โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

LEAVE THE WORLD BEHIND | 'โลกล่มสลาย'

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 ธ.ค. 2566 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2566 เวลา 01.00 น.

Leave the World Behind เป็นหนังที่สร้างจากนวนิยายชื่อเดียวกันโดย Rumaan Alam ซึ่งเล่าถึงครอบครัวต่างขั้วสองครอบครัวที่ถูกบีบให้มาอยู่ร่วมบ้านกันด้วยความระแวงกันและกัน ท่ามกลางโลกทั้งโลกที่กำลังโดนถล่มให้ล่มสลายลงต่อหน้าต่อตา

อแมนดา (จูเลีย โรเบิร์ตส์) เป็นผู้บริหารระดับสูงของบริษัทซึ่งตัดสินใจกะทันหันฉับพลันเพราะเกิดเบื่อขี้หน้าผู้คนในโลกขึ้นมา และพาครอบครัวสี่คน พร้อมสามีและลูกชายลูกสาว ขับรถจากที่พักอาศัยในมหานครหลบหน้าผู้คนไปพักร้อนในบ้านพักตากอากาศหรูหราพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกในถิ่นเศรษฐีที่ลองไอส์แลนด์ผ่านทางแอร์บีเอ็นบี

เคลย์ (อีธาน ฮอว์ก) สามีของเธอ เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเป็นคนง่ายๆ สบายๆ พร้อมจะไว้เนื้อเชื่อใจผู้คนมากกว่าผู้เป็นภรรยา

ในวันออกเดินทาง ทุกคนยังเอาโลกส่วนตัวของตัวเองติดไปด้วยจากการติดต่อเชื่อมโยงผ่านมือถือ และอาลัยอาวรณ์กับการต้องละทิ้งการสื่อสารกับโลกไป

วันเวลาว่ายน้ำ นอนเล่นบนหาดทราย เจอกับเรื่องน่าตกใจที่ไม่คาดคิด คือ เรือบรรทุกน้ำมันลำมหึมาแล่นรี่ตรงเข้าเกยฝั่งชายหาดตรงที่พวกเขานอนอยู่

และเทคโนโลยีเกิดล่ม ไม่มีสัญญาณติดต่อทางโทรศัพท์ ไม่มีสัญญาณทีวีที่จะเปิดดูข่าวสารความเป็นไปของโลกภายนอก

อแมนดาหาคำตอบสำหรับเหตุการณ์ประหลาดชวนฉงนที่เกิดขึ้นไม่ได้ เช่นดังที่คนสมัยปัจจุบันจะทำทุกครั้ง คือเปิดดูรายงานข่าวว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกและด้วยเหตุผลกลใด รวมทั้งติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์

แต่ครอบครัวนี้ก็ตกอยู่ในความมืดและดูเหมือนจะถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ซ้ำร้าย กลางดึกของคืนนั้น ระหว่างที่ลูกสองคนนอนหลับสนิท ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

เคลย์ฉวยอะไรติดมือไปป้องกันตัว เมื่อเปิดประตูรับคนแปลกหน้ายามวิกาล

ซึ่งปรากฏเป็นชายหญิงผิวดำแต่งกายชุดราตรีสโมสรเต็มยศ ซึ่งแนะนำตัวเองว่าชื่อ จี.เอช. หรือจอร์จ (มาเฮอร์ชาลา อาลี) และลูกสาว รูธ (ไมฮาลา) เป็นเจ้าของบ้านหลังนั้น ซึ่งไม่อยากกลับไปห้องพักบนตึกสูงในนิวยอร์กซิตี้ เพราะไฟดับทั่วไปหมด และลิฟต์คงไม่ทำงาน

จอร์จขอมาพักในบ้านของเขาเองที่ลองไอส์แลนด์นี้ โดยจะคืนเงินค่าเช่าส่วนหนึ่งให้

และในที่สุดก็ยอมรอมชอมกันได้ โดยให้จอร์จกับรูธพักในห้องนอนชั้นใต้ดิน ท่ามกลางความหวาดระแวงไม่ไว้วางใจระหว่างครอบครัวต่างสีผิวทั้งสองครอบครัวนี้

จากสัญญาณกะปริบกะปรอยทางมือถือ อแมนดาได้รู้ว่าเกิดการโจมตีในโลกไซเบอร์ สัญญาณการสื่อสารล่มสลาย รวมทั้งการทำงานของดาวเทียมสื่อสารด้วย และนั่นเป็นเหตุให้เรือบรรทุกน้ำมันแล่นรี่เข้าชนฝั่ง

รวมทั้งต่อมา เกิดเครื่องบินตกในที่ต่างๆ การโจมตีอเมริกาด้วยใบปลิวโฆษณาชวนเชื่อ รถยนต์ที่ขับเคลื่อนเองพุ่งเข้าชนกันขวางการสัญจรบนท้องถนน ฯลฯ

