โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้านี่แหละ นางสตรีฉาวโฉ่!

นิยาย Dek-D

อัพเดต 13 เม.ย. 2567 เวลา 03.40 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2567 เวลา 03.40 น. • Snowfack
จากหญิงแกร่งสุดแซ่บสู่ร่างสตรีฉาวโฉ่แห่งหมู่บ้านคนเถื่อนที่ผู้คนต่างรังเกียจ หนำซ้ำยังมีสามีและลูกพ่วงมาอีกด้วย! ‘ให้ตายสิฉาวโฉ่หรือ ยากจนหรือ บัดซบ! คนอย่างอีเนตรไม่มีวันใช้ชีวิตอดสูหรอกโว๊ย!’

ข้อมูลเบื้องต้น

หลินซูหนี่ว์ผู้ชั่วร้าย

ณ แคว้นซ่ง หมู่บ้านดอกบ๊วย

หมู่บ้านที่แสนร่มรื่นและงดงามจนดูสบายตา ได้ผิดจากผู้คนที่อยู่อาศัยลิบลับ หมู่บ้านดอกบ๊วยที่อยู่ติดชายแดนคือสถานที่แห่งความเสื่อมโทรมอย่างแท้จริง ทั้งนักโทษที่ถูกเนรเทศ ทหารที่พิการจากสงครามและเริ่มเป็นบ้า ต่างถูกไล่ออกมาอยู่ในที่แห่งนี้จนกลายเป็น หมู่บ้านคนทราม

‘หลินซูหนี่ว์’ หญิงสาวที่มีหน้าตาสะสวย ทรวดทรงองเอวได้ที่ ถูกเนรเทศมาที่นี่อย่างไม่ทราบเหตุผล เพราะใบหน้าที่งดงามล่มเมืองทำให้เหล่าสตรีริษยา จนกระจายข่าวไปว่าเธอคือโสเภณีที่ปีนเตียงขุนนางจนโดนฮูหยินเอกเนรเทศออกมายังที่แห่งนี้

พวกบุรุษมักมากในกามจึงพยายามเข้าหานางกันสุดความสามารถ ไม่เว้นแม้กระทั่งฉุดกระชาก จนหลินซูหนี่ว์ที่ต้องหาที่พึ่งพิง ได้ปีนเตียงชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้านที่แสนน่าหวาดกลัว และเป็นอดีตนักโทษร้ายแรงด้วยตนเอง จนมีบุตรชายด้วยกันหนึ่งคน

แต่ความอดอยากและความเสื่อมโทรมของที่นี่ ก็ทำให้หลินซูหนี่ว์ร้ายกาจมากขึ้นเรื่อย ๆ จากเดิมที่ร้ายกาจอยู่แล้วก็ทวีคูณเป็นสองเท่า จนถึงขั้นลงไม้ลงมือกับบุตรชายและสามีอย่างไม่คิดยั้งมือ

“อื้มม..”

“ท่านแม..พี่สาวตื่นแล้วหรือขอรับ!”

ดวงตากลมโตกวาดสายตามองรอบกายด้วยความสงสัย

‘ไอเด็กนี่ใคร’

เนตร ไม่สิ ฉันคือเนตรหรือใครกันแน่

ความทรงจำที่ถาโถมเข้ามาทำให้ร่างงามต้องวิ่งออกมานอกบ้านก่อนจะสำรอกของจากเมื่อวานออกมาจนหมดสิ้น

“ท ท่านพี่น้ำขอรับ”

หมับ!

ร่างบางคว้าน้ำที่เด็กชายนำมาให้บ้วนปากและล้างหน้า ก่อนจะกวาดสายตามองรอบกายอีกครั้ง และพบว่าที่นี่ โคตรจะสกปรก! ขวดสุราที่วางเรียงราย บ้านช่องที่รกยิ่งกว่ารังหนู ไหนจะบุรุษผมยาวรุงรังที่กำลังนอนกรนเสียงยิ่งกว่ารถไถนั่นอีก!

“นี่มันบ้าอะไรกันเนี่ย!!”

“เสียงดังอะไรตั้งแต่เช้าวะ! เห้ย! หลี่ซูไปเอาเหล้ามาเพิ่ม!”

“ข ขอรับท่านพ่อ แต่ข้าหิวแล้ว…”

“ไปเอาเหล้ามา!!”

“ขอรับ!”

หลี่ซูเด็กชายตัวเล็กที่ผอมบางจะวิ่งออกไปแต่ก็โดนผู้เป็นมารดารั้งเอาไว้ “ท่านแม่เอาด้วยหรือขอรับ”

“เดี๋ยวก่อน”

เนตรพยายามทบทวนความทรงจำทั้งหมด จนเข้าใจว่าตอนนี้เธอไม่สิตอนนี้ต้องใช้คำว่า ‘นาง’ ได้หลุดมาอยู่ในยุคที่โคตรจะโบราณ เรียกได้ว่าไร้ไฟฟ้า ที่นี่ยังก่อไฟทำอาหารกันอยู่เสียด้วยซ้ำ! และร่างที่เธอหลุดมานี้คือร่างของสตรีที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่อย่าง ‘หลินซูหนี่ว์’ ที่สำคัญหลุดมาแบบธรรมดาไม่พอ

ดันหลุดมาตอนมีลูกมีผัวแล้วอีก! ซ้ำร้ายคือนังหลินซูหนี่ว์และผัวทำตัวระยำเกินกว่าจะเป็นพ่อแม่คนได้เสียด้วยซ้ำ!

