โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

สวมร่างพลิกวิกฤตนางร้าย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 23 พ.ค. 2567 เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 13.12 น. • ไฟนอลนั้นฉันตาย
วันแรกของการสวมร่าง เซี่ยซือเหยาสามารถพลิกวิกฤตที่เจ้าของร่างคนเก่าก่อเอาไว้ให้เป็นมหันตภัยได้อย่างน่าทึ่ง!

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องย่อ

เซี่ยซือเหยาค้นพบว่าตัวเองอยู่ในร่างของนางร้ายที่มีชื่อแซ่เดียวกับตัวเองในสถานการณ์ที่เลวร้ายที่ยากจะแก้ไขด้วยคำพูด เจ้าของร่างคนเก่าวางยาว่าที่พี่เขยในงานหมั้นของเขาและพี่สาวของตัวเองด้วยหวังที่จะเปลี่ยนตัวเจ้าสาว แต่ทว่าเธอกลับโดนเขาแก้เกมและกลายเป็นคนที่ได้รับความเดือดร้อนเสียเอง

จุดจบของนางร้ายหลังเหตุการณ์นี้มีแต่คำว่านรก ซึ่งมันจะไม่อะไรเลยหากคนที่ได้รับผลกระทบนั้นจะเป็นเจ้าของร่างตัวจริง หาใช่คนที่มาสวมร่างอย่างเธอ เซี่ยซือเหยามีทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวคือต้องพลิกวิกฤตครั้งนี้ให้จงได้!

Trigger Warning

Abusive relationship ความสัมพันธ์ที่มีการทำร้ายร่างกาย การใช้ความรุนแรงต่อกันทั้งทางคำพูด ร่างกายและจิตใจ หรือกระทั่งทางเพศ มีการพูดเพื่อให้ผู้อื่นด้อยค่า / Attempted Murder มีการพยายามฆ่า / Ageism การเหยียดคนเพราะอายุ / Anxiety ความวิตกกังวล
/ Bullying มีการบุลลี่ กลั่นแกล้งรังแกโดยผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า / Classism การเหยียดชนชั้น / Coercion การใช้ความสัมพันธ์หรืออำนาจที่เหนือกว่าในการบีบบังคับหรือโน้มน้าวให้อีกฝ่ายต้องกระทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ / Force การกระทำที่ถูกบังคับ / Famine ความอดอยาก / Humiliation การทำให้อีกฝ่ายได้รับความอับอาย

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ มีการคาบเกี่ยวของช่วงเวลาที่เบาบาง สถานที่ปรากฏในเรื่องเช่นชื่อหมู่บ้าน โรงเรียนและอื่นๆ เป็นชื่อที่สมมติขึ้น ตัวละครมีการกระทำที่ไม่เหมะสมไม่ควรลอกเลียนแบบ ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาในการสนับสนุนและผลักดันการกระทำผิดทุกประเภท โปรดแยกโลกความจริงและนิยายออกจากกัน สุดท้ายนี้หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะสนุกไปกับจินตนาการที่โลดแล่นของผู้แต่ง

แผนการที่ถูกตีกลับ

แผนการที่ถูกตีกลับ

“แฮ่ก สวยจริงๆ เลย”

เซี่ยซือเหยารู้สึกเวียนหัว ร่างกายของเธอร้อนผ่าวราวกับคนเป็นไข้ ที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอหายใจไม่ออกเหมือนจะตายเสียให้ได้ ดวงตาของเธอพร่าเลือนมองสิ่งใดไม่ชัดแต่หลังจากความพยายามอันหนักหน่วงเธอก็พอจะมองรอบด้านเห็นบ้างแล้ว

ห้องนอนเก่าๆ นี่ทั้งคุ้นและไม่คุ้นไปในคราวเดียวกันช่างน่าสับสนเหลือเกิน ซือเหยาไม่รู้ว่าที่นี่ที่ไหน ยิ่งไปกว่านั้นคือชายอัปลักษณ์ที่กำลังคร่อมร่างของเธออยู่นั้นน่ารังเกียจเป็นอย่างมาก

เขาหอบหายใจแรงราวกับหมู กลิ่นเหม็นน่าอาเจียนพวยพุ่งออกมาไม่หยุดยั้ง ใบหน้าตอบขึ้นสีแดงก่ำ ทั่วร่างแสดงออกซึ่งความกระสันอยากอย่างถึงที่สุด นี่มันสถานการณ์อะไรกัน หลังจากที่เธอโดนแทงโดยคนโรคจิตที่ตามติดชีวิตเธอมาเป็นเดือน ถ้าไม่ไปตื่นที่โรงพยาบาลอย่างน้อยก็น่าจะไปนรกสิ การมาตื่นใต้ร่างชายลามกนี่ไม่ควรอยู่ในตัวเลือกเลยแม้แต่น้อย

“ออกไป” เซี่ยซือเหยาเค้นเสียงไล่ เธอค้นพบว่าตัวเองไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย หากให้เทียบแล้วในเวลานี้ด้วงคงจะแข็งแรงกว่าเธอเสียอีก

“อย่าขัดขืนไปเลย เป็นเธอเองนะที่ให้ท่าฉัน”

“พูดบ้าอะไร” เซี่ยซือเหยาผลักอีกฝ่ายออกอย่างไม่สบอารมณ์แต่เขากลับไม่ขยับสักนิด

ดูจากร่างกายผอมที่มีแต่หนังหุ้มกระดูกนั่นไม่มีทางที่จะแข็งแรงกว่าหญิงสาวที่ถูกบำรุงให้อยู่ดีกินดีแบบเธอได้เลย ถ้าไม่เป็นเพราะแรงของเธอหดหายเขาคงปลิวไปติดกับกำแพงนานแล้ว

“เธอกำลังถ่วงเวลาอะไร เป็นเธอที่นอนอ่อยฉันในเวลาที่คนอื่นๆ ในครอบครัวของเธอกำลังร่วมยินดีกับการหมั้นของพี่สาวเธออยู่ไม่ใช่หรือยังไง”

เซี่ยซือเหยาปวดหัวหนัก หลังจากนั้นเธอก็ค้นพบความทรงจำสายหนึ่งที่แตกต่างจากความทรงจำดั้งเดิมของเธอ ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเธอตายแล้วและตอนนี้เธอกำลังอยู่ในร่างของเซี่ยซือเหยาที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับเธอและตายในเวลาเดียวกันด้วย

เจ้าของร่างคนเก่าคิดวางยาปลุกกำหนัดหยางเผยซึ่งเป็นว่าที่พี่เขยของตัวเอง เธอชอบเขาและไม่ต้องการให้ลูกพี่ลูกน้องได้ดีกว่าตัวเอง สิ่งนั้นผลักดันให้เธอทำอะไรบ้าๆ ลงไป

เซี่ยซือเหยาผสมยาปลุกลงในแก้วเหล้าแล้วทำทีเป็นขอดื่มกับว่าที่พี่เขย แต่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายรู้แผนการของเธอได้อย่างไร เขาสลับแก้วเหล้าทั้งสอง หลังจากนั้นคนที่โดนยาก็เป็นเจ้าของยาเอง ช่างน่าสมเพชเหลือเกิน

ไม่หมดเพียงเท่านั้น เซี่ยซือเหยายังโดนขังไว้ในห้องกับชายอัปลักษณ์แซ่จางที่คนทั้งหมู่บ้านรังเกียจอีกด้วย นี่เป็นยุค 70 ของจีน หากชายหญิงมีสัมพันธ์กันโดยไม่ใช่สามีภรรยาแล้วถูกคนอื่นจับได้พวกเขาจะได้รับโทษที่น่ากลัว ไม่ว่าจะการประจาน การปาหินหรือแม้กระทั่งการทรมาน

เรื่องราวนี้คุ้นๆ เหมือนในนิยายที่เธออ่านก่อนตายไม่มีผิด แม้เธอจะอ่านนิยายอยู่หลายเรื่องแต่มีเพียงเรื่องเดียวที่นางร้ายชื่อแซ่เหมือนกับเธอ เมื่อลองคิดดูดีๆ พระเอกของเรื่องก็ชื่อเหมือนกับว่าที่พี่เขยของเธอด้วย!

หากอ้างอิงจากเนื้อเรื่อง เซี่ยซือเหยาจะเสียตัวให้กับชายอัปลักษณ์แซ่จาง จากนั้นพี่เขยผู้เหี้ยมโหมแต่มีโหมดอ่อนโยนให้นางเอกคนเดียวก็จะพาคนอื่นเข้ามาในห้องแล้วเรื่องงามหน้านี้ก็จะถูกเปิดเผย

สุดท้ายครอบครัวเซี่ยก็ตัดสินใจให้เซี่ยซือเหยาแต่งกับชายอัปลักษณ์คนนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เธอถูกทหารพาตัวไป แม้ว่าแม่แท้ๆ ของเธอจะไม่ยินยอมก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้ ชีวิตของเซี่ยซือเหยาถือว่าจบสิ้นแล้ว เธอต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นกับชายที่ข่มขืนตัวเองในขณะที่พระเอกนางเอกมีความสุขชื่นมื่น เวลาผ่านไปเซี่ยซือเหยาที่แสนเอาแต่ใจและร้ายกาจก็ทนไม่ไหวตัดสินใจฆ่าชายแซ่จางแล้วหนีไป ในท้ายที่สุดเธอถูกจับและไม่ได้รับการปล่อยตัว

เซี่ยซือเหยาตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ไม่ใช่ว่าชายอัปลักษณ์ผู้นี้กำลังจะทำเรื่องเลวทรามกับเธอหรอกเหรอ ดวงตากลมกรอกมองรอบห้องเพื่อหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง หากไม่อยากอยู่อย่างตายทั้งเป็นก็ต้องสู้

เซี่ยซือเหยาคนเก่าชดใช้กรรมด้วยการตายเพราะยาปลุกกำหนัดไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่รู้สึกว่าควรจะชดเชยอะไรให้กับพระเอกของเรื่องอีก หากอยากได้เขาก็ต้องไปเยือนปรโลกเพื่อถามเอากับวิญญาณแทนแล้ว

“หยุดนะ ไอ้เวรกุ้งแห้ง” ซือเหยาเอามือดันคางอีกฝ่ายเอาไว้อย่างรังเกียจเมื่ออีกฝ่ายแลบลิ้นจะเลียหน้าเธอให้ได้ โรคจิตชัดๆ เลยแบบนี้

“มาเป็นเมียฉันเถอะ”

“ต้นกล้วยยังหรูไปเลยสำหรับคนอย่างแก”

“ปากดีนักนะนังนี่” มือแห้งติดกระดูกเงื้อขึ้นสูงตั้งท่าจะตบเต็มที่ ซือเหยาเห็นช่องโหว่ไม่รอช้ารวบรวมแรงอันน้อยนิดเอาขาเกี่ยวคออีกฝ่ายแล้วล็อกเอาไว้

“อ่อก ป ปล่อยนะ” ชายแซ่จางดันขาซือเหยาออกอย่างเอาเป็นเอาตาย เห็นแบบนั้นซือเหยาจึงทิ้งน้ำหนักไปที่ต้นขาหนั่นแน่นของตัวเองเพื่อทับคออีกฝ่ายเอาไว้ไม่ให้เขายกขาเธอออกได้

“แกหื่นไม่เลือกที่เองนะ ถึงแม้ว่าฉันคนก่อนจะอยากมีผัวจนตัวสั่นแต่ก็ไม่ได้อยากได้แก จำไว้!”

