ข้านี่แหละ นางสตรีฉาวโฉ่!
ข้อมูลเบื้องต้น
หลินซูหนี่ว์ผู้ชั่วร้าย
ณ แคว้นซ่ง หมู่บ้านดอกบ๊วย
หมู่บ้านที่แสนร่มรื่นและงดงามจนดูสบายตา ได้ผิดจากผู้คนที่อยู่อาศัยลิบลับ หมู่บ้านดอกบ๊วยที่อยู่ติดชายแดนคือสถานที่แห่งความเสื่อมโทรมอย่างแท้จริง ทั้งนักโทษที่ถูกเนรเทศ ทหารที่พิการจากสงครามและเริ่มเป็นบ้า ต่างถูกไล่ออกมาอยู่ในที่แห่งนี้จนกลายเป็น หมู่บ้านคนทราม
‘หลินซูหนี่ว์’ หญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวย ทรวดทรงองเอวได้ที่ ถูกเนรเทศมาที่นี่อย่างไม่ทราบเหตุผล เพราะใบหน้าที่งดงามล่มเมืองทำให้เหล่าสตรีริษยา จนกระจายข่าวไปว่าเธอคือโสเภณีที่ปีนเตียงขุนนางจนโดนฮูหยินเอกเนรเทศออกมายังที่แห่งนี้
พวกบุรุษมักมากในกามจึงพยายามเข้าหานางกันสุดความสามารถ ไม่เว้นแม้กระทั่งฉุดกระชาก จนหลินซูหนี่ว์ที่ต้องหาที่พึ่งพิง ได้ปีนเตียงชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่แสนน่าหวาดกลัว และเป็นอดีตนักโทษร้ายแรงด้วยตนเอง จนมีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน
แต่ความอดอยากและความเสื่อมโทรมของที่นี่ ก็ทำให้หลินซูหนี่ว์ร้ายกาจมากขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่ร้ายกาจอยู่แล้วก็ทวีคูณเป็นสองเท่า จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกับบุตรชายและสามีอย่างไม่คิดยั้งมือ
“อื้มม..”
“ท่านแม..พี่สาวตื่นแล้วหรือขอรับ!”
ดวงตากลมโตกวาดสายตามองรอบกายด้วยความสงสัย
‘ไอเด็กนี่ใคร’
เนตร ไม่สิ ฉันคือเนตรหรือใครกันแน่
ความทรงจำที่ถาโถมเข้ามาทำให้ร่างงามต้องวิ่งออกมานอกบ้านก่อนจะสำรอกของจากเมื่อวานออกมาจนหมดสิ้น
“ท ท่านพี่น้ำขอรับ”
หมับ!
ร่างบางคว้าน้ำที่เด็กชายนำมาให้บ้วนปากและล้างหน้า ก่อนจะกวาดสายตามองรอบกายอีกครั้ง และพบว่าที่นี่ โคตรจะสกปรก! ขวดสุราที่วางเรียงราย บ้านช่องที่รกยิ่งกว่ารังหนู ไหนจะบุรุษผมยาวรุงรังที่กำลังนอนกรนเสียงยิ่งกว่ารถไถนั่นอีก!
“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!!”
“เสียงดังอะไรตั้งแต่เช้าวะ! เห้ย! หลี่ซูไปเอาเหล้ามาเพิ่ม!”
“ข ขอรับท่านพ่อ แต่ข้าหิวแล้ว…”
“ไปเอาเหล้ามา!!”
“ขอรับ!”
หลี่ซูเด็กชายตัวเล็กที่ผอมบางจะวิ่งออกไปแต่ก็โดนผู้เป็นมารดารั้งเอาไว้ “ท่านแม่เอาด้วยหรือขอรับ”
“เดี๋ยวก่อน”
เนตรพยายามทบทวนความทรงจำทั้งหมด จนเข้าใจว่าตอนนี้เธอไม่สิตอนนี้ต้องใช้คำว่า ‘นาง’ ได้หลุดมาอยู่ในยุคที่โคตรจะโบราณ เรียกได้ว่าไร้ไฟฟ้า ที่นี่ยังก่อไฟทำอาหารกันอยู่เสียด้วยซ้ำ! และร่างที่เธอหลุดมานี้คือร่างของสตรีที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่อย่าง ‘หลินซูหนี่ว์’ ที่สำคัญหลุดมาแบบธรรมดาไม่พอ
ดันหลุดมาตอนมีลูกมีผัวแล้วอีก! ซ้ำร้ายคือนังหลินซูหนี่ว์และผัวทำตัวระยำเกินกว่าจะเป็นพ่อแม่คนได้เสียด้วยซ้ำ!
“ไม่ไหว แบบนี้ไม่ได้”
“ท ท่านแม่อยากดื่มจนทนไม่ไหวเลยหรือขอรับ ข้าจะรีบไปเอามาให้”
“ออกไปก่อน”
“ข ขอรับ”
หลี่ซูมองหน้ามารดาที่กำลังมือครึ้มด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะวิ่งหลบออกไป หลินซูหนี่ว์ทบทวนความทรงจำแล้วพบว่าเจ้าสามีนี่ตอนสภาพปกติก็หน้าตาดีใช่ย่อย แต่พออยู่ด้วยกันไปคนทรามกับคนทรามอาศัยอยู่ด้วยกันก็พากันชีวิตฉิบหาย แถมมันยังเป็นหัวหน้าหมู่บ้านอีก
‘เอาล่ะ’
โคร่ม!!!