“ไม่ไหว แบบนี้ไม่ได้”

“ท ท่านแม่อยากดื่มจนทนไม่ไหวเลยหรือขอรับ ข้าจะรีบไปเอามาให้”

“ออกไปก่อน”

“ข ขอรับ”

หลี่ซูมองหน้ามารดาที่กำลังมือครึ้มด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะวิ่งหลบออกไป หลินซูหนี่ว์ทบทวนความทรงจำแล้วพบว่าเจ้าสามีนี่ตอนสภาพปกติก็หน้าตาดีใช่ย่อย แต่พออยู่ด้วยกันไปคนทรามกับคนทรามอาศัยอยู่ด้วยกันก็พากันชีวิตฉิบหาย แถมมันยังเป็นหัวหน้าหมู่บ้านอีก

‘เอาล่ะ’

โคร่ม!!!

“เฮ้ย! ทำอะไรของเจ้านางผีบ้า!”

“ส่องกระจกดูสภาพตนเองก่อนเถิดว่านั่นผีบ้าหรือไม่ หากยังไม่ลุกข้าจะไปหาชายอื่น!”

พรึบ!

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!”

หนึ่งสิ่งที่ไม่น่าจะมีได้ในความสัมพันธ์นี้ คือ ‘ตงหยาง’ ผู้นี้รักภรรยาชั่วร้ายสุด ๆ ! เรียกได้ว่ารักจนเป็นบ้า เพราะแม้จะใช้ชีวิตได้อย่างเวทนา แต่ความงามของหลินซูหนี่ว์ก็ไม่เคยลดน้อยลง จนมีบุรุษเงินทองล้นกายมาทาบทามไปเป็นอนุบ่อยครั้ง อีกทั้งตัวนางเองยังชอบความสุขสบาย หลายครั้งจึงคิดหนี

ตงหยางที่เครียดจนแทบบ้า ท้ายที่สุดก็ติดสุราจนไม่เป็นอันทำสิ่งใด ซูหนี่ว์ที่เครียดกับชีวิต ก็ได้ติดสุราไปพร้อม ๆ กัน สงสารก็แต่หลี่ซูที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ต้องคอยรับกรรมตั้งแต่เกิดจนได้หกหนาว จนร่างกายซูบผอมเป็นผีเหน็บกระด้งขนาดนั้น!

“ลุกขึ้นมาช่วยข้าเก็บกวาด”

ตงหยางมองภรรยาที่เปลี่ยนไปด้วยความไม่เข้าใจ

“ข้าบอกให้เก็บกวาด!”

“เข้าใจแล้ว ๆ !”

สองสามีภรรยาช่วยกันเก็บกวาดบ้าน หลี่ซูได้แต่มองภาพนั้นด้วยความงุนงง เช่นเดียวกับชาวบ้านที่พากันมาชะเง้อดูสองสามีภรรยาตีกันอย่างทุกวัน แต่วันนี้กลับเห็นว่าทั้งสองช่วยกันเก็บบ้าน หลินซูหนี่ว์สัมผัสได้ถึงสายตาที่กำลังจ้องมองนางจึงยืนขึ้นก่อนจะชี้ไปนอกบ้าน

“เอาเวลาสาระแนเรื่องชาวบ้าน ไปอาบน้ำเสียไป๊! มิเช่นนั้นจะไม่ได้อยู่ที่นี่ต่อ!”

“หน๊อยย นางโสเภณีเจ้าคิดว่าเจ้าจะทำได้รึ!” ชาวบ้านที่หมั่นไส้ในความงามตะโกนสวน

แต่มีหรือที่คนอย่างเนตร นภัสสรจะยอม มากกว่าฝีมือการต่อสู้แล้วก็ปากหมา ๆ นี่แหละที่ของจริง!

“บอกข้าเป็นโสเภณีแม่เจ้าหรือเจ้าเคยขายหรือเลยรู้!”

“จ เจ้า”

“แหม! ที่ข้าไม่แก้ข่าวก็เพราะเวทนาพวกหน้าอัปลักษณ์เฉกเช่นพวกเจ้าหรอกนะ ที่ใส่ร้ายข้าเพื่อจะให้ตนเองดูดีขึ้นน่ะ งามอย่างข้านะหรือโสเภณี หนังหน้าอย่างข้าหากขายร่างกายจริง ๆ คิดว่าจะอดอยากได้รึ! นู่นป่านนี้ไปเป็นอนุหรือสตรีรองบ้านเศรษฐีแล้ว!”

เป็นครั้งแรกที่หลินซูหนี่ว์ลุกขึ้นมาโต้ตอบเรื่องนี้ หลังจากเงียบมาหลายปีเพราะตีฝีปากกับพวกชาวบ้านเถื่อน ๆ พวกนี้ไม่ไหว ตงหยางที่ได้ยินก็นั่งนิ่ง เพราะตัวเขาที่หลับนอนกับนางก็ได้รับความบริสุทธิ์ของนางมาจริง ๆ แต่ก็ตอนนั้นเขาเองก็ยังไม่แน่ใจนัก

“ใครจะไปรู้เล่า เจ้าอาจจะเป็นโสเภณีจริง ๆ ก็ได้!”