จางผอมแห้งร้องเสียงดังเมื่อซือเหยายันกายขึ้นไปจิ้มลูกตาเขา ด้วยกลัวคนอื่นเข้ามาเห็นเธออยู่กับชายคนนี้ซือเหยาจึงคว้าผ้าห่มมายัดปากอีกฝ่ายเพื่อกักกันเสียงร้อง

“ยังอยากได้ฉันเป็นเมียอยู่ไหม” จางอัปลักษณ์พยักหน้าทั้งที่มีผ้าห่มอุดปากอยู่ ดูท่าว่าเจ็บแค่นี้มันจะไม่จำสินะ

ซือเหยาเอาขาออกจากคออีกฝ่ายเพื่อโถมตัวเอากำปั้นกดคอของจางผอมแห้งไว้กับเตียงแทน ร่างติดกระดูกดีดดิ้นไปมาราวกับคนจะตายเสียให้ได้ แน่นอนว่ามันเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะกำปั้นบวกน้ำหนักตัวของเธอกดหลอดลมเขาอยู่จนอากาศผ่านไม่ได้ ที่เธอต้องโถมทั้งตัวเพราะโดนฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดจนเรี่ยวแรงหดหาย หากใช้แค่แรงแขนไม่มีทางที่จะทำให้อีกฝ่ายจะตายได้หรอก

“อยากมีชีวิตอยู่หรือว่าตายล่ะ เลือกดีๆ นะ”

“ย อยู่” เซี่ยซือเหยาหรี่ตาลงท่าทีดูไม่เชื่อแม้แต่น้อย แรงกดที่ไม่ผ่อนลงเลยทำเอาชายผอมแห้งตกใจกลัวว่าตัวเองจะตายจริงๆ

“ฉัน..ไม่ทำแล้ว แค่ก ไม่ทำแล้วจริงๆ”

“ห้องนี้คือห้องหอของผมกับซูหนิงหรือเปล่าครับ” เสียงที่ดังขึ้นนอกห้องทำให้ซือเหยาตื่นตระหนก ช่วงเวลานั้นมาถึงแล้วสินะ…ว่าที่พี่เขยผู้นี้เหี้ยมโหดไม่เบาเลย

“อาเผยไม่ใช่ห้องนั้น” เสียงของเซี่ยเหยียนผู้เป็นพ่อของนางเอกอย่างเซี่ยซูหนิงและเป็นอารองของซือเหยาร้องห้าม แต่ไม่ทันแล้ว หยางเผยผลักประตูห้องเข้าไปแล้วเรียบร้อย

“อ้า!”

นางหลิวซือเจียงแม่ของเซี่ยซือเหยาร้องลั่นเพราะห้องที่ถูกเปิดคือห้องของลูกสาวเธอ จะเป็นอย่างไรหากซือเหยาเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ นั่นไม่ใช่เรื่องน่าอายและเสื่อมเสียหรอกเหรอ ว่าที่หลานเขยทำไมถึงทำอะไรหุนหันพลันแล่นแบบนี้

แม้ว่าจริงๆ แล้วเธอจะอยากได้เขาเป็นลูกเขยแทนหลานเขย แต่ให้เอาลูกสาวเข้าแลกด้วยวิธีแบบนี้เธอยอมรับไม่ได้ ลูกสาวของเธอสูงส่งไม่ควรแปดเปื้อนมลทินใดๆ แม้แต่น้อย หากเซี่ยซือเหยาต้องการแย่งผู้ชายสักคน คนที่เสื่อมเสียต้องเป็นผู้อื่นไม่ใช่ลูกสาวของนาง

“คุณทำอะไร คุณไม่ควรมาเปิดห้องลูกสาวผมแบบนี้ นี่มันเสียมารยาทมากนะ”

เซี่ยเลี่ยงซูผู้เป็นพ่อของซือเหยารีบปรี่เข้ามาด้วยท่าทางไม่พอใจสุดแสน แม้ว่าปกติเขาจะไม่สู้คนแต่กับเรื่องของลูกสาวเขาขอสู้ขาดใจ ชายผู้นี้มีสิทธิ์อะไรมาเปิดห้องลูกสาวเขา หากไม่ใช่เพราะมีครอบครัวอยู่ด้วยเซี่ยเลี่ยงซูคงพลั้งมือทำร้ายอีกฝ่ายไปแล้ว

“ขอโทษด้วยครับคุณอา เป็นความเข้าใจผิดของผมเอง” หยางเผยแสดงความนอบน้อมเพื่อให้อีกฝ่ายคลายอารมณ์ เขาจะก่อเรื่องใหม่ไม่ได้เพราะเรื่องที่เขาอยากให้ทุกคนสนใจคือเรื่องในห้องนี้ต่างหาก

“ทีหลังก็รู้ไว้และระวังด้วย นี่ไม่ใช่ห้องที่คุณอยากเปิดก็เปิด” แม้ว่าหยางเผยจะมีตำแหน่งทางทหารยศสูงเซี่ยเลี่ยงซูก็ไม่กลัวเลยสักนิด เพื่อลูกสาวแล้วเขาหน้ามืดตามัวได้มากกว่านี้อีก

“ผมเข้าใจแล้วครับ”

“ขอโทษแทนพี่เผยด้วยนะคะอาสาม เป็นความผิดของฉันเองค่ะที่ไม่แนะนำห้องหอให้พี่เผยตั้งแต่แรก”

หยางเผยกุมมือของคนรักไว้แน่นเมื่อเธอรับผิดแทนเขา ซึ่งเรื่องนี้เขาไม่อยากให้เธอมายุ่งเกี่ยวด้วยเลย เป็นเพราะเซี่ยซือเหยาแท้ๆ ที่ทำให้คนรักของตนต้องออกหน้า แม้ว่าเขาจะแก้แค้นเธอไปแล้วแต่ก็ยังแค้นเคืองอยู่ดี

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!”

เซี่ยจือโจวชายชราผู้เฒ่าของบ้านเซี่ยตวาดเสียงดังเมื่อมองเข้าไปในห้องของหลานสาว หยางเผยลอบยิ้มออกมาโดยไม่ให้ใครเห็น เขาตีเนียนมองตามสายตาของคนอื่นไปราวกับไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

“ไอ้เวรแซ่จางอัปลักษณ์ แกมาอยู่ในห้องลูกสาวฉันได้ยังไงออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” หลิวซือเจียงตวาดลั่น ไม่ว่าเปล่านางยังคว้าเอาไม้กวาดไปทุบตีคนที่นอนอยู่บนเตียงลูกสาวตนเองด้วย

“แกมาบ้านเราได้ยังไง ใครให้แกมา แล้วมาอยู่ในห้องลูกสาวฉันตั้งแต่ตอนไหน ดูสิ เนื้อตัวสกปรกของแกทำให้เตียงที่แสนจะสะอาดของเหยาเหยาเปื้อนไปหมดแล้ว ไสหัวแกลงมานี่เลย!” นางหลิวใช้ลำตัวอวบหนาและแรงมหาศาลโยนชายแซ่จางลงจากเตียงจากนั้นก็ทุบตีเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

ไม่ว่าชายผอมติดกระดูกจะร้องไห้โหยหวนแค่ไหนนางหลิวก็ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดตีเลยแม้แต่น้อย ผ้าปูนี่นางเพิ่งจะเก็บเงินซื้อให้ลูกสาวใช้ตอนนี้มันสกปรกไปหมดแล้ว แม้จะซักได้แต่ใครจะให้ลูกสาวนอนทับที่ของชายโสโครกคนนี้กัน มันมีแต่ต้องเปลี่ยนใหม่เท่านั้น

“แกไปหาเงินมาเลยนะ ไปเอาเงินมาซื้อผ้าปูเตียงอันใหม่ให้เหยาเหยา ไม่อย่างนั้นฉันจะตีแกให้ตาย! เตียงของลูกสาวฉันใช่ที่อยู่ของแกอย่างนั้นเหรอไอ้ขยะนี่”

แม้ว่านี่จะโหดร้ายมากแต่ทุกคนก็คิดว่าสมควรแล้ว ชายคนนี้ไม่เป็นที่ต้อนรับของใครทั้งนั้น เขาทั้งสกปรกและเลวทราม อีกฝ่ายไม่ทำงานทำการชอบลักเล็กขโมยน้อย ทำอนาจารผู้อื่น เกาะแม่กินและทำร้ายแม่ผู้ชราของตัวเองอยู่บ่อยครั้ง ที่เขายังไม่โดนจับก็เพราะแม่ของเขานั่นแหละที่ออกหน้าปกป้อง

หยางเผยคิ้วขมวดมุ่น เรื่องมันไม่ควรจะเป็นแบบนี้สิ ทุกคนควรมาเจอตอนที่เซี่ยซือเหยาและชายคนนี้มีอะไรกัน จากนั้นชีวิตของเธอก็จะพังจนกู่ไม่กลับ ไม่ใช่มีแค่ชายคนนี้คนเดียว

“พ่อเหยาเหยามาช่วยฉันลากมันไปบ้านจาง วันนี้ฉันต้องได้เงินค่าผ้าปูใหม่ ไม่อย่างนั้นไอ้เวรนี่ก็ต้องติดคุก!” เซี่ยเลี่ยงซูและเซี่ยปินลูกชายคนโตของบ้านสามปรี่เข้าไปลากร่างผอมแห้งเดินตามหลังนางหลิวออกจากบ้านไป

“ทำแบบนี้จะดีหรือคะ” นางซุนลี่ผู้เป็นแม่ของเซี่ยซูหนิงเอ่ยขณะมองตามหลังน้องสะใภ้สามไป

“ชายแซ่จางอยู่ในห้องของเหยาเหยาก็ถือว่าเป็นเรื่องของบ้านสาม ให้พวกเขาจัดการกันไปเถอะ” นางหลี่เหมยกุ้ยผู้เป็นย่าของบ้านเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง โชคดีที่ไม่มีอะไรมากกว่านั้นเกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นใจเธอต้องสลายอย่างแน่นอน

“แล้วเหยาเหยาหายไปไหน” เซี่ยเฉินลูกชายคนโตของปู่เซี่ยเอ่ยถามในสิ่งที่ทุกคนมองข้าม

“นั่นสิ เหยาเหยาหายไปไหน” แม่เฒ่าเซี่ยหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม ไม่ใช่ว่าชายแซ่จางทำอะไรกับหลานสาวของเธอหรอกนะ

“ไปตามหาหลานให้ทั่ว” พ่อเฒ่าเซี่ยบอกเสียงดัง เซี่ยเฉินและเซี่ยเหยียนไม่กล้ารีรอ พวกเขาออกตามหาเซี่ยซือเหยาไปรอบบ้าน คนอื่นๆ ที่เห็นแบบนั้นก็ช่วยกันออกตามหาด้วย

“เจอไหม” เซี่ยจือโจวถามเมื่อเซี่ยเฉินกลับมาหลังจากหายไปสักพัก

“เราหาทั่วบริเวณบ้านแล้วแต่ก็ไม่เจอเลยครับ”

“เราต้องไปถามหาเหยาเหยาจากชายแซ่จางเดี๋ยวนี้!” แม่เฒ่าว่าอย่างเด็ดขาด แม้ว่าเซี่ยซือเหยาจะหยิ่งผยอง เกียจคร้านและนิสัยเสียขนาดไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าปู่และย่าเธอมักจะเป็นเด็กดีของคนแก่ทั้งสองเสมอ นั่นทำให้เธอกลายเป็นที่รัก

แน่นอนว่าคนแก่ทั้งสองมองการแสดงนั้นออกแต่ก็อดที่จะเอ็นดูไม่ได้อยู่ดี หากให้เทียบระหว่างเซี่ยซือเหยาและเซี่ยซูหนิง ย่าเซี่ยยอมรับว่าตนรักเซี่ยซือเหยามากกว่า ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างเซี่ยซูหนิงไม่เคยต้องตาต้องใจของหญิงชราผู้นี้เลย รวมทั้งซุนลี่แม่ของเธอด้วย

เซี่ยซูหนิงมีสีหน้าที่ไม่ดีนักเมื่อคนในครอบครัวยกโขยงออกไปบ้านจางเพื่อถามหาเซี่ยซือเหยา ทั้งที่วันนี้เป็นวันของเธอแท้ๆ แต่เซี่ยซือเหยากลับมาแย่งความสนใจของทุกคนไปเสียอย่างนั้น ไม่ยุติธรรมเลย

ตลอดมาไม่ว่าเซี่ยซือเหยาอยากได้อะไรเธอก็จะได้มันแม้ว่าบ้านจะจนแต่อาสะใภ้สามก็มักจะหามาให้ได้ทุกครั้ง หากไม่ได้นางหลิวก็จะมากดดันเอากับคนแก่ในบ้าน กลับกันเธอไม่เคยได้ของที่อยากได้เลยเพราะแม่บอกให้เธออยู่อย่างอดทน ให้เห็นอกเห็นใจคนแก่และครอบครัวเสมอ

