“ยาหม่องวังพรม” ที่แจ้งเกิดจากสายมูวัดไร่ขิง สู่แบรนด์โกอินเตอร์ต่างแดน
ถอดกลยุทธ์ "ยาหม่องวังพรม" ของคู่กายร้านนวดไทย กับกลยุทธ์ฉบับไทบ้าน Muketing (มูเก็ตติ้ง) แจกเพื่อทดลองใช้ในวัดไร่ขิง และปังเพราะแรงบอกต่อของสายมู จ่อเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ จ่อขยายตลาดตะวันออกกลาง เกาหลี เวียดนามเพิ่ม 30% ของพอร์ต
ตลาดยาหม่อง มีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลนีลเส็น) และมีแนวโน้มเติบโต จากการขยายตัวในต่างประเทศ ไม่ต่างจากยาดม
หนึ่งในยาหม่องสมุนไพรประจำร้านนวดแผนไทย มี “ยาหม่องวังพรม” เป็นแบรนด์ติดตลาด มีอายุราว 30 ปี เกิดจากแม่ติ๋ว - ประนอม วังพรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของสูตรยาหม่องสมุนไพรวังพรม
ยาหม่องที่เกิดจากสายมู
โดยทายาทเจน 2 นางวัชรีภรณ์ วังพรม ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด เปิดเผยว่า ยาหม่องวัยพรมเกิดจากกลยุทธ์ Muketing (มูเก็ตติ้ง) สู่การตลาดแบบทดลองใช้ (Sampling Marketing) โดยบังเอิญ
โดยเมื่อ 30 ปีก่อน จาก นางประนอม วังพรมและสามี นายเฉลิม วังพรม ที่ทำอาชีพรับจ้างทั่วไป เก็บสมุนไพรขายอยู่บริเวณวัดไร่ขิง
โดยแม่ติ๋ว ประกอบอาชีพแคดดี้ประจำสนามกอล์ฟสามพราน เห็นว่าคนที่มาตีกอล์ฟส่วนใหญ่ ใช้ยาหม่องนวดคลายกล้ามเนื้อจากวัดโพธิ์ จึงรับมาขายเพื่อเพิ่มรายได้
จากนั้นจึงไปลงเรียนทำยาหม่องเพราะอยากลดต้นทุน ผลิตสินค้าเอง ซึ่งเงินก้อนแรกจำนวน 30,000 บาท กู้มาเพื่อทำยาหม่องปรากฏว่า ทำไม่สำเร็จ ต้องทิ้งทั้งหมด
แม่ติ๋วไม่ละความพยายาม รวบรวมเงินทุนใหม่บวกกับกู้เงินนอกระบบรวม 100,000 บาท มาลงทุนซื้อสมุนไพรเพื่อผลิตยาหม่องอีกครั้ง
โดยได้นำหัวไพลสดที่มีสรรพคุณ บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย มาทำเป็นยาหม่องสีเหลืองสูตรไพลตัวแรกของเมืองไทย ใช้นามสกุลของตระกูลเป็นชื่อแบรนด์ และใช้ภาพนายเฉลิม พ่อค้าขายลอตเตอรี่หน้าวัดไร่ขิง ซึ่งผู้เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยของคนในชุมชนมาเป็นตราสัญลักษณ์ เผื่อใครที่ถามหายาหม่องที่มีหน้าผู้ชาย ก็รู้ทันทีว่าเป็นนายเฉลิม
ล็อตนี้แม่ติ๋วนำยาหม่องไปถวายเจ้าอาวาสวัดไร่ขิงเพื่อขอพรให้เป็นสิริมงคล ท่านให้เอาสินค้าไปขายหน้าวัด เผื่อว่าคนสัญจรไปมาจะซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือ แต่ปรากฏว่าเมื่อนำไปขายช่วงแรก ๆ กลับขายไม่ได้เลย
เมื่อขายไม่ได้จึงตัดใจแจกเป็นของแถมให้กับลูกค้าที่มาซื้อสมุนไพร หลังจากผู้คนได้ทดลองใช้ก็ชอบในผลิตภัณฑ์และบอกต่อ ทำให้ยาหม่องเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น