“มีปากใครก็พูดได้นังแก่ เจ้าเป็นโสเภณี แม่เจ้าก็เป็น เห็นหรือไม่ข้าก็พูดได้”

“นังบ้า!” พวกชาวบ้านเริ่มเถียงไม่ทัน จนต้องใช้เสียงตะคอกแทน

“แล้วอีพวกชะเง้อคอมองบ้านคนอื่นนี่ไม่บ้ากว่ารึ พูดมาได้ว่าเป็นโสเภณีจึงโดนเนรเทศ ลืมไปแล้วรึว่าที่นี่มันที่ไหนกัน! หากเป็นโสเภณีอดอยากจากเมืองหลวง หนังหน้าอย่างข้าก็เข้าเมืองอื่นได้ เป็นอดีตนักโทษอย่างเดียวก็พอ อย่าเป็นคนโง่ด้วยเลย! อ้อ! อีกอย่างบุตรชายเจ้าไออ้วนนั่นน่ะ ถ้าเห็นมันแกล้งหลี่ซูอีกครั้งละก็”

หลินซูหนี่ว์ตั้งท่าปาดคอด้วยใบหน้าที่โหดเหี้ยม จนสตรีที่ยืนเถียงกับนางนั้นวิ่งหนีไปด้วยความหวาดกลัว สายตานั่นน่ะ มันที่เป็นนักโทษมานานรู้ซึ้งเชียวล่ะ สายตานั่นน่ะไม่ธรรมดา!

การกระทำที่เปลี่ยนไปของหลินซูหนี่ว์ทำให้พวกชาวบ้านหุบปากกันมากขึ้น หลี่ซูหัวใจเต้นระรัวเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มารดาออกตัวปกป้องเขา เช่นเดียวกับตงหยางที่แปลกใจเหลือเกินว่าภรรยาของเขาคนนี้ไปกินอะไรผิดสำแดงมาถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้

หลินซูหนี่ว์เทสุราทั้งหมดในบ้านทิ้งโดยไม่สนใจสายตาของสามี “จากนี้ห้ามดื่มอีก!”

“ได้”

‘อะไรกันเจ้านี่อยู่ดี ๆ ก็ว่าง่ายขึ้นมา แต่เอาเถอะนี่ดีแล้ว’

สามคนพ่อแม่ลูกช่วยกันเก็บกวาดบ้านคนละไม้ละมือ ผ่านไปนานถึงสองชั่วยามจากรังหนูก็กลายเป็นบ้านคนในที่สุด หลินซูหนี่ว์ปาดเหงื่อก่อนจะมองภาพตรงหน้าด้วยความพอใจ ทว่าสายตาของนางก็หันไปเห็นอาหารที่เหลือเพียงน้อยนิด

“ข้าวสารเหลือเพียงนี้เองหรือ”

“ช่วงนี้ยังมีสงคราม ของเลยมีราคาแพง ที่สำคัญ…เราใช้เงินไปกับสุราหมดแล้ว”

นี่เสร็จสงครามโลกนู้น ก็ยังมาเจอสงครามโลกนี้อีกหรือ! จากความทรงจำแล้วเหมือนที่นี่จะมีอีกหนึ่งคนคือห่าวซวนเป็นน้องชายแท้ ๆ ของตงหยางเพราะหนึ่งบ้านต้องส่งหนึ่งคนไปสู้รบ ห่าวซวนจึงไปแทนพี่ชายที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน

หัวหน้าหมู่บ้านยังอยู่ในสภาพนี้ แล้วคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านเล่าจะเป็นเช่นไรกัน

“ข้าจะออกไปล่าสัตว์”

“ไม่ได้!” ตงหยางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน แต่เมื่อเห็นว่าภรรยากำลังส่งสายตาปานจะสังหารมาให้ก็ลดเสียงลง “ในป่ามันอันตราย”

“ท่านเข้าป่าคนเดียวมาตั้งนานยังเข้าได้ ข้าก็ต้องเข้าได้ ภรรยาจะปล่อยให้สามีลำบากคนเดียวได้อย่างไร ไปเตรียมของไป”

คำพูดที่ไม่ได้คิดมากของหลินซูหนี่ว์ทำให้ตงหยางชะงัก ‘นางพูดว่าสามีภรรยานั้นหรือ’

“หลี่ซู ลูกอยู่บ้านปิดประตูให้ดี อย่าให้ใครเข้ามารังแกได้ หากมีก็ใช้ไม้ทุบตีมันเสีย แม่จะออกไปหาเนื้อให้เจ้า”

‘แม่ ลูกงั้นหรือ!’

สองพ่อลูกเวลานี้สติหลุดไปแล้ว หญิงร้ายกาจที่ไม่เคยยอมรับครอบครัว วันนี้นางกำลังเรียกตนเองว่าแม่และภรรยา!