เธอทำแบบนั้นแล้วแต่ปู่กับย่าก็ไม่เห็นจะรักเธอมากขึ้น ทั้งสองรักแต่ซือเหยาคนที่แสนจะเอาแต่ใจและผลาญเงินของครอบครัวอย่างหน้ามืดตามัว ทำไมเด็กดีแบบเธอถึงได้ถูกมองข้ามกัน พวกเขาลำเอียงขนาดนี้ได้ยังไง

“เสี่ยวหนิง ไม่เป็นอะไรนะ” หยางเผยลูบหลังของคนรักเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอเหม่อลอยและเศร้าสร้อย

“วันนี้วันหมั้นของเราแท้ๆ แต่ทุกคนกลับไปสนใจแต่ซูเหยา ฉันไม่อยากหมั้นวันนี้แล้ว”

“พูดอะไรแบบนั้น เธอไม่อยากหมั้นกับฉันเหรอ”

“ไม่ใช่แบบนั้น ฉันแค่อยากเปลี่ยนไปวันอื่น วันที่ทุกคนสนใจแต่เรื่องของฉันโดยไม่สนซือเหยา” น้ำตาใสไหลกลอกกลิ้งในดวงตากลมพาลให้ใจคนมองเจ็บปวดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

“ฉันจะทำให้วันนั้นมาถึงเอง แต่เราอย่ายกเลิกงานหมั้นวันนี้เลยนะ ฉันอยากจะหมั้นกับเธอจริงๆ”

“ขอบคุณที่รักและหวังดีกับฉันขนาดนี้นะคะพี่เผย”

หยางเผยยกยิ้มบางๆ ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามากอดประคองเอาไว้อย่างรักใคร่ หากไม่ใช่เพราะเซี่ยซือเหยาคนรักของเขาก็คงไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้ หากอีกฝ่ายยอมอยู่แต่ในห้องดีๆ เรื่องก็จบแล้วแท้ๆ

ชายหนุ่มสัญญากับคนรักในใจ ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องทำลายเซี่ยซือเหยาให้ได้ ไม่เพียงเธอจะทำให้เซี่ยซูหนิงเจ็บปวดแต่ยังทำให้เขาเกือบไม่ได้หมั้นด้วย หญิงสารเลวคนนี้ต้องชดใช้!

“แม่เฒ่าจางออกมาเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงแปดหลอดของนางหลิวเรียกสายตาของเพื่อนบ้านที่เพิ่งเลิกงานได้เป็นอย่างดี วันนี้ครอบครัวเซี่ยขอหยุดงานในแปลงเพื่อจัดงานหมั้นให้ลูกสาวบ้านรองเซี่ย ใครๆ ก็รู้เรื่องนี้ แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมครอบครัวเซี่ยถึงมาโวยวายหน้าบ้านจางที่ไม่มีใครอยากข้องแวะแบบนี้

หญิงชราตัวผอมบางที่มีรอยช้ำตามเนื้อตัวเดินออกมาจากบ้านด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างเมื่อเห็นว่าลูกชายตัวเองถูกตีจนหมดสภาพและนอนหมอบอยู่กับพื้น

“เสี่ยวจง ใครทำลูก นี่มันเรื่องอะไรกัน” แม่เฒ่าจางรุดเข้ามาหาลูกชายตัวเองด้วยหัวใจที่ถูกบีบคั้น

“แม่”

“มาก็ดีแล้ว ลูกชายของคุณบุกรุกเข้าบ้านเราและทำข้าวของเสียหาย ชดใช้มาเดี๋ยวนี้!” นางหลิวไม่กล้าบอกว่าอีกฝ่ายแอบเข้าห้องนอนลูกสาวตัวเอง เพราะเกรงว่าชื่อเสียงของซือเหยาจะหม่นหมอง

“นี่เป็นไปไม่ได้ เขาบอกว่าฉันว่าจะไปเล่นกับเพื่อน”

“เล่นอะไรกัน! เขาแอบเข้าบ้านเราตอนที่ไม่มีใครเห็นและทำความเสียหายร้ายแรง”

“เท่าไหร่ล่ะ ฉันจะชดใช้ให้” แม่เฒ่าจางไม่ใช่คนไม่ดี นางรู้ว่าหากก่อเรื่องก็ต้องชดใช้

“ทั้งหมด 50 หยวน จ่ายมา!”

“เงินมากขนาดนั้น ฉันไม่มีหรอก”

“ไม่มีก็ต้องไปนอนในคุก ฉันไม่คิดจะเก็บคนที่ทำลายข้าวของบ้านฉันเอาไว้หรอกนะ”

เซี่ยเลี่ยงซูและบุตรชายพยักหน้าเห็นด้วยกับนางหลิวเต็มที่ ผ้าปูของเหยาเหยานั้นราคาแพงมาก มันเพิ่งจะถูกเอามาปูวันนี้เอง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้นอนมันก็ถูกทำให้สกปรกเสียแล้ว

“แม่ ผมไม่อยากติดคุก” จางจงคลานเข้าไปหาแม่ตัวเองด้วยความขลาดกลัว แม่เฒ่าจางเห็นแบบนั้นก็กอดลูกชายวัย 35 ปีของตัวเองเอาไว้แน่น

“ค่อยๆ คุยกันก่อนเถอะ อย่าให้เรื่องนี้ถึงทางการเลย”

“ฉันไม่ยอม ตอนมันจะก่อเรื่องทำไมไม่คิดให้มากกว่านี้ แล้วมันเข้าไปในบ้านเราทำไมทั้งๆ ที่เราไม่เคยต้อนรับมันเลยแท้ๆ” แม่เฒ่าจางเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ เธอรู้ว่าลูกชายของเธอไม่เป็นที่ยอมรับ แต่เมื่อได้ฟังชัดๆ ต่อหน้าก็อดที่จะช้ำใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าถ้าเธอตายไปลูกชายจะอยู่อย่างไร

“แม่จ่ายมันไปสิ พวกมันจะได้ไปซะที”

“บ้านเราไม่มีเงินจริงๆ”

“จะไม่มีได้ยังไง แม่ไปทำงานได้มาวันละตั้งหลายแต้ม ต้องมีเงินสิ” แม่เฒ่าจางเต็มไปด้วยความลำบากใจ

“ขอเราผ่อนจ่ายได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะจ่ายให้ครบอย่างแน่นอน”

นางหลิวเลือดขึ้นหน้ากำลังจะอ้าปากด่าอีกครั้งแต่โดนสามีดึงแขนห้ามเอาไว้ก่อน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ชอบจางจงแต่นั่นไม่ใช่กับแม่เฒ่าจาง หญิงชราคนนี้น่าสงสารนัก พวกเขาไม่ควรจะไปบีบจนนางไม่มีที่ไปเพราะนางไม่ใช่คนผิดในเรื่องนี้

“ก็ได้ ฉันให้เวลาสามเดือน ถ้ายังหามาไม่ได้ฉันจะเอามันเข้าคุก”

“แค่นี้ก็พอแล้ว ขอบคุณนะหลิวซื่อ” นางหลิวฮึดฮัดแม้จะไม่พอใจแค่ไหนก็กล้ำกลืนเอาไว้ ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย อย่างน้อยหากได้เงินมาก็สามารถซื้อผ้าปูอันใหม่ให้เหยาเหยาได้

“ชายแซ่จาง แกเอาหลานของเราไปไว้ไหน!” ปู่เซี่ยตวาดลั่นเมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านจาง คนที่มุงอยู่เปิดทางให้ครอบครัวเซี่ยทันที พวกเขามองคนที่มาเพิ่มอย่างอยากรู้อยากเห็นจนไม่เป็นอันทำอะไรกินกันแล้ว

“พูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้!”

“ไม่รู้อย่างนั้นเหรอ เป็นแกที่เข้ามาในบ้านเราแล้วเหยาเหยาก็หายไป แกเอาหลานฉันไปไว้ไหน” แม่เฒ่าหลี่ตะโกนแทบลมจับ หากหลานสาวเป็นอะไรไปเธอต้องใจสลายอย่างแน่นอน

“เหยาเหยาหายไปอย่างนั้นเหรอ ลูกสาวของฉัน” นางหลิวหน้ามืดแทบเป็นลมแต่ฝืนเอาไว้ได้เพราะความโกรธมันตีขึ้นหน้า

“แกกล้าทำแต่ไม่กล้ายอมรับอย่างนั้นเหรอไอ้สารเลว” นางหลิวคว้าหินก้อนใหญ่ได้ก็ก้าวสามขุมเข้าไปหาชายแซ่จางอย่างเอาเรื่อง คนที่มองอยู่อดหวาดกลัวแทนคนที่โดนหมายหัวไม่ได้

“ตีมันเลยแม่” เซี่ยปินผู้เป็นบุตรชายตะโกนบอกอย่างเห็นดีเห็นงามด้วย น้องสาวของเขาใช่คนที่มันจะมาล่วงเกินได้อย่างนั้นเหรอ มันคิดน้อยไปแล้ว

“ขอร้อง อย่าทำอะไรลูกชายฉันเลยนะ เสี่ยวจงบอกความจริงพวกเขาไปสิ อย่าให้พวกเขาตีลูก” แม่เฒ่าจางเอาตัวป้องลูกชายเอาไว้ หากนางหลิวคิดจะลงมือก็จะโดนหญิงชราก่อนอย่างแน่นอน

“จับมันส่งทางการเลยเถอะ ให้ทหารช่วยสอบปากคำ เราจะได้รู้ว่าเหยาเหยาอยู่ไหนเร็วๆ” เซี่ยเลี่ยงซูร้อนใจ หากปล่อยให้ภรรยาทุบตีอีกฝ่ายจนตายเธออาจมีความผิดและพวกเขาจะไม่ได้อะไรจากชายแซ่จางเลย

“ไม่นะ ไม่ๆ ฉันไม่รู้เรื่องนี้เลย ฉันแค่เข้าไปในบ้านแต่ไม่เจอเซี่ยซือเหยาเลย”

“เป็นไปไม่ได้” แม่เฒ่าหลี่ค้าน เซี่ยซือเหยาเข้าห้องนอนไปตั้งนานแล้ว หากไม่อยู่ในห้องแล้วอีกฝ่ายจะไปไหน ชายแซ่จางนี่ต้องเอาหลานของเธอไปอย่างแน่นอน

“จริงๆ นะ ฉันก็แค่เข้าไปเพราะประตูเปิดอยู่ ไม่ได้มีอะไรอย่างอื่นเลย”

จางจงบิดเบือนความจริงอย่างร้ายกาจ แม้เขาจะรู้ว่าเซี่ยซือเหยาปีนหน้าต่างหนีออกจากห้องไปเขาก็จะไม่บอกคนพวกนี้ ไม่อย่างนั้นตระกูลเซี่ยอาจเชื่อมต่อเรื่องราวและค้นพบเจตนาที่แท้จริงที่เขาต้องการจะข่มขืนเซี่ยซือเหยาได้ หากเป็นแบบนั้นจริงจุดจบของเขาคงจะต้องเลวร้ายอย่างแน่นอน

Talk

ฝากนิยายเรื่องใหม่ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจทุกคนด้วยค่ะ

To be continue

เสียที่ไหน มีแต่ได้กับได้ (NC)

เสียที่ไหน มีแต่ได้กับได้

ช่วงเวลาที่หยางเผยนำคนในตระกูลเซี่ยมาดูเรื่องราวน่าสนุกที่ตัวเองจัดเตรียมเอาไว้เซี่ยซือเหยาก็ปีนหน้าต่างหนีออกมาก่อนแล้ว เธอทิ้งชายแซ่จางเอาไว้ในห้องเพื่อต้องการให้เขาถูกทุบตี ในเมื่อกล้าดีมาฉวยโอกาสตอนเธอเสียทีก็รับกรรมไปเสียเถอะ

“อึก บ้าจริง” ซือเหยาทิ้งตัวพิงกำแพงบ้านพลางกอดตัวเองแน่น ความต้องการของร่างกายตีตื้นขึ้นมาเสียจนแทบทนไม่ไหว ไม่รู้ว่าเจ้าของร่างคนเก่าไปหายานี่มาจากไหน แรงเสียจนคนกินตายเลย

