โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

DITTO เดินหน้าพิพิธภัณฑ์ไม้ ใช้ QR Code ติดแท็กไม้มีค่า 4 พันล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 ก.ค. 2566 เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2566 เวลา 03.56 น.

DITTO ผนึก TEAMG GROUP เดินหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเพื่อแผ่นดิน หลังชนะประมูลโครงการก่อสร้างระยะที่ 2 พร้อมเข้าบริหารจัดการสต๊อกไม้มีค่ามูลค่า 4,000 ล้านบาท มาแกะเป็นชิ้นงาน รอการติดตั้งในปีที่ 2 หลังสัญญาก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ระยะที่ 1 คืบหน้า เผยชนะประมูลโครงการจากนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการไม้ด้วยการติด “แท็ก” ไม้ทุกชิ้นผ่านระบบ QR Code เหตุเป็นไม้ของกลางมีค่าสูง ทั้งไม้พะยูง ไม้สัก ไม้มะค่า สูญหายไม่ได้ ต้องบอกที่มาที่ไปได้ทุกแผ่น

นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO กล่าวถึงความคืบหน้าใน โครงการจัดการสร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในสัญญาจ้างก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ ระยะที่ 2 กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มูลค่า 2,044 ล้านบาท

โดยสัญญาจ้างระยะที่ 2 จะมีบริษัทที่เกี่ยวข้องอยู่ 4 บริษัท ได้แก่ บริษัท ศิวกรการช่าง, บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย), บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด หรือ STC ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DITTO และบริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG Group

“สัญญาก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าที่เราเซ็นกับกระทรวงทรัพยากรฯ เป็นสัญญาระยะที่ 2 จากทั้งหมด 4 ระยะ หรือ 4 เฟส เฟสแรกจะเป็นสัญญาก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ ซึ่งขณะนี้เข้าใจว่ากำลังอยู่ในกระบวนการจัดหาผู้ก่อสร้างอาคารอยู่ เนื่องจากพิพิธภัณฑ์ย้ายสถานที่ก่อสร้างจากที่เดิมมาเป็นที่ที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานโฉนดที่ดินในพระปรมาภิไธย จำนวน 79 ไร่ 2 งาน 60.9 ตารางวา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร โดยแบ่งเป็นพื้นที่ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าประมาณ 37 ไร่ ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2571” นายฐกรกล่าว

ทั้งนี้ อาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าจะมีทั้งหมด 5 ชั้น โดย 2 ชั้นอยู่ใต้ดิน ชั้นที่ 3 จะเสมอผิวดิน พื้นที่ 25,050 ตารางเมตร และทุกชั้นจะเป็นพรีเมี่ยมหมด ภายในโครงการมีการออกแบบอาคารโดยเน้นสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ ตัวอาคารเป็นตึก 4 ชั้น พื้นที่ 25,050 ตารางเมตร ประกอบด้วย 8 โซน ห้องโถง ห้องจัดแสดง ห้องต้อนรับ ร้านค้าขายของที่ระลึก ห้องบรรยายประวัติศาสตร์ประเทศไทย ห้องรับรอง ห้องประชุม เป็นต้น

ในระหว่างทางเดินโดยรอบจะเขียนภาพประวัติความเป็นมาประเทศไทย และมีงานประติมากรรมและจิตรกรรมฝาผนังมาประดับประกอบ ที่พิเศษก็คือ ห้องแสดงพระราชกรณียกิจ เป็นห้องสำหรับจัดแสดงไม้พะยูงโดยเฉพาะ ภายในห้องนั้นจะตกแต่งด้วยไม้พะยูงทั้งหมด นอกจากนี้จะมีอาคารพิพิธภัณฑ์ศาลาไทย ภายนอกอาคารจะมีภูมิทัศน์เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ไว้เพื่อการเรียนรู้

มีรายงานข่าวเข้ามาว่า สัญญาระยะที่ 2 ที่ได้ผู้ชนะเป็นกลุ่มศิวกรการช่าง และอีก 3 บริษัทที่เข้าร่วมมาจากเรื่องของการบริหารจัดการสต๊อกไม้มีค่า เนื่องจากไม้ที่ใช้จัดแสดงและประดับอาคารทั้งหมดเป็น “ไม้ของกลาง” คดีลักลอบ เมื่อสิ้นสุดคดีจึงตกเป็นของแผ่นดิน โดยจะเป็นไม้มีค่า 6 ชนิด ได้แก่ ไม้สัก, ไม้พะยูง, ไม้ชิงชัน, ไม้มะค่า, ไม้แดง และไม้ประดู่ ในทางปฏิบัติงานแกะสลักชิ้นงานไม้ต่าง ๆ จะรับไม้ของกลางมาจาก กรมป่าไม้ ส่งมาให้กับ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) เป็นผู้แปรรูปจากไม้ท่อนมาเป็นแผ่น แล้วจึงส่งไม้ของกลางเหล่านั้นมาให้กับผู้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ระยะที่ 2

“ความยากอยู่ตรงที่การบริหารจัดการสต๊อกไม้ของกลาง เพราะเป็นไม้มีค่า เราจึงนำระบบ QR Code ซึ่ง DITTO มีความเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยด้วยการแท็กไม้ทุกชิ้นทุกแผ่นที่จะนำมาประกอบเป็นชิ้นงานและติดตั้ง เพื่อให้รู้ว่าไม้ในชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นงานแกะสลักหรือลงรักปิดทองนั้น มาจากไหน เป็นไม้อะไร สามารถย้อนกลับไปดูที่มาได้หมด

ประกอบกับการก่อสร้างในสัญญาที่ 2 จะต้องรอสัญญาที่ 1 ก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ให้เสร็จก่อน เราจึงจะเข้าไปติดตั้งชิ้นงาน-วางระบบการจัดแสดงภายใน และระบบรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันอัคคีเพลิงได้ นั้นหมายถึง ในระหว่างที่รอการก่อสร้างตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ เราจะต้องนำไม้ที่รับมอบจาก อ.อ.ป. มาจัดทำชิ้นงานตามแบบที่ กรมศิลปากร ออกแบบไว้ เพื่อรอการติดตั้งหลังอาคารสร้างเสร็จ ไม่อย่างนั้นจะไม่ทันกับสัญญาก่อสร้างระยะที่ 2 ที่กำหนดไว้ 5 ปี โดยคาดว่าจะเข้าไปดำเนินการติดตั้งชิ้นงานไม้ในโซนต่าง ๆ ได้ในปีที่ 2 ของสัญญา”

โดยไม้ที่จะนำมาจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า มีการประมาณการมูลค่าไว้ถึง 4,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...