“เฮ้ย! ทำอะไรของเจ้านางผีบ้า!”
“ส่องกระจกดูสภาพตนเองก่อนเถิดว่านั่นผีบ้าหรือไม่ หากยังไม่ลุกข้าจะไปหาชายอื่น!”
พรึบ!
“เจ้าว่าอย่างไรนะ!”
หนึ่งสิ่งที่ไม่น่าจะมีได้ในความสัมพันธ์นี้ คือ ‘ตงหยาง’ ผู้นี้รักภรรยาชั่วร้ายสุด ๆ ! เรียกได้ว่ารักจนเป็นบ้า เพราะแม้จะใช้ชีวิตได้อย่างเวทนา แต่ความงามของหลินซูหนี่ว์ก็ไม่เคยลดน้อยลง จนมีบุรุษเงินทองล้นกายมาทาบทามไปเป็นอนุบ่อยครั้ง อีกทั้งตัวนางเองยังชอบความสุขสบาย หลายครั้งจึงคิดหนี
ตงหยางที่เครียดจนแทบบ้า ท้ายที่สุดก็ติดสุราจนไม่เป็นอันทำสิ่งใด ซูหนี่ว์ที่เครียดกับชีวิต ก็ได้ติดสุราไปพร้อม ๆ กัน สงสารก็แต่หลี่ซูที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องคอยรับกรรมตั้งแต่เกิดจนได้หกหนาว จนร่างกายซูบผอมเป็นผีเหน็บกระด้งขนาดนั้น!
“ลุกขึ้นมาช่วยข้าเก็บกวาด”
ตงหยางมองภรรยาที่เปลี่ยนไปด้วยความไม่เข้าใจ
“ข้าบอกให้เก็บกวาด!”
“เข้าใจแล้ว ๆ !”
สองสามีภรรยาช่วยกันเก็บกวาดบ้าน หลี่ซูได้แต่มองภาพนั้นด้วยความงุนงง เช่นเดียวกับชาวบ้านที่พากันมาชะเง้อดูสองสามีภรรยาตีกันอย่างทุกวัน แต่วันนี้กลับเห็นว่าทั้งสองช่วยกันเก็บบ้าน หลินซูหนี่ว์สัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองนางจึงยืนขึ้นก่อนจะชี้ไปนอกบ้าน
“เอาเวลาสาระแนเรื่องชาวบ้าน ไปอาบน้ำเสียไป๊! มิเช่นนั้นจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ!”
“หน๊อยย นางโสเภณีเจ้าคิดว่าเจ้าจะทำได้รึ!” ชาวบ้านที่หมั่นไส้ในความงามตะโกนสวน
แต่มีหรือที่คนอย่างเนตร นภัสสรจะยอม มากกว่าฝีมือการต่อสู้แล้วก็ปากหมา ๆ นี่แหละที่ของจริง!
“บอกข้าเป็นโสเภณีแม่เจ้าหรือเจ้าเคยขายหรือเลยรู้!”
“จ เจ้า”
“แหม! ที่ข้าไม่แก้ข่าวก็เพราะเวทนาพวกหน้าอัปลักษณ์เฉกเช่นพวกเจ้าหรอกนะ ที่ใส่ร้ายข้าเพื่อจะให้ตนเองดูดีขึ้นน่ะ งามอย่างข้านะหรือโสเภณี หนังหน้าอย่างข้าหากขายร่างกายจริง ๆ คิดว่าจะอดอยากได้รึ! นู่นป่านนี้ไปเป็นอนุหรือสตรีรองบ้านเศรษฐีแล้ว!”
เป็นครั้งแรกที่หลินซูหนี่ว์ลุกขึ้นมาโต้ตอบเรื่องนี้ หลังจากเงียบมาหลายปีเพราะตีฝีปากกับพวกชาวบ้านเถื่อน ๆ พวกนี้ไม่ไหว ตงหยางที่ได้ยินก็นั่งนิ่ง เพราะตัวเขาที่หลับนอนกับนางก็ได้รับความบริสุทธิ์ของนางมาจริง ๆ แต่ก็ตอนนั้นเขาเองก็ยังไม่แน่ใจนัก
“ใครจะไปรู้เล่า เจ้าอาจจะเป็นโสเภณีจริง ๆ ก็ได้!”
“มีปากใครก็พูดได้นังแก่ เจ้าเป็นโสเภณี แม่เจ้าก็เป็น เห็นหรือไม่ข้าก็พูดได้”
“นังบ้า!” พวกชาวบ้านเริ่มเถียงไม่ทัน จนต้องใช้เสียงตะคอกแทน
“แล้วอีพวกชะเง้อคอมองบ้านคนอื่นนี่ไม่บ้ากว่ารึ พูดมาได้ว่าเป็นโสเภณีจึงโดนเนรเทศ ลืมไปแล้วรึว่าที่นี่มันที่ไหนกัน! หากเป็นโสเภณีอดอยากจากเมืองหลวง หนังหน้าอย่างข้าก็เข้าเมืองอื่นได้ เป็นอดีตนักโทษอย่างเดียวก็พอ อย่าเป็นคนโง่ด้วยเลย! อ้อ! อีกอย่างบุตรชายเจ้าไออ้วนนั่นน่ะ ถ้าเห็นมันแกล้งหลี่ซูอีกครั้งละก็”
หลินซูหนี่ว์ตั้งท่าปาดคอด้วยใบหน้าที่โหดเหี้ยม จนสตรีที่ยืนเถียงกับนางนั้นวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว สายตานั่นน่ะ มันที่เป็นนักโทษมานานรู้ซึ้งเชียวล่ะ สายตานั่นน่ะไม่ธรรมดา!