ร่างบางพาตัวเองออกห่างจากบริเวณบ้าน ตอนนี้เธอจะให้คนในครอบครัวเจอตัวเองในสภาพนี้ไม่ได้เพราะมันเกี่ยวพันกับความผิดที่เจ้าของร่างคนเก่าก่อเอาไว้ เรื่องนี้ต้องถูกกลบฝังทิ้งไปเพื่อที่เธอจะได้กลายเป็นเซี่ยซือเหยาที่ไร้มลทินต่อไป

เวลานี้เธอไม่รู้จะไปไหนดี แต่เพราะร่างกายที่ร้อนผ่าวสมองเลยพาเธอเดินมาจนถึงริมน้ำ ซือเหยาไม่กล้าลงน้ำแม้ว่าใจจะต้องการแค่ไหนก็ตาม เธอไร้เรี่ยวแรงหากลงน้ำไปมีโอกาสมากที่จะจมน้ำตาย ดังนั้นซ่อนตัวอยู่บริเวณนี้รอจนยาหมดฤทธิ์ก่อนจะดีกว่า

ซือเหยาหันซ้ายแลขวาก็เจอกับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เธอคิดอาศัยมันเป็นที่พักพิงและกำบังกายให้ตนเอง ใครจะคาดว่าอีกด้านหนึ่งกลับมีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่

ร่างกายของเขาสูงใหญ่มีกล้ามเนื้อขึ้นชัดแม้ว่าจะผอม ใบหน้าของเขาหล่อเหลาจนลมหายใจของซือเหยาสะดุด หน้าของเขาเป็นแบบที่เธอชอบเลย โดยเฉพาะปากหยักเป็นกระจับที่เหมือนไปฉีดฟิลเลอร์มากับดวงตาคมชั้นเดียวตวัดเฉียงดูเจ้าเล่ห์เพทุบายนั่น ยิ่งมองก็ยิ่งชอบ

ผิวของเขาคล้ำแดดเล็กน้อยแต่แม้อย่างนั้นก็ยังดูขาวอยู่ สิ่งนี้บ่งบอกว่าหากเขาไม่ได้ทำงานในไร่นาผิวจริงๆ ของเขาต้องขาวมากแน่ๆ อีกฝ่ายกำลังนั่งพิงต้นไม้อยู่เพียงลำพังราวกับมีเรื่องอะไรในใจ

“ไสหัวไป” เขาไล่ทันทีที่สังเกตเห็นเธอ น้ำเสียงห้วนไร้อารมณ์นั่นทำเอาคนไม่กล้าเข้าใกล้แม้แต่น้อย

ค้นลงไปในความทรงจำ คนตรงหน้าเธอคือเซวียนเหลียนตัวร้ายในนิยายที่เธอเคยอ่าน ในเวลานี้เขากำลังช้ำรักเพราะนางเอกอย่างเซี่ยซูหนิงเข้าพิธีหมั้นกับพระเอก

ในเรื่องของฐานะเขาเทียบกับหยางเผยไม่ติดแม้แต่น้อย ในขณะที่หยางเผยเป็นหัวหน้ากองกำลังรบพิเศษ เขาเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดาสามัญชน ดีหน่อยที่ได้เรียนจนจบชั้นมัธยมปลาย ส่วนเรื่องหน้าตานั้นเรียกได้ว่ากินกันไม่ลง แต่หน้าตาของพระเอกและตัวร้ายคนละไทป์กันทำให้แฟนคลับนั้นไม่ทับทางกันเลยแม้แต่น้อย

เซวียนเหลียนเศร้าเสียใจที่ไม่อาจครอบครองคนที่ตัวเองรักได้ เขาเฝ้าถามตัวเองว่าทำไมซ้ำไปซ้ำมา หรือเป็นเพราะเขาจนเธอเลยไม่เหลียวมอง ยิ่งคิดก็ยิ่งสมเพชตัวเองและคิดว่ามันอาจจะเป็นแบบนั้นจริงๆ

เขาอยากดื่มเหล้าย้อมใจใจจะขาดแต่ติดที่ว่าไม่มีเงินมากพอจะซื้อมัน สิ่งนี้ตอกย้ำความรู้สึกของเขาให้จมดิ่งยิ่งขึ้น เขาไม่อยากให้ใครเห็นความน่าสมเพชของตัวเองจึงหลบมานั่งอยู่ตรงนี้แต่ไม่คาดว่าจะมีคนมาเจอเข้า แถมคนที่เจอดันมาเป็นเซี่ยซือเหยาที่สุดแสนจะน่าชิงชังนี่อีก

เซี่ยซือเหยาชอบกลั่นแกล้งซูหนิง เธอนิสัยไม่ดีและทำให้คนที่เขาชอบทุกข์ใจอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นเขาจึงไม่ชอบเธอ แม้ว่าเธอจะสวยขนาดไหนแต่เพราะนิสัยของเธอทำให้หน้าสวยๆ นั่นดูน่าขยะแขยงขึ้นมาในบันดล

“เซวียนเหลียน”

“อย่าเอาปากสกปรกนั่นมาเรียกชื่อฉัน”

“ช่วยฉันหน่อย ฉันไม่ไหวแล้ว”

เซี่ยซือเหยาทิ้งตัวลงไปนั่งบนตักของอีกฝ่ายโดยที่เขาไม่ทันได้ตั้งตัว เซวียนเหลียนดันเธอออกด้วยความรังเกียจแต่เพราะซือเหยากำลังเบียดร่างของตัวเองเข้ากับเขาทำให้มือของเขาสัมผัสโดนหน้าอกของเธอเข้าโดยไม่ตั้งใจ

ร่างสูงหยุดชะงักไม่กล้าเอามือผลักหญิงสาวออกมั่วๆ เพราะเกรงว่ามันจะไปโดนอะไรที่ไม่ควรโดนเข้าอีก ไม่ใช่ว่าให้เกียรติแต่เขารังเกียจเธอต่างหาก

“ออกไป”

เซวียนเหลียนบอกเสียงเย็น แต่แม้อย่างนั้นซือเหยากลับไม่ได้นำพา แขนเรียวโอบคอแกร่งเอาไว้ขณะที่หน้าอกอวบนุ่มของเธอบดเบียดกับแผ่นอกของเขาจนพาเอาใจหนุ่มสั่นไหวด้วยไม่เคยใกล้ชิดหญิงใดขนาดนี้มาก่อน

“เซวียนเหลียน…นะ” ซือเหยากระซิบข้างหูอีกฝ่ายก่อนจะเป่าลมใส่หูเขาเบาๆ แล้วขบกัดอย่างหยอกล้อ ขนอ่อนของเซวียนเหลียนลุกชันขณะที่ความรู้สึกแปลกๆ เริ่มก่อตัวในช่องท้องของเขา

“ผู้หญิงหน้าไม่อาย หากพ่อแม่ของเธอรู้ว่าเธอมายั่วยวนผู้ชายกลางแจ้งแบบนี้จะเป็นยังไงนะ”

“ก็อย่าให้รู้สิ เรื่องนี้รู้กันแค่เราสองคนก็พอ”

ซือเหยาหอมแก้มนุ่มของชายหนุ่มไปทีก่อนที่จะรู้สึกไม่พอ ดังนั้นเธอจึงไล่จูบเขาไปทั่วใบหน้า เซวียนเหลียนตกใจกับความใจกล้าหน้าด้านนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเซี่ยซือเหยาที่แสนจะหยิ่งผยองกันแน่

ก่อนหน้านี้ร่างบางรังเกียจเขายิ่งกว่าโคลนตมเสียอีก ไม่สิ เธอรังเกียจคนชนบททุกคนและวาดฝันว่าจะได้แต่งงานกับคนในเมืองที่มีฐานะดี หนุ่มชนบทคนไหนที่ไม่เจียมตัวไปจีบเธอหรือเดินเฉียดจะโดนเธอดูถูกไปเสียทุกรายซึ่งตัวเซวียนเหลียนเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

เวลาที่เขาไปหาซูหนิงหากเจอซือเหยาเขาก็จะโดนไล่ทุกครั้ง ยังไม่ทันได้พูดธุระหรือได้จีบคนที่เขาพึงใจก็จำเป็นต้องจากไปอย่างเสียไม่ได้เพราะเซี่ยซือเหยาไม่อยากเห็นผู้ชายจนๆ ให้รกสายตาตัวเอง หากเขาไม่ไปเธอก็จะไล่ซูหนิงออกจากบ้านให้ไปพูดคุยกันไกลๆ แม้ว่าตอนนั้นมันจะค่ำแล้วก็ตาม ผู้หญิงใจร้ายใจดำที่น่ารังเกียจนั่นในเวลานี้กลับมาอิงแอบแนบชิดเขาเสียได้ หรือนี่จะเป็นแผนร้ายของเธอ

“เธอรังเกียจฉันมากนักไม่ใช่หรือไง ทำไมวันนี้ถึงเอาตัวมาเกลือกกลั้วกับฉันได้ หรือจะใฝ่ต่ำแล้ว” เซี่ยซือเหยาเคยด่าซูหนิงว่าใฝ่ต่ำหากไปคว้าเขามาเป็นคนรัก ไม่รู้เพราะเรื่องนี้หรือเปล่าที่ทำให้ซูหนิงไม่เลือกเขา

“ไม่อยากบดขยี้คนที่ปากดีกับนายสักครั้งเหรอ” เซี่ยซือเหยาเอ่ยยั่ว เธอชอบหน้าเขา หากจะต้องเสียตัวก็ขอมอบครั้งแรกให้กับเขาแล้วกัน เธอไม่สนใจเรื่องบาดหมางเมื่อกาลก่อน เขาอยากจะพูดอะไรก็ให้เขาพูดไปหากมันจะทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

“อยากได้ฉันเหรอ แต่ฉันไม่อยากได้เธอ ลงไปซะ”

“เสียใจด้วย เพราะเกมนี้ฉันเป็นคนคุม”

มือบางประคองใบหน้าหล่อเหลาขึ้นก่อนจะประกบจูบลงไป เซวียนเหลียนเบิกตากว้างไม่คิดว่าเธอจะกล้า ขณะที่เขากำลังตกใจซือเหยาก็เริ่มบดเบียดริมฝีปากเขาอย่างยั่วเย้า ลิ้นเล็กเลียปากหยักด้วยความเสน่หาก่อนจะดูดดึงมันเบาๆ สลับกับกดจูบจนเกิดเสียงน่าอาย

เซวียนเหลียนอดเคลิ้มกับรสจูบครั้งนี้ไม่ได้ อาจเพราะมันเป็นจูบแรกของเขาด้วย ทำไมเซี่ยซือเหยาถึงจูบเป็นหรือเพราะเธอใจแตกไปแล้ว?