และผลกระทบต่อโลกที่เกิดขึ้นคือความเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมในโลกที่ปรากฏให้เห็นในพฤติกรรมแปรปรวนของสัตว์ป่า เช่น กวาง นกฟลามิงโก และฝูงนกอพยพ

หนังเดินเรื่องโดยแบ่งเป็นห้าตอน คือ 1.บ้าน 2.(กราฟ) เส้นโค้ง 3.เสียง 4.การท่วมท้น 5.ตอนจบ

ซึ่งเป็นทั้งพล็อตและสัญลักษณ์ไปพร้อมกันในตัว

ดังนั้น หนังเรื่องนี้จึงต้องดูแบบลุ้นระทึกไปพร้อมกับการตีความด้านสัญลักษณ์ไปด้วย ไม่ใช่หนังที่เสนออภิมหาโลกาวินาศตามแบบฉบับหนังมหันตภัยล้างโลกที่ตัวเอกต้องต่อสู้หนีตายจากภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า หรือการเอาตัวรอดของผู้คนที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกภายหลังจากการล่มสลายของอารยธรรมอย่างที่เรารู้จักคุ้นเคย

ปัจจุบันเราอยู่ในโลกที่มีการสื่อสารเป็นชีพจรหรือสัญญาณชีพของสายเลือดที่หล่อเลี้ยงไหลพล่านอยู่ในความเป็นไปของชีวิตประจำวัน

เราจึงต้องตั้งคำถามว่าหากเทคโนโลยีล่มสลายลง จะส่งผลอย่างไรต่อความเป็นไปในชีวิตของผู้คนบ้าง

หนังไม่ได้บอกชัดเจนถึงต้นตอของตัวการในการโจมตีทางไซเบอร์ที่ส่งผลมหาศาลไปทั่วนี้ แต่ให้ข้อสันนิษฐานที่มีมูลไว้

ทางแรกคือการโจมตีจากศัตรูภายนอกอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย โลกอาหรับ เกาหลี หรือจีน

และอีกทางคือศัตรูภายในที่ต้องการโค่นล้มการปกครอง โดยดำเนินการเป็นขั้นตอนแบบรัฐประศาสนศาสตร์อันลึกล้ำเชี่ยวชาญ ซึ่งตัวละครที่เป็นที่ปรึกษาระดับสูงของประเทศวิเคราะห์ให้เราสำเหนียกรู้ นั่นคือ การโดดเดี่ยว (ทำลายเทคโนโลยีและป้อนข้อมูลผิดๆ ให้) การบรรดาลให้เกิดกลียุคขึ้นพร้อมๆ กัน

และสุดท้ายคือรัฐประหารเข้ามาจัดการสภาพความแตกแยกที่นำไปสู่สงครามกลางเมือง

หนังมีตอนจบแบบเปิดปลาย คือไม่ได้มีข้อสรุปและการขมวดเรื่องที่ชัดเจน จึงขึ้นอยู่กับการตีความ และคนดูที่ดูเพื่อหาจุดลงเอยและความเป็นมาเป็นไปเพื่อให้สบายใจ จึงอาจรู้สึกค้างคา แต่ผู้เขียนคิดว่าหนังลงตัวดีอยู่แล้ว จากความต้องการนำเสนอภาพและการวิพากษ์ผู้คนในโลกยุคปัจจุบัน และภัยมืดของเทคโนโลยีที่อาจปั่นหัวและบงการผู้คนได้โดยไม่รู้ตัว

สรุปสารสาระได้ว่า โลกที่วางเดิมพันชีวิตทั้งหมดไว้กับเทคโนโลยีนั้นอาจพลิกกลับไปสู่ขั้วตรงข้ามได้ในพริบตา ตามการบีบหรือคลายของมือที่อยู่เบื้องหลัง

และโลกธรรมชาติอาจให้คำตอบที่สร้างความสมดุลได้

รวมทั้งการเกื้อกูลกันและกันระหว่างเพื่อนมนุษย์…ซึ่งน่าจะเป็นตอนจบที่ลงเอยด้วยตอนจบของซีรีส์ชุด Friends และเพลงประจำเรื่อง คือ I’ll Be There For You…

ไม่ใช่หนังสนุกเอามันส์อย่างเดียวนะคะ แต่ให้ความคิดดีๆ ด้วย รวมทั้งมีภาพติดตรึงอยู่ในความทรงจำจากองค์ประกอบภาพที่จัดสรรมาอย่างดีด้วย…

แนะนำให้ดูนะคะ เพิ่งออกฉายทางเน็ตฟลิกซ์ต้นเดือนนี้เอง •

LEAVE THE WORLD BEHIND

กำกับการแสดง

Sam Esmail

แสดงนำ

Julia Roberts

Mahershala Ali

Ethan Hawke

Myha’la

Kevin Bacon

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...