จากนั้นลูกค้าจากจังหวัดต่าง ๆ เริ่มกลับมาซื้อในเดือนที่ 6 โดยเริ่มมาถามหายาหม่องที่มีหน้าผู้ชายแปะบนฉลาก และซื้อกลับไปทีละมากๆ จากนั้นก็เริ่มมียี่ปั๊วจากจังหวัดต่างๆ มาซื้อเพื่อไปขายต่อ ทำให้แม่ติ๋วมั่นใจในสรรพคุณ ว่า สมุนไพรวังพรมสามารถขายได้จากการได้ลองใช้งานจริง
การตลาดแบบไม่ใช้เงิน โปรโมตผ่านนวดไทยในต่างแดน
นายกณพ สุทธะพินทุ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท สมุนไพรวังพรม จำกัด กล่าวว่า เอกลักษณ์ของยาหม่องสมุนไพรวังพรม นอกจากฉลากรูปหน้าผู้ชาย ป้ายสีเขียวและเหลืองแล้ว ยังมีเรื่องของเนื้อสัมผัสยาหม่องที่นุ่มเหลว แต่เกาะตัว และสรรพคุณกลิ่นหอมชื่นใจ ให้ความเย็นไม่เบิร์นผิว เป็นยาหม่องขวัญใจหมอนวดไทย และ สัปเร่อ
Brand Ambassador และ Export Sales ของเราตัวจริงคือ พี่ ๆ หมอนวดไทยที่ไปทำงานต่างประเทศ เพราะเขาเป็นคนพาสินค้าของเราไปให้ชาวต่างชาติรู้จัก และด้วยฝีมือการนวดแผนไทยที่เข้าถึงกล้ามเนื้อ ผ่อนคลาย ผนวกกับยาหม่องที่ช่วยคลายเส้น กลิ่นหอมสมชื่น ทำให้ลูกค้าชาวต่างชาติติดใจ รู้สึกดีกับผลิตภัณฑ์เมื่อนวดเสร็จก็จะขอซื้อผลิตภัณฑ์กลับไปใช้ต่อที่บ้าน กลายเป็นสินค้าที่ชาวต่างชาติตามหา
เราเคยมีลูกค้าจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ติดต่อขอเป็น Dealer เพื่อนำไปขายในกลุ่มประเทศ ตะวันออกกลาง โดยเขาบอกว่าตามหาสินค้าของเรานานถึง 2 ปีกว่าจะเจอ เพราะกล่องของเรามีแต่ชื่อภาษาไทย และตอนนั้นระบบหลังบ้านที่ดูแลลูกค้าต่างชาติยังไม่เรียบร้อย
ต่อเมื่อแบรนด์ค่อย ๆ โตขึ้นเราจึงมีทีมดูแลลูกค้าที่ใช้ภาษาจีนในการสื่อสาร และทีมที่ดูแลลูกค้าที่ใช้ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน สัดส่วนการขายในตลาดเมืองไทยและต่างประเทศคิดเป็น 70:30
โดย ตลาดต่างประเทศที่เราส่งออกแล้ว ได้แก่ จีน ลาว เมียนมาร์ ออสเตรเลีย รัสเซีย สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ ฝรั่งเศส และประเทศอื่นๆในแถบยุโรป
และ ในปี 2567 เรามีแผนที่จะขยายสู่ตลาดประเทศ เกาหลีใต้ เวียดนาม และกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง
ยาหม่องขวัญใจสัปเหร่อ ยอดโต 20%
นอกจากนี้ ย่าหม่องของบริษัทฯ ยังขึ้นชื่อเรื่องเป็น‘ยาหม่องขวัญใจสัปเหร่อ’ ด้วยกลุ่มลูกค้าในต่างจังหวัดชอบในกลิ่นและสรรพคุณแก้เคล็ดขัดยอก แมลงสัตว์กัดต่อย ของยาหม่องสมุนไพรวังพรม จึงแพร่หลายอย่างมากโดยเฉพาะแถบภาคอีสาน เรียกว่าเราเป็นขวัญใจไทบ้าน
ซึ่งกลุ่มผู้สูงวัย เขาใช้พกติดตัวหลายคนเขาฝากฝังลูกหลานว่าถ้าวายชนม์ให้แจกยาหม่องนี้เป็นของชำร่วย ซึ่งตลาดกลุ่มนี้มีติดต่อเข้ามาตลอด สามารถสร้างยอดขายโตถึง 20%
เจาะตลาดคนรุ่นใหม่
นางวัชรีภรณ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมายาหม่องสมุนไพรวังพรมสูตรไพล และสูตรเสลดพังพอน ไม่เคยเปลี่ยนสูตรเลยตลอดระยะเวลา 30 ปี แต่มีการเปลี่ยนฉลากและแพคเกจจิ้ง 3 ครั้ง