“อ้าปากหน่อย”

ซือเหยาผละปากออกเพื่อออกคำสั่ง แต่เซวียนเหลียนนั้นดื้อดึงมาก เขาเม้มปากแน่นไม่ยอมให้เธอได้สิ่งที่ต้องการโดยง่าย เห็นความดื้อนั้นแทนที่เธอจะหงุดหงิดเธอดันชอบใจเสียได้ แบบนี้ค่อยสนุกหน่อย

“จะทำอะไร”

เซวียนเหลียนหน้าตาตื่นเมื่อซือเหยาถอดเสื้อตัวเองออกจนเผยให้เห็นชั้นในสีชมพูสวยกับเนินเนื้ออวบอิ่มที่ดูนุ่มยิ่งกว่าอะไรดี ซือเหยาไม่ตอบแต่ถอดชั้นในเป็นอย่างต่อไปจนหน้าอกขาวอวบชี้หน้าเขาอย่างถือดี

“อ้าปากสิเด็กดี”

มือเรียวกดย้ำที่ริมฝีปากหยักเป็นกระจับอย่างยั่วเย้า เซวียนเหลียนปากคอแห้งผาก เขาไม่ชอบเซี่ยซือเหยาและรังเกียจเธอตลอดมา ทั้งที่เป็นแบบนั้นเขาดันปรารถนาในตัวเธอเสียได้

ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มร้อนและติดขัด สายตาเขาไม่สามารถละออกจากเต้าสวยได้ มันสวยมาก สวยจนอยากสัมผัส เขาเปิดปากของตัวเองออกตามที่ซือเหยาสั่งโดยไม่รู้ตัว วินาทีถัดมาผู้หญิงหน้าไม่อายนั่นก็ป้อนหน้าอกตัวเองให้กับเขา

เซวียนเหยียนจูบอกอวบด้วยความหน้ามืด มันนุ่มจนปากของเขาจมลงไป อกขาวมีกลิ่นหอมละมุนและอุ่นเล็กน้อย อุณหภูมิหน้าอกของเธอกำลังดี เป็นอุณหภูมิที่น่าลงลิ้นเป็นที่สุด

“อ่า”

ซือเหยาเชิดหน้าขึ้นอย่างชอบใจเมื่อเซวียนเหลียนเริ่มเลียหน้าอกของเธอ เขาเลียราวกับสุนัขเลียกระดูก ความหลงใหลสายหนึ่งก่อตัวขึ้นนำพาให้เขาจูบดูดและขบกัดยอดอกสีชมพูสวยจนเปียกชุ่มไปหมด

มือหนาประคองเอวบางนุ่มมือเอาไว้เบาๆ กลัวว่าหากเขาออกแรงเพียงนิดมันจะหักเอา มืออีกข้างของเขาเองก็ไม่ได้ว่างนักเพราะมันกำลังนวดเฟ้นอกอวบอย่างเอาเป็นเอาตาย

ซือเหยาเลียปากตัวเองด้วยความชอบใจ ความเสียวที่ได้จากหน้าอกช่วยคลายแรงอารมณ์เนื่องจากยาปลุกของเธอไปได้เล็กน้อย เธอกอดศีรษะของเซวียนเหลียนพลางสางผมเขาเล่นอย่างสนุกมือ เจ้าของเส้นผมไม่ได้ว่ากล่าวอะไรเพราะเขากำลังมัวเมากับหน้าอกอยู่

“ชอบนมของฉันไหม”

“อย่าถามเรื่องน่าอาย”

“นมของฉันอร่อยมากหรือเปล่า แต่ก็น่าจะอร่อยนะเพราะดูดจนแดงหมดเลย ดูสิทั้งแดงทั้งเปียก” เซวียนเหลียนใบหน้าแดงก่ำ เขาไม่ชินกับคำพูดลามกพวกนี้เลยแม้แต่น้อย ส่วนซือเหยากำลังสนุกที่แกล้งคนตัวโตได้สำเร็จ

“ฉันไม่เลียแล้ว”

“งั้นมาจูบกันแทน”

ซือเหยาก้มลงจูบอีกฝ่ายโดยที่เซวียนเหลียนไม่ได้เบี่ยงหน้าหนีไปไหน เขาจูบตอบเธอไปเบาๆ อย่างลืมตัว ซือเหยาหลุดยิ้มก่อนจะไล้เลียริมฝีปากเขาไปเรื่อย เมื่อเห็นช่องว่างก็ไม่รีรอที่จะส่งลิ้นเข้าไปหยอกล้อกับลิ้นหนาของเขา

เซวียนเหลียนตกใจจะดันเธอออกแต่มือดันไปกุมหน้าอกนุ่มของเธอเอาไว้แทน เขาเปลี่ยนมาขยำเบาๆ ตามแรงอารมณ์ในวินาทีต่อมาแล้วปล่อยให้ซือเหยานำทางจูบของตัวเองไป

ลิ้นที่พัวพันกันสร้างแรงอารมณ์ให้ทั้งสองได้อย่างประหลาด ซือเหยาขยับบั้นท้ายบดเบียดตักแกร่งจนเริ่มรับรู้ถึงบางอย่างที่เริ่มแข็งตัวขึ้น ร่างกายของเธอฉ่ำแฉะขณะที่มือของเธอลูบไล้ไปตามกายแกร่งเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ของเขา

ซือเหยาถอนจูบออกก่อนจะไล่ประทับริมฝีปากบนใบหน้าของเขาอย่างเสน่หา ริมฝีปากเล็กๆ จูบเลาะเล็มมาจนถึงต้นคอแกร่ง เธอซุกไซ้เขาจนขนอ่อนลุกชัน เซวียนเหลียนเงยหน้าขึ้นเปิดทางให้เธอกดจูบลำคอเขาได้ถนัดมากยิ่งขึ้น

หญิงสาวถอดเสื้อของชายหนุ่มทิ้งไป ร่างกายของเขาน่าหลงใหลอย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆ มือเล็กลูบไล้อกแกร่งอย่างชอบใจ ก่อนจะก้มไปเลียเม็ดเล็กๆ บนอกของเขาจนเซวียนเหลียนเผลอหลุดครางออกมาเบาๆ เนื่องด้วยความเสียว ไม่คิดมาก่อนเลยว่าจุดนี้จะทำให้เขาอ่อนไหวได้เหมือนกับผู้หญิง

“ทำกันนะ” ซือเหยากระซิบเอ่ยชวนชิดริมหูขณะที่กรีดนิ้วไปตามร่องกล้ามเนื้อ ต่ำลงไปจนถึงขอบกางเกง

เซวียนเหลียนหายใจหอบหนักเนื่องจากความกระสัน เขาอยากทำแต่อีกใจก็ไม่อยากเพราะคนตรงหน้าคือคนที่เขาไม่ชอบ แม้ว่าเธอจะสวยมาก แต่เขาก็…ความคิดของเซวียนเหลียนหยุดลงตรงนั้นเมื่อซือเหยาลูบไล้ตัวตนของเขาผ่านเนื้อผ้า

“รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่” เขากัดฟันถามอย่างข่มอารมณ์

“อยากให้ฉันพูดเหรอ” เซวียนเหลียนเงียบลง ใครจะอยากให้เธอบรรยายเรื่องน่าอายแบบนั้นกัน

เซี่ยซือเหยาหลุดหัวเราะน้อยๆ รอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติของเธอสดใสจนเซวียนเหลียนตาพร่า เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าเซี่ยซือเหยาผู้หยิ่งผยองคนนั้นจะยิ้มได้สวยขนาดนี้

ซือเหยาไม่อยากได้ยินเสียงบ่นของคนใต้ร่างอีกดังนั้นเธอจึงจูบปิดปากของเขาเอาไว้ขณะที่เอาแก่นกายร้อนและแข็งของเขาออกมาชักรูด เซวียนเหลียนเสียวจนตัวเกร็ง ความรู้สึกตอนคนอื่นจับกับเขาจับมันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

“อืม ใหญ่จัง”

“อย่าพูดเรื่องน่าอาย”

“ชอบนะ” เซวียนเหลียนตกใจ ไม่รู้ว่าที่เธอบอกชอบนั้นชอบอะไร เขาไม่กล้าเดา

“อึก ซี๊ด ค่อยๆ” เซวียนเหลียนซุกซบลงกับไหล่บางมองมือของเธอที่ขยับรูดไปตามความยาวของเขาไม่วางตา มือเล็กๆ นั่นกอบกุมตัวตนของเขาไม่รอบด้วยซ้ำ ทั้งที่เป็นแบบนั้นแต่เธอกลับไม่กลัวมันเลย

ซือเหยาขยี้ส่วนหัวบานแดงละเลงน้ำเชื่อมสีใสจนชุ่มบริเวณ มือที่ช่ำชองของเธอทำให้เขาสุขสมและทุกข์ตรมไปพร้อมๆ กัน เธอไปเรียนรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหน?

ในเวลานี้เขาควรที่จะเศร้าเสียใจที่ซูหนิงหมั้นหมายกับคนอื่นอยู่แท้ๆ แต่เซี่ยซือเหยาดันมาขัดขวางแล้วทำเรื่องลามกกับเขาเสียได้ ไม่ว่าเวลาไหนเธอก็มักจะขัดขวางความต้องการของเขาเสมอ เธอมันชั่วร้ายมากจริงๆ

“ชอบไหม”

เซวียนเหลียนไม่ตอบ เขาดูดเลียหน้ายอดอกสวยจนขึ้นสีแดงขณะที่หน้าอกอีกข้างกำลังโดนเขาบีบขยี้ไม่เบาแรงนัก ซือเหยาครางเครือด้วยความสุขเสียว เธอชอบตอนที่เขารังแกหน้าอกเธอ แต่น่าจะชอบกว่าตอนที่เขารังแกเธอไปทั้งตัว

มือบางชักรูดแก่นกายเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ทำเอาเซวียนเหลียนแทบเสร็จเสียให้ได้ ก่อนที่เขาจะไปแตะฝั่งฝันจริงๆ ซือเหยาก็หยุดมือของตัวเองลงเสียก่อน เซวียนเหลียนมองซือเหยาด้วยความไม่เข้าใจนัก เห็นแบบนั้นเธอก็หลุดยิ้มด้วยความเอ็นดู คนที่บอกว่าไม่อยากทำกับเธอดันมามองเธอด้วยสายตาละห้อยเสียอย่างนั้น

เซี่ยซือเหยาลุกขึ้นยืนขณะที่มีสายตาคมจับจ้องอยู่ เธอค่อยๆ รูดกางเกงที่ตัวเองใส่อยู่ออก เหลือไว้เพียงกางเกงในสีชมพูเล็กๆ ติดตัวอยู่แค่เพียงตัวเดียวเท่านั้น

“อยากเห็นไหม” เซวียนเหลียนกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ เขาอยากเห็นแต่ก็อับอายเกินกว่าจะยอมรับ

เซี่ยซือเหยาดึงมือใหญ่ทั้งสองมาวางไว้ข้างสะโพกตัวเองก่อนจะนำทางมือเขามายังขอบกางเกงในตัวน้อยแล้วปล่อยมือออก เธอมองเขาเงียบๆ เพื่อดูว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไป

เซวียนเหลียนอยากดึงมือกลับแต่อยู่ๆ มือของเขาก็หนักอึ้ง หัวใจของเขาไม่ยินยอมให้กางเกงในนั่นอยู่บนตัวของซือเหยาอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงค่อยๆ รูดรั้งมันลงมาตามเรียวขาขาวเนียนหนั่นแน่นของเธอ

ท่ามกลางยุคที่ผู้คนอดอยากผอมแห้งซือเหยากลับมีน้ำมีนวลไปทุกส่วน สิ่งนี้บ่งบอกได้ว่าครอบครัวรักเธอมากแค่ไหน นางหลิวบำรุงลูกสาวตัวเองทุกทางงานการไม่ยอมให้ทำ ผิวของเซี่ยซือเหยาจึงขาวนวลแตกต่างจากคนอื่นๆ มือเล็กก็นุ่มนิ่มเสียจนเขาแทบแตกใส่มือตอนที่เธอชักรูดให้

เซวียนเหลียนหายใจติดขัดเมื่อได้เห็นร่างกายสาวเต็มตา เธอสวยมากจริงๆ เขากำกางเกงในตัวน้อยในมือแน่นขณะที่ปากคอแห้งผากราวกับขาดน้ำมาแรมปี

มือใหญ่อุ่นร้อนลูบไล้ไปตามเรียวขาสวยก่อนจะกอบกุมก้นนิ่มแล้วขยำอย่างชอบใจ เขารั้งร่างขาวเข้าหาขณะที่ตัวเองกำลังนั่งอยู่ ทำให้ใบหน้าเขาฝังลงไปกับเนินเนื้อสาวอย่างพอดิบพอดี ซือเหยาตกใจจะขยับหนีแต่มือใหญ่กลับจับขาเธอเอาไว้มั่น เขาดันให้เธอกางขาออกก่อนจะซุกหน้าลงไปมากกว่าเดิม

“อ๊ะ อื้อ เสียว” ซือเหยายืนตัวเกร็งเมื่อลิ้นร้อนเลียชิมเธออย่างจาบจ้วง

ความฉ่ำแฉะของเธอถูกดูดเลียโดยไม่นึกรังเกียจ เซวียนเหลียนดูดกลืนน้ำหวานจากดอกไม้งามจนเหือดแห้ง เขาหลงใหลเข้าไปในกามารมย์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ยิ่งลิ้มชิมรสชาติสาวมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งห้ามตัวเองไม่ได้เท่านั้น