การกระทำที่เปลี่ยนไปของหลินซูหนี่ว์ทำให้พวกชาวบ้านหุบปากกันมากขึ้น หลี่ซูหัวใจเต้นระรัวเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มารดาออกตัวปกป้องเขา เช่นเดียวกับตงหยางที่แปลกใจเหลือเกินว่าภรรยาของเขาคนนี้ไปกินอะไรผิดสำแดงมาถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้
หลินซูหนี่ว์เทสุราทั้งหมดในบ้านทิ้งโดยไม่สนใจสายตาของสามี “จากนี้ห้ามดื่มอีก!”
“ได้”
‘อะไรกันเจ้านี่อยู่ดี ๆ ก็ว่าง่ายขึ้นมา แต่เอาเถอะนี่ดีแล้ว’
สามคนพ่อแม่ลูกช่วยกันเก็บกวาดบ้านคนละไม้ละมือ ผ่านไปนานถึงสองชั่วยามจากรังหนูก็กลายเป็นบ้านคนในที่สุด หลินซูหนี่ว์ปาดเหงื่อก่อนจะมองภาพตรงหน้าด้วยความพอใจ ทว่าสายตาของนางก็หันไปเห็นอาหารที่เหลือเพียงน้อยนิด
“ข้าวสารเหลือเพียงนี้เองหรือ”
“ช่วงนี้ยังมีสงคราม ของเลยมีราคาแพง ที่สำคัญ…เราใช้เงินไปกับสุราหมดแล้ว”
นี่เสร็จสงครามโลกนู้น ก็ยังมาเจอสงครามโลกนี้อีกหรือ! จากความทรงจำแล้วเหมือนที่นี่จะมีอีกหนึ่งคนคือห่าวซวนเป็นน้องชายแท้ ๆ ของตงหยางเพราะหนึ่งบ้านต้องส่งหนึ่งคนไปสู้รบ ห่าวซวนจึงไปแทนพี่ชายที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน
หัวหน้าหมู่บ้านยังอยู่ในสภาพนี้ แล้วคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเล่าจะเป็นเช่นไรกัน
“ข้าจะออกไปล่าสัตว์”
“ไม่ได้!” ตงหยางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แต่เมื่อเห็นว่าภรรยากำลังส่งสายตาปานจะสังหารมาให้ก็ลดเสียงลง “ในป่ามันอันตราย”
“ท่านเข้าป่าคนเดียวมาตั้งนานยังเข้าได้ ข้าก็ต้องเข้าได้ ภรรยาจะปล่อยให้สามีลำบากคนเดียวได้อย่างไร ไปเตรียมของไป”
คำพูดที่ไม่ได้คิดมากของหลินซูหนี่ว์ทำให้ตงหยางชะงัก ‘นางพูดว่าสามีภรรยานั้นหรือ’
“หลี่ซู ลูกอยู่บ้านปิดประตูให้ดี อย่าให้ใครเข้ามารังแกได้ หากมีก็ใช้ไม้ทุบตีมันเสีย แม่จะออกไปหาเนื้อให้เจ้า”
‘แม่ ลูกงั้นหรือ!’
สองพ่อลูกเวลานี้สติหลุดไปแล้ว หญิงร้ายกาจที่ไม่เคยยอมรับครอบครัว วันนี้นางกำลังเรียกตนเองว่าแม่และภรรยา!