เริ่มต้นชีวิตใหม่

ภูเขาสูงอีกทั้งยังรกด้านหลังหมู่บ้าน คือแหล่งหากินเดียวของชาวบ้านที่นี่ เพราะความอันตรายทำให้ชาวบ้านไม่ขึ้นไปบ่อยนัก บ้างก็ไปแล้วไม่ได้กลับมา บ้างก็กลายเป็นคนพิการ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเลือกได้ ชื่อเสียงของหมู่บ้านไม่ค่อยดีนัก ไปที่ใดก็ไม่มีใครต้อนรับจึงต้องทนอดอยากอยู่ที่นี่

หลินซูหนี่ว์มองดูป่าก่อนจะมองดูผืนดิน “ด้านนอกนี่มีสัตว์ไม่มากหรือ” นางไม่เห็นร่องรอยของสัตว์แม้แต่น้อย

“ด้านนอกส่วนมากถูกล่าไปหมดแล้ว ต้องเข้าไปด้านในเท่านั้น ข้าจึงไม่อยากให้เจ้ามาด้วย”

“งั้นไปกันเถอะ”

นางเป็นทหารของแค่นี้ไม่ได้น่ากลัว ที่ผ่านมาเวลาเข้าป่าก็ต้องล่าสัตว์หาของป่ากินประทังชีวิต เพราะในสงครามนั้นไม่ได้สามารถกลับไปเอาอาหารสดใหม่ในฐานได้ตลอด ทั้งสองเดินเข้าป่าไปโดยมีตงหยางเดินนำด้านหน้า เพราะเกรงว่าจะมีสัตว์ร้ายพุ่งมาใส่ภรรยา

หลินซูหนี่ว์เก็บผักป่าที่คุ้นตาใส่ตะกร้าตลอดทาง เพราะเนื้ออย่างเดียวไม่ดีนักจะต้องมีผักด้วย เมื่อเดินมาลึกขึ้นผักป่าและสมุนไพรก็มีให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ

โฮกก

“หยุด! เราต้องออกไปเดี๋ยวนี้” ตงหยางบอกภรรยาก่อนจะดึงให้นางออกไป ทว่าหลินซูหนี่ว์กลับกระชับกระบี่ราคาถูกขึ้นก่อนจะแหวกโพรงหญ้าเข้าไปพบกับเสือตัวอ้วนที่กำลังกินกวางอย่างอิ่มเอมอยู่

‘อ้วนอะไรขนาดนั้นกัน ในนี้คงมีของกินให้มันมากนัก’

เสือรับรู้ถึงการมาของคนสองคนมันจึงหันมากระโจนใส่อาหารมื้อใหญ่ของตนเอง ตงหยางใช้ร่างกายของตนปกป้องภรรยาในทันที ทว่ากลับโดนหลินซูหนี่ว์ดักขาจนล้มและกดหัวเขาลงพื้น เจ้าเสือพลาดท่าและหมายจะหันกลับมา แต่ทันใดนั้นเองมันก็ต้องชะงักเพราะสาวตาของหญิงสาวตรงหน้า

“หยุด!!!”

สัญชาตณานักล่าของหลินซูหนี่ว์ได้เผยออกมาทางสายตา จนเสือตนนั้นเริ่มถอยด้วยความไม่มั่นใจ หญิงสาวที่มันตะครุบทีเดียวก็สังหารได้มีกลิ่นอายและสายตาที่ดั่งอสูรกาย

โฮกกก!!

“จะไปไหน!” หลินซูหนี่ว์เห็นว่าอาหารของนางกำลังจะหนีไปจึงกระโจนใส่มันจนขึ้นไปนั่งบนหลังได้ นางยิ้มออกมาอย่างน่าสยดสยองก่อนจะกดดาบของตนเองลงไป ทว่าเสือตนนั้นก็ไหวตัวทันและวิ่งเข้าป่าไปในทันที

“ชิ!” เจ้าอ้วนนั่นหากจับทำเนื้อแห้งคงอิ่มไปได้หลายวัน ในขณะที่นางกำลังมองหามัน เจ้าเสือก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับหมูป่าตัวโต

แหมะ

มันวางให้หลินซูหนี่ว์ก่อนจะลดหัวลงและเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวตรงหน้า ทว่าสายตาแห่งความหิวโหยของหลินซูหนี่ว์ก็ยังไม่ได้หายไป นางค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้เสือก่อนที่จะจับหัวมันให้จ้องตากับนาง

‘เจ้าเสือนี่กำลังรับรู้ถึงสิ่งที่เหนือกว่า’

เมื่อเจอสัตว์ร้ายสิ่งที่ต้องทำคืออย่าถอยหนี และแสดงท่าทีที่องอาจใส่มันเหมือนเป็นเจ้าป่า นางที่ล่าเสือพวกนี้กินเป็นอาหารจนแทบหมดป่า มีหรือที่จะกลัวเสืออ้วนเพียงตัวเดียว

“ฉลาดดีนี่”

“เจ้าทำได้อย่างไร” นางทำเสือให้สิโรราบแก่นางได้อย่างไร!

“จำเอาไว้ไม่ว่าคนหรือสัตว์จะเก่งกับสิ่งที่ต่ำกว่าตนเองเสมอ แม้จะเป็นเพียงสัตว์แต่มันก็เฉลียวฉลาด โดยสัญชาตญาณของมัน”

เสือตัวอ้วนได้งับไปที่เสื้อของหลินซูหนี่ว์ มันลากนางไปโดยมีตงหยางตามอยู่ไม่ห่าง กลางป่าลึกที่ไม่มีชาวบ้านคนไหนกล้าย่างกรายเข้ามา มีลูกเสือสามตัวกำลังวิ่งเล่นไปมาและมีเสือตัวเมียนอนอย่างอิดโรยอยู่

“เจ้าอยากให้ข้าช่วยหรือ”

โฮกก

“แลกกับอะไร”

มันงับไปที่หมูป่าตัวใหญ่และลากมาให้หลินซูหนี่ว์ ดูเหมือนเจ้าเสือนี่จะเข้าใจภาษามนุษย์ยิ่งกว่าคนในหมู่บ้านเสียอีก หรือเพราะมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นกันนะมันจึงเข้าใจนาง….ช่างเถอะ