“อื้อ ไม่ไหวแล้ว” ซือเหยาเสร็จโดยลิ้นจนตัวกระตุกเกร็ง น้ำหวานใสไหลนองออกเต็มไปหมด เซวียนเหลียนเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะสอดนิ้วเข้าไปสำรวจด้านใน

ซือเหยาครางหวาน เธอเพิ่งเสร็จแต่เขากลับไม่ยอมให้เธอพักเสียอย่างนั้น ความรู้สึกหลังจากเสร็จของเธอไวมาก ดังนั้นเพียงไม่กี่นาทีเธอก็เสร็จเพราะนิ้วของเขาอีกครั้ง

ร่างบางทรุดนั่งบนตักแกร่งอย่างหมดแรง เธอกอดไหล่กว้างเอาไว้ขณะที่หอบหายใจให้เขาฟังใกล้ๆ หู เซวียนเหลียนลูบไล้เนื้อตัวขาวนุ่มนิ่มอย่างเสน่หา เขาพรมจูบทั่วไหล่นวลก่อนจะเอาแก่นกายถูไปมากับดอกไม้งามจนน้ำหวานของเธอเคลือบแก่นกายจนมันวาวไปหมด

เซวียนเหลียนคิดจะหยุดเพียงเท่านี้เพราะถึงอย่างไรซือเหยาก็ยังน่ารังเกียจสำหรับเขา แม้ว่าตอนนี้เขาอยากจะกระแทกเธอแทบบ้าแต่ทิฐิสายหนึ่งก็ฉุดรั้งสติของเขาเอาไว้ เพื่อไม่ให้ผิดต่ออุดมการณ์ของตัวเอง เขาควรจะปล่อยเธอทิ้งเอาไว้ตรงนี้แล้วจากไปซะ แต่แค่คิดมันก็ง่ายสิ

“อ่า ใส่มันเข้ามา” ซือเหยาคว้าจับแก่นกายใหญ่ตั้งตรงก่อนจะกดตัวลงไปเองโดยไม่รออีกต่อไป

“เดี๋ยว…อึก เซี่ยซือเหยาเธอมันแพศยา!”

“อื้อ ใหญ่มาก เจ็บ…อ๊ะ” เข้าไปได้เพียงครึ่งซือเหยาก็หยุดตัวลงเพราะมันเจ็บจนเอาเข้าไปไม่ได้อีกแล้ว

เซวียนเหลียนกัดฟันแน่น ความกระสันเล่นงานเขาเสียจนแทบเสียสติ ร่างกายของเธอตอดรัดเขาแน่นมาก เขาสัมผัสได้ถึงเยื่อบางๆ ด้านในที่ขวางกั้นเส้นทางอยู่ หากไม่ทำลายมันไม่มีทางเลยที่เขาจะเอาแก่นกายเข้าไปจนหมด

“พอแค่นี้ไหม” ซือเหยาส่ายหน้าหวือ

“ดันมันเข้ามา”

“เธอจะเจ็บและเราจะกลับมาไม่ได้อีก”

“ใครอยากกลับกันล่ะ สวรรค์กำลังรอเราอยู่นะที่รัก” ซือเหยาประคองใบหน้าหล่อเหลามากดจูบอย่างหยอกเย้า เสน่ห์ของเธอกำจายไปทั่วจนเซวียนเหลียนรู้สึกคันในอก

ซือเหยาขยับกายให้ตัวตนของเขาเข้าออกร่องสาวของเธอตื้นๆ แต่เพียงเท่านั้นก็ทำเอาเซวียนเหลียนเสียวมากแล้ว ไม่อยากจินตนการเลยว่าหากเอามันเข้าไปได้หมดเขาจะเสียวขนาดไหน

พวกเขาเข้าออกตื้นๆ แบบนั้นอยู่หลายนาทีจนช่องทางของซือเหยาเริ่มคลายตัว เซวียนเหลียนอาศัยจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัวดันแก่นกายเข้าไปจนมิดลำ ซือเหยาร้องลั่นตัวสั่นและเสร็จในวินาทีนั้น มันทั้งเจ็บและเสียวในเวลาเดียวกัน ความรู้สึกดีทะลักทลายออกมาจนเธอเก็บสีหน้าสุขสมเอาไว้ไม่อยู่

“อึก บ้าเอ๊ย!”

ช่องทางที่บีบรัดตอดเป็นจังหวะทำเอาเขาแทบเสร็จตามเธอไปด้วย เซวียนเหลียนไม่อยากเสร็จเร็วนักเขายังอยากสัมผัสความรู้สึกซ่านเสียวนี้ให้นานอีกหน่อยดังนั้นจึงได้อดทนเอาไว้

เมื่อซือเหยาเลิกเกร็งแล้วเขาก็เริ่มขยับตัวเข้าออกช้าๆ แล้วค่อยเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้น ซือเหยาขย่มแท่งร้อนจนหน้าอกอวบเด้งไปมา ล่อตาล่อใจชายหนุ่มเสียจนอดไม่ได้ต้องดูดกัดมันให้หายหมันเขี้ยว

“ดีจัง แรงอีก กระแทกฉันแรงๆ”

“อย่าพูดอะไรน่าอาย” เซวียนเหลียนอดยอมรับไม่ได้ว่ามีอารมณ์มาก เขาทั้งชอบและไม่ชอบฟังถ้อยคำน่าอายพวกนั้นไปในเวลาเดียวกัน

เซวียนเหลียนส่งเอวของตัวเองไปกระแทกร่องสาวถี่รัวขึ้นเมื่อใกล้เสร็จ ซือเหยาเสียวจนตาลอยลิ้นห้อย ขาเรียวอ้าออกกว้างเพื่อให้อีกฝ่ายตอกย้ำความแข็งแรงอุ่นร้อนเข้ามาในกายมากยิ่งขึ้น

เซวียนเหลียนถูกกระตุ้นหนักเพราะท่าทางร่านร้อนของคนบนตัว เขากระแทกถี่ๆ และเสร็จอย่างรุนแรงในช่องทางฉ่ำแฉะ ซือเหยาเสร็จอีกครั้งพร้อมๆ กับเขา เธอหวีดเสียงร้องลั่น ตัวกระตุกขับน้ำหวานใสออกมามากมาย แขนขาเล็กกอดเกี่ยวร่างใหญ่เอาไว้แน่น

ท่าทางของพวกเขายามนี้แนบแน่นเสียจนไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย ซือเหยาวางคางไว้บนไหล่กว้างขณะหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ยังไม่ทันที่ลมหายใจของเธอจะกลับมาเป็นปกติเซวียนเหลียนก็ดันตัวเธอออกห่างเสียอย่างนั้น

“น่ารังเกียจ”

Talk

งงไหม งงนะ

ติดตามไร้เต๋อได้ที่ @FinalWriter

To be continue

ไม่ผูกมัด (NC)

ไม่ผูกมัด

“น่ารังเกียจ”

ไม่เพียงแค่คำพูดแต่น้ำเสียงและท่าทางของเขาเองก็แสดงความรังเกียจเธอออกมาอย่างเด่นชัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขายังเข้ากันได้ดีแท้ๆ แต่ตอนนี้เขาดันผีเข้าซะอย่างนั้น

“อืม คงรังเกียจมากจริงๆ แหละ” ซือเหยาที่ถูกผลักจนล้มลงไปกองกับพื้นชันเข่าขึ้นก่อนจะค่อยๆ เปิดเผยบางสิ่งบางอย่างให้เขาเห็นเต็มๆ ตา

เซวียนเหลียนพูดไม่ออก ตอนนี้เขารู้แล้วว่านอกจากเซี่ยซือเหยาจะสามารถพูดเรื่องน่าอายออกมาได้ง่ายๆ เธอยังสามารถทำเรื่องหน้าด้านไร้ยางอายได้อย่างช่ำชองอีกด้วย

“รู้สึกดีจัง เราทำกันอีกครั้งได้ไหม”

“เธอมันร่านซือเหยา ผู้หญิงดีๆ เขาไม่ทำแบบนี้กันหรอก”

เซี่ยซือเหยาไม่สนใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด เธอส่งนิ้วเข้าไปในกายสาวจนน้ำขาวขุ่นทะลักออกมามากขึ้นจากนั้นขยับนิ้วเข้าออกอย่างหยุดตัวเองไม่ได้เพราะยาปลุกกำหนัดยังคงไม่หมดฤทธิ์

“นิ้วของฉันเข้าไปได้ง่ายมากเลย ดูสิ”

เซวียนเหลียนเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทางด้วยไม่อยากมอง แต่เสียงครางหวานผสมเสียงน้ำน่าอายดึงความสนใจของเขาได้เป็นอย่างดี สุดท้ายเขาก็อดใจไม่ไหวต้องหันมองมันอย่างช่วยไม่ได้

แม้ว่าตอนนี้จะมืดค่ำแล้วแต่แสงจันทร์กลับสว่างจนสามารถมองเห็น ‘อะไรๆ’ ได้อย่างชัดเจน ซึ่งช่องทางรักของเธอมันถูกขยายใหญ่ดังที่ว่าไว้จริงๆ และคนที่ทำแบบนั้นก็คือเขาเอง

“เซวียนเหลียน อีกครั้งไหม”

แม้จะบอกกับตัวเองว่าไม่ แต่เซวียนเหลียนกลับกระโจนเข้าหาตัวซือเหยาเสียอย่างนั้น เขาเอาเสื้อผ้าของตัวเองมาวางรองบนพื้นก่อนจะดันร่างบอบบางลงไป ทั้งที่รังเกียจเธอแต่ก็ดันกลัวจะทำผิวสวยๆ ของเธอเป็นรอยเสียอย่างนั้น เขาไม่เข้าใจตัวเองเลย

มือใหญ่ดันขาเรียวให้อ้าออกกว้างก่อนจะส่งแก่นกายที่ปวดหนึบเข้าไปสำรวจในกายสาว ผนังอ่อนนุ่มที่อบอุ่นบีบรัดเขาทันที เซวียนเหลียนแทบหลอมละลายลงไปตรงนั้น ร่างกายของเซี่ยซือเหยาดีมากจริงๆ

“เซวียนเหลียน อื้ม ที่รัก เสียวจัง”

ยิ่งซือเหยาครวญครางชื่อเขามากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งกระทำกับเธอรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น มือใหญ่ประคองเอวบางขึ้นจนหลังของเธอไม่ติดกับพื้นแล้วตอกอัดแก่นกายเข้าไปจนชนกับปากมดลูกของเธอ

“ไม่ไหวแล้ว อ๊ะ จะเสร็จ” ซือเหยาเสียวจนน้ำตาเล็ด เห็นแบบนั้นเซวียนเหลียนก็ยิ่งรุนแรงกับเธอมากขึ้น

หญิงสาวเสร็จอย่างรุนแรงเธอได้พักแค่ไม่กี่ลมหายใจก่อนโดนจับกระแทกอีกครั้ง คราวนี้เซวียนเหลียนจับเธอคลานเข่าแล้วกระแทกจากด้านหลัง มันเข้ามาลึกเสียจนหน้าท้องของเธอขึ้นเป็นลำ ซือเหยาลองกดหน้าท้องบริเวณที่น่าจะเป็นปลายยอดของอีกฝ่ายดูและพบว่าเซวียนเหลียนเสียวจนตัวสั่น

“เซี่ยซือเหยา เธอมันร่านมากจริงๆ”

เขาขบกัดและจูบไปทั่วลาดไหล่และแผ่นหลังบาง ขาแกร่งเตะขาของซือเหยาให้กางอ้าออกมากขึ้นเพื่อให้เขาเข้าไปได้ลึกกว่านี้ ซือเหยาดันเอวสวนสะโพกของเซวียนเหลียนอย่าท้าทาย ทำให้จังหวะรักของพวกเขาเสียวมากยิ่งขึ้น

“แม่ง!” เซวียนเหลียนสบถอย่างหัวเสีย เขาไม่อยากยอมรับเลยว่าร่างกายของเซี่ยซือเหยามันดีมาก พวกเขาเข้ากันได้ดีจนน่ากลัว