เริ่มต้นชีวิตใหม่
ภูเขาสูงอีกทั้งยังรกด้านหลังหมู่บ้าน คือแหล่งหากินเดียวของชาวบ้านที่นี่ เพราะความอันตรายทำให้ชาวบ้านไม่ขึ้นไปบ่อยนัก บ้างก็ไปแล้วไม่ได้กลับมา บ้างก็กลายเป็นคนพิการ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเลือกได้ ชื่อเสียงของหมู่บ้านไม่ค่อยดีนัก ไปที่ใดก็ไม่มีใครต้อนรับจึงต้องทนอดอยากอยู่ที่นี่
หลินซูหนี่ว์มองดูป่าก่อนจะมองดูผืนดิน “ด้านนอกนี่มีสัตว์ไม่มากหรือ” นางไม่เห็นร่องรอยของสัตว์แม้แต่น้อย
“ด้านนอกส่วนมากถูกล่าไปหมดแล้ว ต้องเข้าไปด้านในเท่านั้น ข้าจึงไม่อยากให้เจ้ามาด้วย”
“งั้นไปกันเถอะ”
นางเป็นทหารของแค่นี้ไม่ได้น่ากลัว ที่ผ่านมาเวลาเข้าป่าก็ต้องล่าสัตว์หาของป่ากินประทังชีวิต เพราะในสงครามนั้นไม่ได้สามารถกลับไปเอาอาหารสดใหม่ในฐานได้ตลอด ทั้งสองเดินเข้าป่าไปโดยมีตงหยางเดินนำด้านหน้า เพราะเกรงว่าจะมีสัตว์ร้ายพุ่งมาใส่ภรรยา
หลินซูหนี่ว์เก็บผักป่าที่คุ้นตาใส่ตะกร้าตลอดทาง เพราะเนื้ออย่างเดียวไม่ดีนักจะต้องมีผักด้วย เมื่อเดินมาลึกขึ้นผักป่าและสมุนไพรก็มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ
โฮกก
“หยุด! เราต้องออกไปเดี๋ยวนี้” ตงหยางบอกภรรยาก่อนจะดึงให้นางออกไป ทว่าหลินซูหนี่ว์กลับกระชับกระบี่ราคาถูกขึ้นก่อนจะแหวกโพรงหญ้าเข้าไปพบกับเสือตัวอ้วนที่กำลังกินกวางอย่างอิ่มเอมอยู่
‘อ้วนอะไรขนาดนั้นกัน ในนี้คงมีของกินให้มันมากนัก’
เสือรับรู้ถึงการมาของคนสองคนมันจึงหันมากระโจนใส่อาหารมื้อใหญ่ของตนเอง ตงหยางใช้ร่างกายของตนปกป้องภรรยาในทันที ทว่ากลับโดนหลินซูหนี่ว์ดักขาจนล้มและกดหัวเขาลงพื้น เจ้าเสือพลาดท่าและหมายจะหันกลับมา แต่ทันใดนั้นเองมันก็ต้องชะงักเพราะสาวตาของหญิงสาวตรงหน้า
“หยุด!!!”
สัญชาตณานักล่าของหลินซูหนี่ว์ได้เผยออกมาทางสายตา จนเสือตนนั้นเริ่มถอยด้วยความไม่มั่นใจ หญิงสาวที่มันตะครุบทีเดียวก็สังหารได้มีกลิ่นอายและสายตาที่ดั่งอสูรกาย
โฮกกก!!
“จะไปไหน!” หลินซูหนี่ว์เห็นว่าอาหารของนางกำลังจะหนีไปจึงกระโจนใส่มันจนขึ้นไปนั่งบนหลังได้ นางยิ้มออกมาอย่างน่าสยดสยองก่อนจะกดดาบของตนเองลงไป ทว่าเสือตนนั้นก็ไหวตัวทันและวิ่งเข้าป่าไปในทันที
“ชิ!” เจ้าอ้วนนั่นหากจับทำเนื้อแห้งคงอิ่มไปได้หลายวัน ในขณะที่นางกำลังมองหามัน เจ้าเสือก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับหมูป่าตัวโต
แหมะ
มันวางให้หลินซูหนี่ว์ก่อนจะลดหัวลงและเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวตรงหน้า ทว่าสายตาแห่งความหิวโหยของหลินซูหนี่ว์ก็ยังไม่ได้หายไป นางค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้เสือก่อนที่จะจับหัวมันให้จ้องตากับนาง
‘เจ้าเสือนี่กำลังรับรู้ถึงสิ่งที่เหนือกว่า’
เมื่อเจอสัตว์ร้ายสิ่งที่ต้องทำคืออย่าถอยหนี และแสดงท่าทีที่องอาจใส่มันเหมือนเป็นเจ้าป่า นางที่ล่าเสือพวกนี้กินเป็นอาหารจนแทบหมดป่า มีหรือที่จะกลัวเสืออ้วนเพียงตัวเดียว
“ฉลาดดีนี่”
“เจ้าทำได้อย่างไร” นางทำเสือให้สิโรราบแก่นางได้อย่างไร!