1. รุ่นแรก ผลิตในปี 2536 - 2556 มีทั้งสิ้น 4 สูตร คือ สูตรเสลดพังพอน สูตรไพล สูตรสมุนไพร และสูตรพิมเสน วางขายผ่านยี่ปั๊วและร้านขายยา โดยแม่ติ๋วหัวเรือใหญ่เป็นหัวหน้าเซลส์ออกลุยตลาดในประเทศด้วยตนเอง
พร้อมใช้กลยุทธ์ CRM ส่งของดีของอร่อยประจำจังหวัดนครปฐม อาทิ ส้มโอ ข้าวหลาม ขนมตาลไปให้ลูกค้าทั่วประเทศ เพราะอยากสร้างการจดจำ ความประทับใจ รวมถึงสร้างความแตกต่างจากสินค้าอื่น จนกลายเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าที่มากกว่าการซื้อมาขายไป
2. รุ่นที่ 2 ผลิตในปี 2557 - 2565 มีทั้งสิ้น 8 สูตร คือ สูตรเสลดพังพอน สูตรไพล สูตรสีฟ้า สูตรเถาเอ็นอ่อน สูตรตะไคร้หอม สูตรพิมเสน สูตรสมุนไพร และสูตรสีขาว
การเปลี่ยนแพคเกจจิ้งรุ่นที่ 2 นี้เป็นบทเรียนให้ตระหนักว่า ก่อนจะทำอะไรต้องมีการสื่อสารกับลูกค้าให้ชัดเจนก่อน และวางแผนการสื่อสารการตลาด ไทม์ไลน์ และการโปรโมท ฯลฯ ให้รอบคอบรัดกุม
บทเรียนจากการปุบปับเปลี่ยนแพคเกจจิ้งสู่รุ่นที่ 2 ทำให้สินค้าถูกตีกลับแทบจะทั้งล็อต เพราะลูกค้าคิดว่าเป็นสินค้าลอกเลียนแบบ และคิดว่ามีการเปลี่ยนสูตร
กว่าเราจะสร้างความเชื่อมั่นและความไว้ใจให้ยอดการสั่งซื้อกลับมาก็ใช้เวลาอยู่พักใหญ่ ทำให้การเปลี่ยนแพคเกจจิ้งสู่รุ่นที่ 3 นี้ เราทำการบ้านมาดีขึ้น
3. รุ่นปัจจุบัน (รุ่นที่3) เปิดตัวในเดือน ตุลาคม 2566 กับสโลแกน #แพ็คใหม่สูตรเดิม
จากโจทย์ที่จะพาสมุนไพรวังพรมสู่ตลาดอินเตอร์ และ กำจัด pain point เรื่องสินค้าลอกเลียนแบบในตลาด รวมถึงต้องการสร้าง on shelf awareness แบบตะโกนเมื่อวางขายในร้านสะดวกซื้อและสนามบิน
ทีมสมุนไพรวังพรมได้ออกแบบการสื่อสารผ่านแพคเกจจิ้งที่จะทำให้คนจดจำได้ง่าย ใช้ช่องทางสื่อสารบน Social Media ทั้งทาง Tiktok, Youtube, Facebook และ Instagram เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้ผู้บริโภคไม่หยิบผิด
ยาหม่องสมุนไพรวังพรม แพคเกจจิ้งใหม่ แพ็คใหม่สูตรเดิม มีทั้งสิ้น 8 สูตร ได้แก่
- ฉลากสีเขียว ยาหม่องผสมเสลดพังพอน สูตร 2 (สูตรเย็น) บรรเทาอาการแมลงกัดต่อย
- ฉลากสีเหลือง ยาหม่องผสมไพล สูตร 2 (สูตรเย็น) บรรเทาอาการปวดเมื่อย
- ฉลากสีม่วง ยาหม่องตะไคร้หอม (สูตรเย็น) บรรเทาอาการคันเนื่องจากแมลงกัดต่อย
- ฉลากสีชมพู ยาหม่องสูตรพิมเสน (สูตรเย็น) บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก วิงเวียนศีรษะ
- ยาหม่องสีฟ้า (สูตรเย็น) บรรเทาอาการหวัด คัดจมูก วิงเวียนศีรษะ
- ฉลากสีส้ม ยาหม่องเถาเอ็นอ่อน (สูตรเย็น) บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ยาหม่องสีขาว (สูตรร้อน) บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ฉลากสีเหลือง ยาหม่องสมุนไพร (สูตรร้อน) บรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