“ทุกวันหรือไม่”

มันพยักหน้าเหมือนกับเข้าใจทุกสิ่งจริง ๆ

หลินซูหนี่ว์เห็นเช่นนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้เสือตัวเมียที่กำลังบาดเจ็บ มันไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาปกป้องตนเองเสียด้วยซ้ำ นางนำสมุนไพรที่เก็บตามทางออกมาขยี้ก่อนจะแปะไปที่ตัวเสือตัวเมีย ก่อนจะฉีกชายผ้าของตนเองและพันไปรอบ ๆ บาดแผล

“มันรักษาได้หรือ”

“ใบสาปเสือใช้ห้ามเลือดได้ จำมันเอาไว้ให้ดีหากเข้าป่าบ่อย ๆ มันต้องใช้”

โลกที่ต่างกันย่อมใช้ความรู้ต่างกัน แม้นางจะมีสิ่งที่รู้อยู่แต่ก็ต้องศึกษาความรู้อีกแขนงจากเขาแลกเปลี่ยนกันไป โลกใบนี้หาใช่โลกเดียวกับที่นางจากมา ดูจากพระจันทร์ของดวงนั่นก็พอจะบอกได้

“เอาไว้ข้าจะมาใหม่”

นางหันไปบอกเจ้าเสืออ้วน “ลดขนาดตัวเสียมิเช่นนั้นจะปกป้องผู้อื่นได้ลำบาก” นางขยี้ไปที่พุงของมัน

เจ้าเสือเหมือนจะรู้ตัวจึงเดินไปส่งนางแถวชายป่า หลินซูหนี่ว์และตงหยางที่ลากหมูป่าออกมากลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้าน และแน่นอนทุกคนต้องอยากได้มัน

“ได้มาไม่คิดจะแบ่งกันหน่อยรึ!” หญิงคนหนึ่งที่อยากได้ตงหยางเป็นสามีเดินมาอย่างไม่คิดจะเกรงกลัวสิ่งใด “มีน้ำใจกันเสียหน่อยสิ!”

“ได้”

“หึ ท่านแม่ไปเอามีดม..”

“แต่หากครั้งหน้าข้าขึ้นไปและเจ็บปวดเจ้าจะต้องกรีดเลือดของตนเองออกมาให้เท่ากับข้า” นางเดินเข้าไปใกล้ ๆ สตรีนางนั้น “และหากขึ้นไปอีกครั้งข้าขาขาดจงตัดขาตนเองเสีย และหากข้าตายก็ใครที่กินเข้าไปก็จงตายตามข้ามาด้วย”

“จ เจ้าเป็นแล้วหรือ!”

“มีน้ำใจเสียบ้างสิ ชีวิตไม่คิดจะเสียอะไรหรือ อยากได้อย่างเดียวเลยหรืออย่างไร ตัวเจ้ามีปัญญาโลภขนาดนั้นด้วยหรือ”

นางมองสตรีตรงหน้าอย่างท้าทาย คิดว่าจะได้ไปโดยไม่เสียอะไรหรือ ฝันไปเถอะ ที่นี่มันโลกแบบใดกันน้ำใจหากมันไม่มีก็ไม่ต้องรับไป

“ท่านพี่ตงหยาง! ดูภรรยาของท่านสิ!”

“เจ้าก็รู้นี่ว่านางคือภรรยาของข้า เหตุใดเจ้าจึงเรียกข้าว่าท่านพี่กันทั้ง ๆ ที่เป็นคนนอก”

เพล้ง!

เสียงหน้าแตกของสตรีตรงหน้าดังลั่นในหัวของหลินซูหนี่ว์ ชาวบ้านบางคนถึงกับหัวเราะออกมาด้วยความสะใจ

“หัวเราะอะไรกัน!”

“เนื้อพวกนี้ข้าคงกินกันไม่หมด หากอยากได้ก็มาซื้อ เอาข้าวสารมาแลกก็ได้ ส่วนหนึ่งข้าจะนำไปขายในเมืองด้วย แต่สำหรับพวกเจ้าข้าจะให้ถูก ๆ”

“ถูก ๆ จริงหรือซูหนี่ว์”

“แน่นอน เราหมู่บ้านเดียวกันไม่มีใครเห็นหัว หากไม่มีน้ำใจให้กันเองชีวิตคงลำบากแล้ว”

พูดจบนางก็เดินกลับบ้านทันที โดยไม่รู้เลยว่าวาจาของนางได้ไปสะกิดหัวใจชาวบ้านบางคนเข้าแล้ว

“โห!!” หลี่ซูมองหมูป่าตัวโตด้วยความดีใจ เขาเปิดบ้านต้อนรับบิดามารดาด้วยความตื่นเต้น “ตัวโตจังเลยขอรับ!”

“ข้าทำอาหารไม่เก่งนัก” หลินซูหนี่ว์พูดออกมา

“ข้าทำเองขอรับ!”