“จำเอาไว้ไม่ว่าคนหรือสัตว์จะเก่งกับสิ่งที่ต่ำกว่าตนเองเสมอ แม้จะเป็นเพียงสัตว์แต่มันก็เฉลียวฉลาด โดยสัญชาตญาณของมัน”
เสือตัวอ้วนได้งับไปที่เสื้อของหลินซูหนี่ว์ มันลากนางไปโดยมีตงหยางตามอยู่ไม่ห่าง กลางป่าลึกที่ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าย่างกรายเข้ามา มีลูกเสือสามตัวกำลังวิ่งเล่นไปมาและมีเสือตัวเมียนอนอย่างอิดโรยอยู่
“เจ้าอยากให้ข้าช่วยหรือ”
โฮกก
“แลกกับอะไร”
มันงับไปที่หมูป่าตัวใหญ่และลากมาให้หลินซูหนี่ว์ ดูเหมือนเจ้าเสือนี่จะเข้าใจภาษามนุษย์ยิ่งกว่าคนในหมู่บ้านเสียอีก หรือเพราะมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นกันนะมันจึงเข้าใจนาง….ช่างเถอะ
“ทุกวันหรือไม่”
มันพยักหน้าเหมือนกับเข้าใจทุกสิ่งจริง ๆ
หลินซูหนี่ว์เห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้เสือตัวเมียที่กำลังบาดเจ็บ มันไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาปกป้องตนเองเสียด้วยซ้ำ นางนำสมุนไพรที่เก็บตามทางออกมาขยี้ก่อนจะแปะไปที่ตัวเสือตัวเมีย ก่อนจะฉีกชายผ้าของตนเองและพันไปรอบ ๆ บาดแผล
“มันรักษาได้หรือ”
“ใบสาปเสือใช้ห้ามเลือดได้ จำมันเอาไว้ให้ดีหากเข้าป่าบ่อย ๆ มันต้องใช้”
โลกที่ต่างกันย่อมใช้ความรู้ต่างกัน แม้นางจะมีสิ่งที่รู้อยู่แต่ก็ต้องศึกษาความรู้อีกแขนงจากเขาแลกเปลี่ยนกันไป โลกใบนี้หาใช่โลกเดียวกับที่นางจากมา ดูจากพระจันทร์ของดวงนั่นก็พอจะบอกได้
“เอาไว้ข้าจะมาใหม่”
นางหันไปบอกเจ้าเสืออ้วน “ลดขนาดตัวเสียมิเช่นนั้นจะปกป้องผู้อื่นได้ลำบาก” นางขยี้ไปที่พุงของมัน
เจ้าเสือเหมือนจะรู้ตัวจึงเดินไปส่งนางแถวชายป่า หลินซูหนี่ว์และตงหยางที่ลากหมูป่าออกมากลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้าน และแน่นอนทุกคนต้องอยากได้มัน
“ได้มาไม่คิดจะแบ่งกันหน่อยรึ!” หญิงคนหนึ่งที่อยากได้ตงหยางเป็นสามีเดินมาอย่างไม่คิดจะเกรงกลัวสิ่งใด “มีน้ำใจกันเสียหน่อยสิ!”
“ได้”
“หึ ท่านแม่ไปเอามีดม..”
“แต่หากครั้งหน้าข้าขึ้นไปและเจ็บปวดเจ้าจะต้องกรีดเลือดของตนเองออกมาให้เท่ากับข้า” นางเดินเข้าไปใกล้ ๆ สตรีนางนั้น “และหากขึ้นไปอีกครั้งข้าขาขาดจงตัดขาตนเองเสีย และหากข้าตายก็ใครที่กินเข้าไปก็จงตายตามข้ามาด้วย”
“จ เจ้าเป็นแล้วหรือ!”
“มีน้ำใจเสียบ้างสิ ชีวิตไม่คิดจะเสียอะไรหรือ อยากได้อย่างเดียวเลยหรืออย่างไร ตัวเจ้ามีปัญญาโลภขนาดนั้นด้วยหรือ”
นางมองสตรีตรงหน้าอย่างท้าทาย คิดว่าจะได้ไปโดยไม่เสียอะไรหรือ ฝันไปเถอะ ที่นี่มันโลกแบบใดกันน้ำใจหากมันไม่มีก็ไม่ต้องรับไป
“ท่านพี่ตงหยาง! ดูภรรยาของท่านสิ!”
“เจ้าก็รู้นี่ว่านางคือภรรยาของข้า เหตุใดเจ้าจึงเรียกข้าว่าท่านพี่กันทั้ง ๆ ที่เป็นคนนอก”
เพล้ง!
เสียงหน้าแตกของสตรีตรงหน้าดังลั่นในหัวของหลินซูหนี่ว์ ชาวบ้านบางคนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ
“หัวเราะอะไรกัน!”
“เนื้อพวกนี้ข้าคงกินกันไม่หมด หากอยากได้ก็มาซื้อ เอาข้าวสารมาแลกก็ได้ ส่วนหนึ่งข้าจะนำไปขายในเมืองด้วย แต่สำหรับพวกเจ้าข้าจะให้ถูก ๆ”
“ถูก ๆ จริงหรือซูหนี่ว์”
“แน่นอน เราหมู่บ้านเดียวกันไม่มีใครเห็นหัว หากไม่มีน้ำใจให้กันเองชีวิตคงลำบากแล้ว”
พูดจบนางก็เดินกลับบ้านทันที โดยไม่รู้เลยว่าวาจาของนางได้ไปสะกิดหัวใจชาวบ้านบางคนเข้าแล้ว
“โห!!” หลี่ซูมองหมูป่าตัวโตด้วยความดีใจ เขาเปิดบ้านต้อนรับบิดามารดาด้วยความตื่นเต้น “ตัวโตจังเลยขอรับ!”
“ข้าทำอาหารไม่เก่งนัก” หลินซูหนี่ว์พูดออกมา
“ข้าทำเองขอรับ!”
