความปลอดภัยของเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของท่านยามเกษียณที่เปรียบเสมือนโบนัสก้อนสุดท้ายที่ได้รับจากชีวิตการทำงาน ดังนั้น ขอให้สมาชิกทุกท่านศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้รอบคอบและพิจารณาทางเลือกที่เหมาะสมกับตนเองให้มากที่สุดเพื่อสุขภาพทางการเงินที่ดีหลังเกษียณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...