“ตงหยางมาช่วยข้าแล่เนื้อด้วย”

“ได้สิ”

นางไม่ได้เก่งกาจเรื่องอาหารมากนักที่สำคัญที่นี่มีแต่เครื่องปรุงและผักหน้าตาแปลก ๆ แต่ความทรงจำของนางก็พอจะมีบอกว่าหลี่ซูทำอาหารได้ดียิ่งนัก เขาร่ำเรียนมาจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้าน คนที่นี่สอนเขาเพราะความเวทนา ไม่คิดว่าเด็กชายจะเรียนรู้ได้ไว อีกทั้งยังดัดแปลงสิ่งต่าง ๆ มาทำอาหารได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้

“หนังมันได้ราคาหรือไม่” นางเอ่ยถามสามี

“หนังหมูป่าราคาดีมากช่วงสงคราม แต่ต้องขายในร้านที่มีคุณธรรมเสียหน่อย”

“มีร้านใดบ้างที่จะไม่กดขี่เรา”

ตงหยางส่ายหัว นั่นทำให้หลินซูหนี่ว์ได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความหน่ายใจ “ตงหยางเหตุใดเจ้าจึงได้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน”

ชายหนุ่มจะงักเรื่องทั้งหมดเขาอยากจะลืมไปนานแล้ว แต่หากภรรยาเอ่ยถามเขาย่อมตอบ “ตัวข้าอดีตมีชีวิตที่ดี แต่เพราะโง่งมจนเกินไปจึงพบจุดจบ โชคดีที่ยังมีหนทางรอดจึงได้มาอยู่ที่นี่ ตัวตนเดิมของข้าได้ตายไปแล้วดั่งที่ใครหลายคนหวังเอาไว้ เจ้าอย่าห่วงพวกเขาอยู่ไกลไม่อาจจะหวนมาทำร้ายเราได้”

พวกเขาสองสามีภรรยาไม่เคยถามเรื่องอดีต เพราะอดีตของคนในเมืองนี้เลวร้ายจนเกินไป แต่หลินซูหนี่ว์ตั้งแต่แรกพบเขาก็รู้ว่านางไม่ใช่สตรีธรรมดา หน้าตาผิวพรรณ ของที่ติดตัวมามูลค่าสูงเกินไป หากนางบอกว่าเป็นโสเภณีตัวเขาก็เชื่อนางจริง ๆ

หลินซูหนี่ว์นิ่งไป นางทบทวนความทรงจำในอดีต สตรีนางนี้ชาติกำเนิดไม่ธรรมดาจริง ๆ แต่ที่นั่นเลวร้ายกว่าหมู่บ้านนี้เสียอีกด้านจิตใจของผู้คน

“ข้าไม่ใช่โสเภณี และไม่เคยมีสามี ข้าไม่เคยทำสิ่งชั่วร้ายแต่โดนไล่ออกมาเพราะตัวตนของข้าจะเป็นก้างชิ้นโตของคนสำคัญเข้า อีกอย่างที่ ที่ข้าจากมาชื่อเสียงข้าเองก็ไม่ต่างจากที่นี่ รู้เท่านี้พอหรือไม่”

ตงหยางพยักหน้า “อดีตไม่สำคัญสำหรับข้า”

“ข้าเองก็เช่นเดียวกัน” แม้จะร้ายกาจแต่บางส่วนของนางนั้นดีมากจนเขาสงสัยว่านิสัยที่แท้จริงของนางเป็นเช่นไร นางชอบความสุขสบาย พยายามหนีออกจากชีวิตเช่นนี้หลายครั้ง

แต่ค่ำคืนที่เขายอมแกล้งโง่และปล่อยนางไป นางกลับมองหน้าเขาและหลี่ซูก่อนจะร้องออกมาและไม่ยอมไปไหน บางครั้งเขาก็สงสัยจริง ๆ ว่านางเป็นเช่นไรกันแน่

“เศรษฐีในเมืองต้องการจ่ายให้ข้ายี่สิบตำลึงทองเพื่อแลกกับเจ้า”

“ท่านขายข้าหรือไม่”

“ข้าไม่คิดจะขายแต่…เจ้าอยากจะมีชีวิตที่ดีหรือไม่”

หลินซูหนี่ว์หยุดแล่เนื้อก่อนจะหันมองสามี “เวลานี้ท่านคือสามีของข้า และหลี่ซูคือบุตรชายข้า ชีวิตข้าจะดีหรือไม่อยู่ที่เจ้าสองคนจะดีกับข้าเช่นไร คนอื่นข้าไม่สนอีกแล้ว”

“เจ้าพูดจริงหรือ”

“แน่นอน”

ภายใต้หนวดเคราและผมที่รุงรังมีรอยยิ้มที่เบาบางเผยขึ้นมา หลายคนบอกว่าเขาโง่งมที่อยู่กับภรรยาเช่นนี้ แต่วันนี้เขากลับคิดว่าตนเองคิดถูกแล้วที่อยู่กับนาง เขาไม่แน่ใจนักว่าเหตุใดจึงรักนางทั้ง ๆ ที่ผ่านมาถูกนางลงไม้ลงมือมามาก

แต่รักก็คือรัก ไม่มีเหตุผลอื่นใด

ขายเนื้อให้ชาวบ้าน

หลินซูหนี่ว์แบ่งเนื้อออกมาเป็นสองส่วนหนึ่งเอาไว้ขายพวกชาวบ้าน หากคนด้านนอกหาราคายุติธรรมไม่ได้ ก็ขายให้คนในหมู่บ้านซื้อใจไปก็ไม่ได้เสียหายอันใด