“ตงหยางมาช่วยข้าแล่เนื้อด้วย”
“ได้สิ”
นางไม่ได้เก่งกาจเรื่องอาหารมากนักที่สำคัญที่นี่มีแต่เครื่องปรุงและผักหน้าตาแปลก ๆ แต่ความทรงจำของนางก็พอจะมีบอกว่าหลี่ซูทำอาหารได้ดียิ่งนัก เขาร่ำเรียนมาจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน คนที่นี่สอนเขาเพราะความเวทนา ไม่คิดว่าเด็กชายจะเรียนรู้ได้ไว อีกทั้งยังดัดแปลงสิ่งต่าง ๆ มาทำอาหารได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้
“หนังมันได้ราคาหรือไม่” นางเอ่ยถามสามี
“หนังหมูป่าราคาดีมากช่วงสงคราม แต่ต้องขายในร้านที่มีคุณธรรมเสียหน่อย”
“มีร้านใดบ้างที่จะไม่กดขี่เรา”
ตงหยางส่ายหัว นั่นทำให้หลินซูหนี่ว์ได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความหน่ายใจ “ตงหยางเหตุใดเจ้าจึงได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน”
ชายหนุ่มจะงักเรื่องทั้งหมดเขาอยากจะลืมไปนานแล้ว แต่หากภรรยาเอ่ยถามเขาย่อมตอบ “ตัวข้าอดีตมีชีวิตที่ดี แต่เพราะโง่งมจนเกินไปจึงพบจุดจบ โชคดีที่ยังมีหนทางรอดจึงได้มาอยู่ที่นี่ ตัวตนเดิมของข้าได้ตายไปแล้วดั่งที่ใครหลายคนหวังเอาไว้ เจ้าอย่าห่วงพวกเขาอยู่ไกลไม่อาจจะหวนมาทำร้ายเราได้”
พวกเขาสองสามีภรรยาไม่เคยถามเรื่องอดีต เพราะอดีตของคนในเมืองนี้เลวร้ายจนเกินไป แต่หลินซูหนี่ว์ตั้งแต่แรกพบเขาก็รู้ว่านางไม่ใช่สตรีธรรมดา หน้าตาผิวพรรณ ของที่ติดตัวมามูลค่าสูงเกินไป หากนางบอกว่าเป็นโสเภณีตัวเขาก็เชื่อนางจริง ๆ
หลินซูหนี่ว์นิ่งไป นางทบทวนความทรงจำในอดีต สตรีนางนี้ชาติกำเนิดไม่ธรรมดาจริง ๆ แต่ที่นั่นเลวร้ายกว่าหมู่บ้านนี้เสียอีกด้านจิตใจของผู้คน
“ข้าไม่ใช่โสเภณี และไม่เคยมีสามี ข้าไม่เคยทำสิ่งชั่วร้ายแต่โดนไล่ออกมาเพราะตัวตนของข้าจะเป็นก้างชิ้นโตของคนสำคัญเข้า อีกอย่างที่ ที่ข้าจากมาชื่อเสียงข้าเองก็ไม่ต่างจากที่นี่ รู้เท่านี้พอหรือไม่”
ตงหยางพยักหน้า “อดีตไม่สำคัญสำหรับข้า”
“ข้าเองก็เช่นเดียวกัน” แม้จะร้ายกาจแต่บางส่วนของนางนั้นดีมากจนเขาสงสัยว่านิสัยที่แท้จริงของนางเป็นเช่นไร นางชอบความสุขสบาย พยายามหนีออกจากชีวิตเช่นนี้หลายครั้ง
แต่ค่ำคืนที่เขายอมแกล้งโง่และปล่อยนางไป นางกลับมองหน้าเขาและหลี่ซูก่อนจะร้องออกมาและไม่ยอมไปไหน บางครั้งเขาก็สงสัยจริง ๆ ว่านางเป็นเช่นไรกันแน่
“เศรษฐีในเมืองต้องการจ่ายให้ข้ายี่สิบตำลึงทองเพื่อแลกกับเจ้า”
“ท่านขายข้าหรือไม่”
“ข้าไม่คิดจะขายแต่…เจ้าอยากจะมีชีวิตที่ดีหรือไม่”
หลินซูหนี่ว์หยุดแล่เนื้อก่อนจะหันมองสามี “เวลานี้ท่านคือสามีของข้า และหลี่ซูคือบุตรชายข้า ชีวิตข้าจะดีหรือไม่อยู่ที่เจ้าสองคนจะดีกับข้าเช่นไร คนอื่นข้าไม่สนอีกแล้ว”
“เจ้าพูดจริงหรือ”
“แน่นอน”
ภายใต้หนวดเคราและผมที่รุงรังมีรอยยิ้มที่เบาบางเผยขึ้นมา หลายคนบอกว่าเขาโง่งมที่อยู่กับภรรยาเช่นนี้ แต่วันนี้เขากลับคิดว่าตนเองคิดถูกแล้วที่อยู่กับนาง เขาไม่แน่ใจนักว่าเหตุใดจึงรักนางทั้ง ๆ ที่ผ่านมาถูกนางลงไม้ลงมือมามาก
แต่รักก็คือรัก ไม่มีเหตุผลอื่นใด
ขายเนื้อให้ชาวบ้าน
หลินซูหนี่ว์แบ่งเนื้อออกมาเป็นสองส่วนหนึ่งเอาไว้ขายพวกชาวบ้าน หากคนด้านนอกหาราคายุติธรรมไม่ได้ ก็ขายให้คนในหมู่บ้านซื้อใจไปก็ไม่ได้เสียหายอันใด
“ส่วนนี้เอาไว้ทำอะไรหรือขอรับ” หลี่ซูเอ่ยถามมารดาด้วยความสงสัย
“ตากแห้ง จะได้มีเนื้อกินไปตลอด” เนื้อในป่าใช่จะหาง่าย จะให้เจ้าเสือล่ามาให้ทุกวันก็คงไม่ดีเท่าใดนัก แต่อันที่จริงนางยังแปลกใจไม่หายว่าเหตุใดมันกับนางจึงพูดคุยกันรู้เรื่อง กลับกันตงหยางที่พยายามจะลองพูดคุยมันกลับไม่เข้าใจ
ช่างเถอะคิดไปตอนนี้ก็เสียเวลา “บ้านเรามีเกลือหรือไม่”
“เกลือหรือขอรับ” หลี่ซูส่ายหัวเบา ๆ
ให้ตาย! นางลืมไปได้อย่างไรกันน่ะ ยากจนเช่นนี้อย่าพูดถึงเกลือเลยเครื่องปรุงถูก ๆ จะมีหรือไม่ก็ไม่รู้
“อยากได้เกลือจริง ๆ”
ติ้ง!