“อ่า จะเสร็จแล้ว” เซวียนเหลียนเร่งจังหวะสาวสะโพกให้เร็วยิ่งขึ้น เขามัวเมาในอารมณ์จนลืมที่จะดึงแก่นกายออกมา สุดท้ายจึงปลดปล่อยน้ำขาวขุ่นเข้าไปอยู่ในกายของซือเหยาจนหมด ดูเหมือนว่าเขาจะทำพลาดอีกครั้งแล้ว

ทันทีที่เขาดึงแก่นกายออกน้ำรักของเขาและเธอก็ทะลักทลายออกมากระตุ้นอารมณ์เขาอีกครั้ง เซวียนเหลียนเบนหน้าหนีไม่มองมัน เขาไม่อยากที่จะสัมผัสเซี่ยซือเหยาอีกต่อไปแล้ว

ร่างเล็กนอนฟุบอย่างหมดแรงและหมดฤทธิ์ยา เธอสุขสมเสียจนตัวเบาหวิว แม้ว่าค่ำคืนนี้จะอากาศเย็นแต่เธอที่กำลังเปลือยเปล่ากลับไม่หนาวเท่าใดนัก ต้องขอบคุณกิจกรรมเข้าจังหวะที่เซวียนเหลียนช่วยรังสรรค์ขึ้น

“ใส่เสื้อผ้า เธอร่านเกินไปแล้ว” ซือเหยาไม่เก็บเอาสายตาเย็นชาและคำพูดบาดลึกของเขามาใส่ใจ เพราะคนที่รู้สึกก่อนจะกลายเป็นผู้แพ้

“ฉันไม่มีแรง ช่วยหน่อย”

เซวียนเหลียนไม่มีทางเลือก หากไม่ดึงเธอขึ้นมาเขาเองก็จะแต่งตัวไม่ได้เหมือนกันเพราะเธอนอนทับเสื้อผ้าของเขาอยู่ เซี่ยซือเหยาเอนร่างพิงกับอกแกร่งขณะสวมใส่เสื้อผ้าด้วยความอ่อนแรง

“มานี่” เซวียนเหลียนปัดมือของซือเหยาทิ้งและช่วยเธอเกี่ยวตะขอเสื้อชั้นในเพื่อให้มันเสร็จโดยเร็ว

“ใส่ข้างล่างให้ด้วยสิ”

“ได้คืบจะเอาศอก” แม้จะว่ากล่าวแบบนั้นแต่เซวียนเหลียนก็ยังช่วยซือเหยาใส่กางเกงอยู่ดี ตอนที่เห็นหัวเข่าของเธอขึ้นสีแดงจางๆ เขาอดด่าตัวเองไม่ได้ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็คิดว่าสมควรแล้ว คนร้ายกาจแบบเซี่ยซือเหยาสมควรที่จะเจ็บตัวเสียบ้างถึงจะดี

“กลับบ้านไปซะ”

เซวียนเหลียนเอ่ยหลังจากที่ทั้งเขาและเธอแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว ซือเหยามองรอบด้านที่มืดสนิทก็เกิดกลัวขึ้นมา เธอเคยใช้ชีวิตอยู่แต่ในเมืองที่แสงไฟไม่มีวันดับดังนั้นจึงไม่คุ้นชินกับวิถีชีวิตใหม่นี้นัก

แต่โชคดีที่นอกจากเซวียนเหลียนจะบอกให้เธอกลับบ้านแล้ว เขาเองก็จะกลับเช่นเดียวกัน ซือเหยาอาศัยเดินตามหลังอีกฝ่ายแต่ไม่ไวนักเพราะอาการแสบขัดช่วงล่าง

“เดินช้าๆ หน่อยสิ”

“ฉันจะเดินช้าเดินเร็วแล้วเกี่ยวอะไรกับเธอ” ซือเหยามุ่นหน้าด้วยความหมันไส้ ผู้ชายนี่มันไม่ละเอียดอ่อนเอาเสียเลย

“นายจะปล่อยให้ฉันเดินกลับบ้านมืดๆ คนเดียวหรือไง”

“ใช่”

ไอ้เวร…

“ถ้านายยังเดินไม่รอฉันอยู่อีก ฉันจะร้องเรียกให้คนสนใจให้มาดูกันเยอะๆ ฉันจะได้เดินตามพวกเขากลับบ้านได้ แล้วหลังจากนั้นคนก็อาจจะเอาเรื่องที่เราอยู่ด้วยกันตอนค่ำมืดไปนินทา บางทีมันอาจจะไปเข้าหูซูหนิงแล้วหลังจากนั้นนายว่ามันจะเป็นยังไงต่อ” เซวียนเหลียนหยุดเดินก่อนจะหันกลับมามองซือเหยาด้วยท่าทางที่อยากจะฉีกเธอออกเป็นชิ้นๆ

“เธอกล้างั้นเหรอ”

“มีเรื่องอะไรที่ฉันยังไม่กล้าอีกล่ะ” ซือเหยาเลิกคิ้วถาม ความบ้าดีเดือดในแววตานั่นทำให้เซวียนเหลียนไม่กล้าท้าทาย เพราะขนาดเสนอตัวให้เขาเธอยังทำมาแล้ว เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เธอจะไม่กล้าทำได้อย่างไร

“ฉันจะเดินไปส่งเธอ แต่เรื่องของเราห้ามบอกใครเด็ดขาดโดยเฉพาะซูหนิง”

“ได้สิ” ซือเหยาตอบรับเสียงหวาน รอยยิ้มเป็นมิตรที่ระบายอยู่บนใบหน้าแทนที่จะทำให้เซวียนเหลียนวางใจ แต่ดันได้ผลตรงกันข้าม ตอนนี้เขาระแวงเธอมากกว่าเก่าเสียอีก

“ถ้าซูหนิงรู้ฉันไม่เอาเธอไว้แน่”

“ดูท่าจะชอบมากเลยสินะ”

“ไม่ใช่เรื่องของเธอ”

ซือเหยาพอจะรู้อยู่บ้างเรื่องความรู้สึกที่อยากจะดูดีที่สุดต่อหน้าคนที่ชอบ เรื่องคาวพวกนี้หากซูหนิงรู้อาจจะมองเขาในทางไม่ดีก็ได้ ดังนั้นเขาจะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ก็ไม่แปลก

“ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันใช้ชีวิตอย่างฉลาดมาตลอด”

“เสนอตัวให้ผู้ชายนี่ก็ฉลาดเหรอ”

“นั่นคือความคุ้มค่า กับคนที่ฉันชอบไม่ว่าอะไรก็คุ้มค่าที่จะให้”

“เธอชอบฉันงั้นเหรอ คนที่เธอบอกว่าเหม็นสาปคนจนน่ะนะ?”

“ฉันชอบหน้านาย ส่วนนิสัยยังไม่รู้”

“เธอมันบ้าไปแล้ว” ซือเหยายักไหล่ไม่สนใจ

แม้ว่าต่อจากนี้เขาจะทิ้งเธอไปและไม่รับผิดชอบเธอก็ไม่ได้เสียใจอะไร เพราะถือว่าเธอได้เขาแล้วเหมือนกัน อีกอย่างเธอสามารถไปเล่าได้ว่าเธอถูกไอ้หน้าหล่อนั่นฟันแล้วทิ้งมา แทนที่จะเป็นไอ้หน้าเห่ยหรือไอ้เวรนิสัยเสียที่ไหนสักคน สรรพนามในเรื่องเล่าเองก็เป็นสิ่งที่สำคัญนะ ประวัติชีวิตเธอมันต้องฟู่ฟ่าหน่อยสิ

“โอ๊ะ!” ซือเหยาเสียหลักเพราะเส้นทางเป็นหลุมบ่อ เธอถลาไปกอดเอวสอบของเซวียนเหลียนไว้ได้อย่างพอเหมาะพอดี หลังจากตั้งหลักได้แล้วแทนที่เธอจะผละตัวออกดันเอนหัวซบกับอกเขาเสียอย่างนั้น

“ตัวนายอุ่นจัง”

“ปล่อย” เซวียนเหลียนเอ่ยเสียงเย็น เขาไม่กล้าดันเธอสุ่มสี่สุ่มห้าเกรงว่ามือจะไปโดนในที่ที่ไม่ควรโดนเหมือนก่อนหน้านี้อีก เขาได้บทเรียนมาแล้วและจะไม่ทำผิดซ้ำสองอีก…แม้ว่าจริงๆ จะซ้ำครั้งที่สองไปแล้วก็ตาม

เซี่ยซือเหยายอมปล่อยกอดออกอย่างว่าง่าย เธอกำลังแสดงให้เขาเห็นว่าตัวเองเป็นคนที่สามารถพูดคุยด้วยได้หากใช้ถ้อยคำดีๆ บอกกล่าวกัน และเขาจะไม่ได้รับการตอบสนองเมื่อเริ่มด่าทอหรือพูดให้เจ็บช้ำน้ำใจ

ซือเหยาชอบเล่นสงครามประสาท เธอชอบที่จะอ่านใจและบงการผู้คน นั่นเป็นนิสัยเสียที่ติดตัวมาแม้ว่าจะเกิดใหม่แล้วก็ตาม บางครั้งผู้คนคิดว่าควบคุมเธอได้โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังโดนเธอควบคุมอยู่ ซึ่งการเล่นเป็นแกะกินเสือนั้นมันสนุกอย่าบอกใครเลย

“จะถึงบ้านเธอแล้ว” เซวียนเหลียนหยุดเดิน เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเขาจะส่งเธอแค่ตรงนี้เท่านั้น

“ขอบคุณ”

เซวียนเหลียนแปลกใจและไม่ชินเมื่อเซี่ยซือเหยาพูดดีๆ กับเขา ผู้หญิงร้ายกาจนิสัยเสียคนนั้นหายไปไหนแล้ว ทำไมเธอถึงดูเหมือนไม่ใช่เธอคนเดิมเลย ซือเหยาโบกมือลาให้ชายหนุ่มตัวสูงกว่า 188 เซนติเมตร แต่ก่อนที่จะเข้าบ้านเธอก็หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง

“เซวียนเหลียน ฝันถึงฉันแปลว่าฝันดีนะ”

“ฝันร้าย”

ซือเหยาหัวเราะเสียงใสเมื่อเห็นใบหน้าเหม็นเบื่อของอีกฝ่าย อย่างน้อยเธอก็สามารถกวนอารมณ์คนได้แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว เซวียนเหลียนมองตามหลังเซี่ยซือเหยาไปจนเธอลับสายตา นี่เป็นวันแรกที่เขามองเธอนานขนาดนี้

บ้านตระกูลเซี่ยเงียบเชียบเสียจนซือเหยาอดสงสัยไม่ได้ว่าผู้คนหายไปไหนหมด ทั้งที่ตอนบ่ายพวกเขายังอยู่กันเต็มบ้านแท้ๆ แต่ไม่มีคนอยู่ก็ดีเพราะสภาพของเธอตอนนี้ดูไม่ได้เลยจริงๆ

ซือเหยาอาศัยจังหวะที่บ้านว่างเปล่าไปอาบน้ำขัดตัวเอาคราบต่างๆ ออกให้หมด หญิงสาวสำรวจร่างกายตัวเองอย่างละเอียดพบว่าเซวียนเหลียนฝากรอยรักเอาไว้จางๆ ด้วย ดีที่มันอยู่แถวต้นคอด้านหลัง แค่เอาผมลงมาปิดก็ไม่มีใครเห็นแล้ว

ร่างเล็กๆ กลับเข้าห้องไปใส่ชุดนอน โดยชุดของเจ้าของร่างคนเก่านั้นมีแต่สวยๆ ทั้งนั้น บ่งบอกถึงความรักและเอาใจใส่ของพ่อแม่เจ้าของร่างได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีชะตาชีวิตเป็นนางร้ายแต่ได้มีครอบครัวที่รักใคร่ขนาดนี้ซือเหยาก็ถือว่าคุ้ม

“ยุคนี้มียาคุมหรือเปล่านะ”

ซือเหยาคิดหนัก แต่มันก็น่าจะมีแล้วหรือเปล่า พรุ่งนี้เธอคงต้องเข้าไปดูในอำเภอสักหน่อยแล้ว ส่วนเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาเพราะเจ้าของร่างเดิมมีเงินเก็บส่วนตัวมากถึง 100 หยวน