“ส่วนนี้เอาไว้ทำอะไรหรือขอรับ” หลี่ซูเอ่ยถามมารดาด้วยความสงสัย

“ตากแห้ง จะได้มีเนื้อกินไปตลอด” เนื้อในป่าใช่จะหาง่าย จะให้เจ้าเสือล่ามาให้ทุกวันก็คงไม่ดีเท่าใดนัก แต่อันที่จริงนางยังแปลกใจไม่หายว่าเหตุใดมันกับนางจึงพูดคุยกันรู้เรื่อง กลับกันตงหยางที่พยายามจะลองพูดคุยมันกลับไม่เข้าใจ

ช่างเถอะคิดไปตอนนี้ก็เสียเวลา “บ้านเรามีเกลือหรือไม่”

“เกลือหรือขอรับ” หลี่ซูส่ายหัวเบา ๆ

ให้ตาย! นางลืมไปได้อย่างไรกันน่ะ ยากจนเช่นนี้อย่าพูดถึงเกลือเลยเครื่องปรุงถูก ๆ จะมีหรือไม่ก็ไม่รู้

“อยากได้เกลือจริง ๆ”

ติ้ง!

‘เกลือหนึ่งเฉียน ราคาสิบเหวิน’

“ตาเถรยายแช่ม!!” หลินซูหนี่ว์แทบหงายหลัง ตงหยางและหลี่ซูที่เห็นก็รีบเข้ามาหาด้วยความตกใจ

“อะไรยาย ๆ แช่ม ๆ นะขอรับท่านแม่ ยายแช่มคือใครหรือขอรับ”

“ป เปล่าแม่แค่เวียนหัวนิดหน่อย”

“งั้นก็รีบไปพักเถอะ ข้าจะจัดการเนื้อเอง”

หลินซูหนี่ว์พยักหน้ารับก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องไปอย่างรวดเร็ว ‘นี่มันบ้าอะไรกัน!’ อย่าบอกนะว่านางได้พวกมิติเหมือนในนิยายติดมาด้วย! หลินซูหนี่ว์ลองพูดคำว่า ‘ร้านค้ามิติ’ ออกมา หลังจากนั้นก็มีหน้าจอสีฟ้าเด้งขึ้นมาทันที

‘ร้านค้าออนไลน์’ ร้านที่ท่านสามารถซื้อและขายสินค้าได้โดยมีระบบตีราคาให้อย่างเป็นธรรม

นางไม่รอช้าวิ่งไปหยิบกล่องสมบัติบ้าที่ตนเองหวงแหนออกมา กำไลหยกอดีตคู่หมายในเมืองหลวงให้มา สิ่งที่หลินซูหนี่ว์ยังคงเก็บติดเอาไว้ไม่ห่างกาย เพราะหวังว่าเขาจะมารับนางกลับไป

“เพ้อเจ้อจริง!” หลินซูหนี่ว์รีบขายมันทันที

‘กำไลหยกราคาถูกหนึ่งตำลึงเงิน’

“…” นังโง่เอ้ย!! หยกราคาถูกเนี่ยนะ แค่หยกมันยังไม่ลงทุนมากกว่านี้ แล้วยังหลงเชื่อว่ามันจะมารับเนี่ยนะ! หนึ่งตำลึงเงิน อย่างน้อยก็เงินล่ะวะ! นางตกลงขายมันทันทีก่อนจะกดซื้อเกลือออกมาในจำนวนหนึ่งเหลียงหรือประมาณห้าสิบกรัม

นางยัดมันใส่กล่องเช่นเดิมก่อนจะนำมันออกไป

“ท่านแม่ไม่นอนหรือขอรับ” หลี่ซูที่เห็นมารดาตนเองเดินออกมาก็รีบวิ่งเข้าไปหา “แล้วนั่น ก เกลือ!!”

เกลือสีขาวสะอาดทำให้สองพ่อลูกมองมันด้วยความตกใจ “นี่ที่ผ่านมาเจ้า เก็บเกลือเอาไว้หรือ”

“ใช่แล้วล่ะ เกลือเป็นของราคาแพงข้าจึงเก็บเอาไว้เผื่อจะได้ขายยามลำบาก แต่ช่างมันเถอะใช้มันกัน” หลินซูหนี่ว์โป้ปดคำโตออกมา นางบอกพวกเขาอีกว่าที่ผ่านมา ที่นางหวงแหนนั้นก็เพราะกลัวพวกเขาหลุดบอกคนอื่น แล้วจะโดนแย่งชิงของเอาได้

ตงหยางมองภรรยาด้วยความสงสัย เพราะก่อนหน้าเขาเคยจับมันหนึ่งครั้ง และพบว่ามันเบาจนไม่อาจจะใส่เกลือจำนวนเท่านั้นเอาไว้ได้ แต่ท้ายที่สุดชายหนุ่มก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา เพราะคิดว่าตัวเขาคงจำผิดไปเอง

“งั้นใช้นิดเดียวก็พอนะขอรับ ของแพงข้าไม่กล้าใช้เลย”

“ใช้ไม่มากหรอก อ้อตงหยางเนื้อที่ขายให้ชาวบ้านจำนวนลดลงหน่อยนะ” นางเชื่อว่าหมูตากแห้งสูตรหมักเกลือและสมุนไพรของนางจะต้องขายได้อย่างแน่นอน

‘น่าเสียดายพวกเครื่องปรุงที่เหมาะสมเอาออกมาตอนนี้ไม่ดีนัก ใช้สูตรแบบนี้ไปก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยก็เก็บเอาไว้ได้นาน’