‘เกลือหนึ่งเฉียน ราคาสิบเหวิน’
“ตาเถรยายแช่ม!!” หลินซูหนี่ว์แทบหงายหลัง ตงหยางและหลี่ซูที่เห็นก็รีบเข้ามาหาด้วยความตกใจ
“อะไรยาย ๆ แช่ม ๆ นะขอรับท่านแม่ ยายแช่มคือใครหรือขอรับ”
“ป เปล่าแม่แค่เวียนหัวนิดหน่อย”
“งั้นก็รีบไปพักเถอะ ข้าจะจัดการเนื้อเอง”
หลินซูหนี่ว์พยักหน้ารับก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว ‘นี่มันบ้าอะไรกัน!’ อย่าบอกนะว่านางได้พวกมิติเหมือนในนิยายติดมาด้วย! หลินซูหนี่ว์ลองพูดคำว่า ‘ร้านค้ามิติ’ ออกมา หลังจากนั้นก็มีหน้าจอสีฟ้าเด้งขึ้นมาทันที
‘ร้านค้าออนไลน์’ ร้านที่ท่านสามารถซื้อและขายสินค้าได้โดยมีระบบตีราคาให้อย่างเป็นธรรม
นางไม่รอช้าวิ่งไปหยิบกล่องสมบัติบ้าที่ตนเองหวงแหนออกมา กำไลหยกอดีตคู่หมายในเมืองหลวงให้มา สิ่งที่หลินซูหนี่ว์ยังคงเก็บติดเอาไว้ไม่ห่างกาย เพราะหวังว่าเขาจะมารับนางกลับไป
“เพ้อเจ้อจริง!” หลินซูหนี่ว์รีบขายมันทันที
‘กำไลหยกราคาถูกหนึ่งตำลึงเงิน’
“…” นังโง่เอ้ย!! หยกราคาถูกเนี่ยนะ แค่หยกมันยังไม่ลงทุนมากกว่านี้ แล้วยังหลงเชื่อว่ามันจะมารับเนี่ยนะ! หนึ่งตำลึงเงิน อย่างน้อยก็เงินล่ะวะ! นางตกลงขายมันทันทีก่อนจะกดซื้อเกลือออกมาในจำนวนหนึ่งเหลียงหรือประมาณห้าสิบกรัม
นางยัดมันใส่กล่องเช่นเดิมก่อนจะนำมันออกไป
“ท่านแม่ไม่นอนหรือขอรับ” หลี่ซูที่เห็นมารดาตนเองเดินออกมาก็รีบวิ่งเข้าไปหา “แล้วนั่น ก เกลือ!!”
เกลือสีขาวสะอาดทำให้สองพ่อลูกมองมันด้วยความตกใจ “นี่ที่ผ่านมาเจ้า เก็บเกลือเอาไว้หรือ”
“ใช่แล้วล่ะ เกลือเป็นของราคาแพงข้าจึงเก็บเอาไว้เผื่อจะได้ขายยามลำบาก แต่ช่างมันเถอะใช้มันกัน” หลินซูหนี่ว์โป้ปดคำโตออกมา นางบอกพวกเขาอีกว่าที่ผ่านมา ที่นางหวงแหนนั้นก็เพราะกลัวพวกเขาหลุดบอกคนอื่น แล้วจะโดนแย่งชิงของเอาได้
ตงหยางมองภรรยาด้วยความสงสัย เพราะก่อนหน้าเขาเคยจับมันหนึ่งครั้ง และพบว่ามันเบาจนไม่อาจจะใส่เกลือจำนวนเท่านั้นเอาไว้ได้ แต่ท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา เพราะคิดว่าตัวเขาคงจำผิดไปเอง
“งั้นใช้นิดเดียวก็พอนะขอรับ ของแพงข้าไม่กล้าใช้เลย”
“ใช้ไม่มากหรอก อ้อตงหยางเนื้อที่ขายให้ชาวบ้านจำนวนลดลงหน่อยนะ” นางเชื่อว่าหมูตากแห้งสูตรหมักเกลือและสมุนไพรของนางจะต้องขายได้อย่างแน่นอน
‘น่าเสียดายพวกเครื่องปรุงที่เหมาะสมเอาออกมาตอนนี้ไม่ดีนัก ใช้สูตรแบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยก็เก็บเอาไว้ได้นาน’
นับว่าโชคดีที่หลังบ้านของนางคือป่าทึบเพราะฉะนั้นหากนำหมูไปตากก็คงไม่มีใครเห็น แต่ก็ใช่ว่านางจะไม่ระวังตัว หลินซูหนี่ว์ได้สั่งให้ตงหยางปืนขึ้นจากในบ้านและนำไปตากกลางหลังคา ทำเช่นนี้จะหลบสายตาพวกชาวบ้านได้ดีกว่ามาก
“เนื้อจะไม่สกปรกหรือ”