นางหลิวส่งลูกสาวเข้าไปเรียนในตัวอำเภอหวังให้ลูกได้ดี เพราะต้องอยู่นอกบ้านทำให้เซี่ยซือเหยาได้รับเงินค่าขนมไปเยอะ เธอมักเก็บรวบรวมมันให้ได้มากๆ แล้วใช้ออกในคราวเดียว ช่างเป็นคนที่สุดโต่งโดยแท้

[การติดตั้งระบบเสร็จสิ้น]

อยู่ๆ ก็มีเสียงโฮโลแกรมดังขึ้นในหัวของซือเหยา เธอนิ่งค้างไปก่อนที่มันจะดังขึ้นมาอีกครั้ง

[สวัสดีครับโฮสต์ ผมคือระบบร้านค้าออนไลน์ข้ามจักรวาล คุณได้รับเลือกให้เป็นผู้ใช้ระบบ โปรดลงทะเบียน หลังจากลงทะเบียนแล้วคุณสามารถซื้อขายได้อย่างอิสระ]

“เรื่องจริงเหรอ ลงทะเบียนเดี๋ยวนี้เลย” ซือเหยาลิงโลด เธอได้รับตัวช่วยชั้นดีในการเอาตัวรอดจากยุคข้าวยากหมากแพงนี่แล้ว

[ลงทะเบียนเสร็จสิ้น]

หน้าต่างโฮโลแกรมสีฟ้าฉายขึ้นในอากาศ มันมีสินค้าหลากหลายรายการและหมวดหมู่จนซือเหยารู้สึกตาพร่า เธอเลื่อนหน้าจอลงมาด้านล่างเพื่อดูสินค้าในหน้าแรก

[น้ำยาเปลี่ยนสีผมเร็วทันใจภายใน 3 นาที ไม่ทำให้ผมเสียและชี้ฟู แต่สีจะอยู่ทนแค่ 2 ชั่วโมง ราคา 40 แต้ม]

[กาน้ำร้อนพูดได้ ร้องเพลงได้และขยับเองได้ในเวลาตี 3 ราคา 1000 แต้ม]

“แต้มที่ใช้ในการซื้อของพวกนี้มีมูลค่าเท่าไหร่” ซือเหยาถามระบบด้วยความสงสัย

[อัตราการแลกเปลี่ยนของแต่ละดวงดาวไม่เหมือนกัน โดยในดาวที่โฮสต์อยู่ 10 แต้มร้านค้าเท่ากับ 1 หยวน]

ซือเหยาตาโต งั้นน้ำยาเปลี่ยนสีผมใน 3 นาทีนั่นก็มีราคาแค่ 4 หยวนเท่านั้นเองน่ะสิ ถูกมาก! แม้ว่าของบางอย่างราคาจะไม่สมเหตุสมผลไปบ้างเช่นกาน้ำร้อนผีสิงนั่นแต่ของถูกนั้นมีอยู่จริง

“แล้วจะเติมเงินเข้าระบบยังไง”

[ใส่เงินเข้ามาในช่องว่างมิติเลยครับ ผมจะทำการเติมให้เอง] หลุมดำเล็กๆ ปรากฏขึ้นด้านหน้าของซือเหยา ด้วยความอยากรู้เธอจึงเอาเงิน 100 หยวนใส่เข้าไป

[เติมเงินสำเร็จ คุณมีแต้มร้านค้า 1000 แต้ม]

เมื่อมีแต้มในการซื้อของได้แล้วซือเหยาก็ไม่รอช้าที่จะค้นหายาคุมฉุกเฉิน รายการที่ปรากฏขึ้นมานอกจากเม็ดยาที่เธอคุ้นเคยจากชาติก่อนแล้ว ยังมียาที่ประสิทธิภาพตรงกันแต่ดีกว่าแสดงขึ้นมาด้วย อย่างไรก็ตามนี่คือระบบร้านค้าออนไลน์ข้ามจักรวาลดังนั้นสินค้าในระบบจึงมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก

[ยาป้องกันการตั้งครรภ์ 1 เม็ดอยู่ได้นาน 1 ปี สามารถกินหลังมีเพศสัมพันธ์ได้ภายใน 6 ชั่วโมง ราคา 500 แต้ม]

นี่ดีกว่ายาคุมในชาติก่อนของเธอมาก ประสิทธิภาพของมันพอๆ กับการฝังยาคุมแต่เปลี่ยนมาเป็นการกินที่สะดวกสบายกว่า ของดีๆ แบบนี้หากไม่มีระบบแล้วไม่มีทางที่จะได้มันมา ซือเหยากดมันเข้าตะกร้าแล้วจ่ายเงินทันที

“แล้วฉันจะรับของได้จากทางไหน”

[ของถูกส่งมาแล้ว โปรดตรวจสอบในช่องเก็บของของระบบ]

นอกจากจะมีหลุมดำเอาไว้เติมเงินเข้าไปแล้ว ระบบยังมีช่องเก็บของด้วย เม็ดยาสีขาวมุกนอนนิ่งอยู่ในนั้น เมื่อซือเหยาหยิบออกมากลิ่นหอมของสมุนไพรก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว

หญิงสาวกลืนเม็ดยาลงไปโดยไม่รอให้เสียเวลา ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ไปทั่วร่างกายก่อนที่มันจะกลับเป็นปกติอีกครั้ง ซือเหยาวางใจได้แล้วว่าตัวเองจะไม่ท้อง รักสนุกอย่างไรก็ต้องป้องกัน

แต้มในระบบเหลือเพียง 500 แต้มเท่านั้น ซือเหยาไม่ได้ต้องการสิ่งของใดๆ อีก เธอตรวจสอบระบบร้านค้าให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นก่อนดวงตากลมจะเหลือบไปเห็นตัวเลือก ‘สร้างร้านค้า’ เข้า ด้วยความสงสัยจึงกดเข้าไปโดยพลัน

ตัวเลือกนี้ทำให้ผู้ใช้ระบบสามารถสร้างร้านค้าและลงขายสินค้าได้ทุกประเภท แถมยังกำหนดราคาเองได้ตามใจชอบ ยิ่งคะแนนร้านค้าดีก็จะยิ่งทำให้คนเห็นสินค้าของร้านได้มากขึ้น อีกอย่างยังมีขั้นของร้านค้าแบ่งระดับไปเพื่อรับสิทธิพิเศษอีกด้วย

[โฮสต์ คุณต้องการสร้างร้านค้าของตัวเองหรือไม่]

“แน่นอนสิ”

หน้าร้านของซือเหยาถูกสร้างขึ้นทันที แต่มันยังคงว่างเปล่าเพราะไม่มีสินค้าใดๆ วางขาย เธอหันซ้ายแลขวาตัดสินใจคว้าเอาเสื้อสีเขียวแก่ที่เธอไม่ชอบมาลงขาย

“แล้วต้องทำยังไงต่อล่ะ”

[นำสินค้าที่จะขายใส่เข้ามาในช่องเก็บของของระบบได้เลย เมื่อมีคำสั่งซื้อเข้ามาระบบจะเป็นผู้จัดส่งสินค้าให้ โดยชื่อของสินค้าและราคาโฮสต์สามารถกำหนดได้เอง]

ช่างเป็นระบบที่เอื้ออำนวยอะไรขนาดนี้!

ซือเหยาเอาเสื้อใส่ลงไปในช่องเก็บของตามที่ระบบบอก พร้อมทั้งตั้งชื่อสินค้าให้ดูน่าสนใจหน่อย ส่วนราคานั้นเธอขายไปในราคา 300 แต้มหรือก็คือ 30 หยวน แม้ว่าจริงๆ แม่ของเธอจะจ่ายไปแค่ 5 หยวนกับตั๋วผ้าอีกใบก็ตาม

การค้าอย่างไรก็ต้องเอากำไร ตราบใดที่ลูกค้ายินดีที่จะจ่ายมันก็ไม่มีอะไรน่าเกลียด คิดดูสิว่าจักรวาลอื่นมีเสื้อผ้าแบบนี้ไหม นี่มันเสื้อผ้าที่บ่งบอกวัฒนธรรมและยุคสมัยเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การซื้อเก็บไว้อย่างแท้จริง

ขณะกำลังรอให้สินค้าของเธอถูกค้นพบอยู่นั้นซือเหยาก็ได้ยินเสียงคนดังขึ้นในบ้าน คาดว่าครอบครัวเซี่ยคงจะกลับมาแล้วหลังจากหายไปไหนไม่รู้ เซี่ยซือเหยาออกจากห้องไปดูพวกเขา แต่ละคนหน้าดำคร่ำเคร่งกันทั้งนั้น

“เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ”

“เหยาเหยา ลูกหายไปไหนมา! ไม่ได้เจ็บตรงไหนใช่ไหม” นางหลิวปรี่เข้ามาจับมือลูกสาวด้วยความยินดี นางนึกว่าวันนี้จะไม่ได้เจอหน้าลูกเสียแล้ว

“หนูสบายดีค่ะ”

“เรานึกว่าชายแซ่จางจะทำอะไรหลานเสียอีก โชคดีที่หลานปลอดภัย” แม่เฒ่าเซี่ยเองก็เข้ามาจับมือหลานสาวด้วยเช่นเดียวกัน หากไม่ใช่เพราะคนอื่นๆ ในครอบครัวลงความเห็นให้หญิงชรากลับมาพักที่บ้านก่อนเธอก็คงจะไม่รู้ว่าหลานสาวอยู่บ้านแล้ว

ไม่เพียงแค่แม่เฒ่าเซี่ยแต่บรรดาสะใภ้ เด็กเล็กและผู้หญิง ก็ถูกเกณฑ์กลับบ้านเช่นเดียวกัน เซี่ยซูหนิงเหน็ดเหนื่อยกับการตามหาเซี่ยซือเหยาอย่างมาก เมื่อกลับมาเห็นว่าลูกพี่ลูกน้องของตนเองยังคงสบายดี แถมยังอาบน้ำเปลี่ยนชุดนอนแล้วด้วยเธอยิ่งเหนื่อยหนักเข้าไปใหญ่

“ในเมื่อเจอเหยาเหยาแล้วก็ไปบอกให้พวกผู้ชายกลับบ้านมาได้แล้ว” ทุกคนนิ่งเงียบไม่ขยับหลังแม่เฒ่าพูดจบ ต่างคนก็ต่างเหนื่อยล้าและไม่อยากจะกลับออกไปอีกแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ต้องมีตัวแทนไป ไม่อย่างนั้นพวกผู้ชายก็คงจะหากันต่อ

“ยังไม่รีบไปอีก!” แม่เฒ่าตวาดเสียงดังขณะมองตรงไปยังสะใภ้รองของตนเอง ซุนลี่ก้มหน้ารับคำสั่งอย่างจำยอม เห็นแบบนั้นเซี่ยซูหนิงก็รู้สึกทนไม่ได้

“เดี๋ยวหนูไปเองค่ะ แม่ตามหาซือเหยาจนเหนื่อยมากแล้ว พักผ่อนอยู่ที่นี่ดีกว่า”

ซูหนิงเหลือบสายตามองด้วยสายตากล่าวโทษ หากไม่ใช่เพราะลูกพี่ลูกน้องคนนี้หายไปโดยไม่บอกไม่กล่าว คนอื่นๆ ก็คงจะไม่ต้องมาเหนื่อยแบบนี้ เธอหวังให้ซือเหยาสำนึกผิดและคิดได้ว่าควรจะทำอะไรต่อไป เพราะมันน่าหงุดหงิดที่เธอต้องเดือดร้อนเพราะอีกฝ่าย

ซือเหยาใช่ว่าจะมองสายตานั่นไม่ออก แต่ซูหนิงยังไม่ให้โอกาสเธอแสดงความรับผิดชอบก็มาต่อว่ากันทางสายตาแล้ว ถ้าจะเล่นกันแบบนี้ อย่ามาว่าแล้วกันถ้าเธอเล่นบ้าง

Talk

ตัวร้ายยุค 70 หรือจะมาสู้สาวยยุค 2000
แค่ตัวเลขก็กินขาดละ

To be continue

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...