นับว่าโชคดีที่หลังบ้านของนางคือป่าทึบเพราะฉะนั้นหากนำหมูไปตากก็คงไม่มีใครเห็น แต่ก็ใช่ว่านางจะไม่ระวังตัว หลินซูหนี่ว์ได้สั่งให้ตงหยางปืนขึ้นจากในบ้านและนำไปตากกลางหลังคา ทำเช่นนี้จะหลบสายตาพวกชาวบ้านได้ดีกว่ามาก

“เนื้อจะไม่สกปรกหรือ”

“ก่อนกินก็นำมาล้างและค่อยปรุงสุก เช่นนั้นจะช่วยได้เยอะที่สำคัญเราก็หาอะไรรองเอาไว้แล้ว”

“เช่นนั้นเอง”

หลังจากจัดการเนื้อเสร็จนางและตงหยางก็หยิบเนื้อส่วนที่จะขายออกมาตั้งหน้าบ้าน โดยหนึ่งบ้านจะซื้อได้หนึ่งชิ้นที่นางแบ่งเอาไว้เท่านั้น เนื้อก้อนใหญ่ให้พวกชาวบ้านปิดปากเงียบไม่เรียกร้องสิ่งใด

ส่วนมากไม่ได้นำเงินมาซื้อ แต่นำข้าวสารมาแลกเพราะพวกเขาก็ใช่ว่าจะหาเงินทองได้ง่าย หลินซูหนี่ว์ให้เนื้อตามมูลค่าที่ชาวบ้านนำของมาแลก

“น นี่เจ้า”

บ้านหนึ่งนำข้าวสารหนึ่งหยิบมือมาหมายจะหยิบเนื้อชิ้นโตแต่ก็โดนหลินซูหนี่ว์ดึงกลับไปและตัดเหลือเพียงนิดเดียวก่อนจะยื่นให้

“เข้าเมืองแล้วใช้ข้าวไก่นั่นแลกเนื้อดูสิ หากพวกเขาขายให้ข้าจะยอมกินอึ!”

“ชิ!”

พวกชาวบ้านบางกลุ่มเห็นตัวอย่างแล้วก็รีบวิ่งกลับบ้านไปเอาของให้มากขึ้น หญิงนางเดิมมองตงหยางด้วยแววตาออดอ้อน “พี่ตงหยางบ้านข้ามีคนมากนักช่วยเพิ่มให้แก่ข้าอีกหน่อ..”

ตึง!

หลินซูหนี่ว์หั่นเนื้อเสียงดังก่อนจะมองหน้าหญิงนางนั้น

ตึง! ตึง! ตึง!

“ข้าเอาเท่านี้แหละ!!”

ตงหยางยิ้มชอบใจที่หลินซูหนี่ว์แสดงท่าทีหึงหวงเขา นางไม่เคยทำเช่นนี้ ไม่คิดว่าพอได้สัมผัสแล้วจะรู้สึกดีถึงเพียงนี้ แต่เมื่อเห็นแววตาดุดันของภรรยาตงหยางก็หุบยิ้มทันที

“ข้าไม่เคยโต้ตอบนาง ไม่เคยคิดสิ่งใดกับนาง”

“ใช่ มันควรจะเป็นเช่นนั้น” เวลานี้ตงหยางคือสามีของนางพื้นฐานเบื้องต้นของคู่ชีวิตคือไม่เล่นด้วยกับคนอื่น หากเจ้านี่คิดจะไปหาสตรีนางอื่นนางจะหย่าและแบกหลี่ซูขึ้นหลังหนีไปทันที

“ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน ซูหนี่ว์ ต้องขอบใจเจ้าจริง ๆ” ยายเถา หญิงชราในหมู่บ้านเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “เนื้อนี้คงทำให้หลานตัวดีของข้าหยุดงอแงอยากกินเนื้อไปได้หลายวันเลยล่ะนะ”

คำพูดนั้นสร้างได้ทั้งความยินดีและความเศร้าใจ ในยุคที่นางจากมาเนื้อหาใช่สิ่งที่หากินยาก แทบทุกจานอาหารล้วนมีเนื้อ นางเองก็กินมันทุกวันเป็นเรื่องปกติของชีวิต บางครั้งเหลือทิ้งเสียด้วยซ้ำ แต่กลับชาวบ้านที่ยากจนเหล่านี้ ได้รับเนื้อเหมือนได้รับทองคำล้ำค่า

“ยายเถา!” หลี่ซูเดินออกมา “ท่านแม่ยายเถาคือคนที่ช่วยสอนข้าทำอาหารขอรับ!”

“ขอบคุณมากนะเจ้าคะท่านยาย”

คำขอบคุณจากปากของคนอย่างหลินซูหนี่ว์ทำให้พวกชาวบ้านได้แต่ยืนมองด้วยความอึ้ง ส่วนยายเถานั้นก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

“ข้าคิดอยู่แล้ว ๆ คนที่เลี้ยงเจ้าหลี่ซูเด็กดีขึ้นมาได้ จะเป็นคนร้ายกาจได้อย่างไร เอาล่ะขอบใจนะข้าไปก่อน”

หลินซูหนี่ว์ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ เจ้าหลี่ซูเด็กดีนั่นเป็นทองเนื้อเก้าต่างหาก หากนางเกิดเป็นหลี่ซูไม่แน่นางอาจจะเผาบ้านหลังนี้ทิ้งก็ได้

1 เฉียน = 5 กรัม

1 เหลียง = 50 กรัม

1 จิน = 500 กรัม

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...