“ก่อนกินก็นำมาล้างและค่อยปรุงสุก เช่นนั้นจะช่วยได้เยอะที่สำคัญเราก็หาอะไรรองเอาไว้แล้ว”
“เช่นนั้นเอง”
หลังจากจัดการเนื้อเสร็จนางและตงหยางก็หยิบเนื้อส่วนที่จะขายออกมาตั้งหน้าบ้าน โดยหนึ่งบ้านจะซื้อได้หนึ่งชิ้นที่นางแบ่งเอาไว้เท่านั้น เนื้อก้อนใหญ่ให้พวกชาวบ้านปิดปากเงียบไม่เรียกร้องสิ่งใด
ส่วนมากไม่ได้นำเงินมาซื้อ แต่นำข้าวสารมาแลกเพราะพวกเขาก็ใช่ว่าจะหาเงินทองได้ง่าย หลินซูหนี่ว์ให้เนื้อตามมูลค่าที่ชาวบ้านนำของมาแลก
“น นี่เจ้า”
บ้านหนึ่งนำข้าวสารหนึ่งหยิบมือมาหมายจะหยิบเนื้อชิ้นโตแต่ก็โดนหลินซูหนี่ว์ดึงกลับไปและตัดเหลือเพียงนิดเดียวก่อนจะยื่นให้
“เข้าเมืองแล้วใช้ข้าวไก่นั่นแลกเนื้อดูสิ หากพวกเขาขายให้ข้าจะยอมกินอึ!”
“ชิ!”
พวกชาวบ้านบางกลุ่มเห็นตัวอย่างแล้วก็รีบวิ่งกลับบ้านไปเอาของให้มากขึ้น หญิงนางเดิมมองตงหยางด้วยแววตาออดอ้อน “พี่ตงหยางบ้านข้ามีคนมากนักช่วยเพิ่มให้แก่ข้าอีกหน่อ..”
ตึง!
หลินซูหนี่ว์หั่นเนื้อเสียงดังก่อนจะมองหน้าหญิงนางนั้น
ตึง! ตึง! ตึง!
“ข้าเอาเท่านี้แหละ!!”
ตงหยางยิ้มชอบใจที่หลินซูหนี่ว์แสดงท่าทีหึงหวงเขา นางไม่เคยทำเช่นนี้ ไม่คิดว่าพอได้สัมผัสแล้วจะรู้สึกดีถึงเพียงนี้ แต่เมื่อเห็นแววตาดุดันของภรรยาตงหยางก็หุบยิ้มทันที
“ข้าไม่เคยโต้ตอบนาง ไม่เคยคิดสิ่งใดกับนาง”
“ใช่ มันควรจะเป็นเช่นนั้น” เวลานี้ตงหยางคือสามีของนางพื้นฐานเบื้องต้นของคู่ชีวิตคือไม่เล่นด้วยกับคนอื่น หากเจ้านี่คิดจะไปหาสตรีนางอื่นนางจะหย่าและแบกหลี่ซูขึ้นหลังหนีไปทันที
“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ซูหนี่ว์ ต้องขอบใจเจ้าจริง ๆ” ยายเถา หญิงชราในหมู่บ้านเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เนื้อนี้คงทำให้หลานตัวดีของข้าหยุดงอแงอยากกินเนื้อไปได้หลายวันเลยล่ะนะ”
คำพูดนั้นสร้างได้ทั้งความยินดีและความเศร้าใจ ในยุคที่นางจากมาเนื้อหาใช่สิ่งที่หากินยาก แทบทุกจานอาหารล้วนมีเนื้อ นางเองก็กินมันทุกวันเป็นเรื่องปกติของชีวิต บางครั้งเหลือทิ้งเสียด้วยซ้ำ แต่กลับชาวบ้านที่ยากจนเหล่านี้ ได้รับเนื้อเหมือนได้รับทองคำล้ำค่า
“ยายเถา!” หลี่ซูเดินออกมา “ท่านแม่ยายเถาคือคนที่ช่วยสอนข้าทำอาหารขอรับ!”
“ขอบคุณมากนะเจ้าคะท่านยาย”
คำขอบคุณจากปากของคนอย่างหลินซูหนี่ว์ทำให้พวกชาวบ้านได้แต่ยืนมองด้วยความอึ้ง ส่วนยายเถานั้นก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“ข้าคิดอยู่แล้ว ๆ คนที่เลี้ยงเจ้าหลี่ซูเด็กดีขึ้นมาได้ จะเป็นคนร้ายกาจได้อย่างไร เอาล่ะขอบใจนะข้าไปก่อน”
หลินซูหนี่ว์ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เจ้าหลี่ซูเด็กดีนั่นเป็นทองเนื้อเก้าต่างหาก หากนางเกิดเป็นหลี่ซูไม่แน่นางอาจจะเผาบ้านหลังนี้ทิ้งก็ได้
1 เฉียน = 5 กรัม
1 เหลียง = 50 กรัม
1 จิน = 500 กรัม